การทำงานของท้องถิ่นที่สับสนและขาดความต่อเนื่อง (ตอนที่ 2 จบ)

การทำงานของท้องถิ่นที่สับสนและขาดความต่อเนื่อง (ตอนที่ 2 จบ)

30 พฤศจิกายน 2561

ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย [1]

ปัญหาข้อขัดข้องของฝ่ายประจำที่มีฝ่ายการเมืองขัดตาทัพ

มาต่อปัญหาการปฏิบัติราชการของท้องถิ่นที่ผ่านมามีมากมาย โดยเฉพาะ “ฝ่ายประจำ” ที่เป็น “ข้าราชการส่วนท้องถิ่น” คงไม่มีใครเข้าใจหัวอกได้ว่า การทำงานท้องถิ่นต้องพึ่งตนเองตนเองเป็นหลัก กฎหมายปฏิบัติงานของ อปท. ก็สร้างความสับสนให้แก่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเป็นประจำ อาทิเช่น ความพิลึก ลักลั่น ของการตราระเบียบ มท. ว่าด้วยโบนัสท้องถิ่น พ.ศ. ... [2]ที่ขัดกับหลักการ “ไม่มีกฎหมาย ไม่มีอำนาจ” เช่นเดียวกับระเบียบ มท. ก่อนหน้านั้นที่ตราโดยไม่มีฐานอำนาจให้ อปท. เบิกจ่ายเงินทุนการศึกษาได้ [3] ในส่วนของกฎหมายว่าด้วยการกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น [4] รวม 245 เรื่อง มีส่วนราชการที่ถ่ายโอน 50 กรม ใน 11 กระทรวง โดยแบ่งภารกิจออกเป็น 6 ด้านนั้นเป็นเพียงข้ออ้างอิงในเชิงตัวเลข แต่ผลปฏิบัติที่เป็นจริงไม่ใช่ จึงเป็นปัญหาหนึ่งของการปฏิบัติราชการ

มีข้อวิพากษ์ว่า อปท.ไทยลุ่มหลงมัวแต่เล่นการเมือง เอาชนะกันในทางการเมือง พอมาบริหารก็เล่นการเมืองต่อ เช่น การตรวจสอบ การเอาชนะชั้นเชิง เล่ห์เหลี่ยมต่าง ๆ เอาชนะคะคาน เล่นพรรคเล่นพวก กันอย่างไม่หยุดหย่อน สรุปมัวแต่มุ่งพัฒนาการเมือง มากกว่าจะตั้งใจพัฒนาบ้านเมืองนอกจากนี้ภารกิจงานของส่วนกลางก็แบบขาดๆหาย ๆ ไม่สมบูรณ์ ทั้งระบบที่ทำคนละหน้าที่ที่ยึดรูปแบบโครงสร้าง และพิธีการ มากกว่าหาหนทางให้ภารกิจสำเร็จมีตัวอย่างต่างประเทศว่า ประชาชนในยูเครนประท้วงด้วยการอุ้ม สส.ลงถังขยะ เพราะเลือกแล้วไม่ทำหน้าที่เพื่อประชาชน เป็นต้น

    ว่ากันว่า ข้าราชการท้องถิ่นหากอยากโตเร็วโตไวต้องมีคอนเน็คชั่นทางการเมือง เห็นจะเป็นจริง เพราะ อาจเห็นข้าราชการท้องถิ่นบางคนโตไว แต่ข้าราชการบางคนกลับขออยู่แบบสงบ ไม่กระสันขวนขวายในตำแหน่งคือขาดคอนเน็คชั่นทางการเมือง จึงไม่โตทำงานพอประทังประคองตัวเอง แบบขาดแรงจูงใจสร้างสรรค์ เพราะ ในส่วนหนึ่งไประวังความผิดพลาดจากหน่วยงานตรวจสอบมาก ที่พลาดพลั้งอาจสูญเสียอนาคตราชการและสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง ที่เกิดขึ้นในพักหลังนี้มากต่อมาก

กรณีศึกษาเกี่ยวกับการถ่ายโอนภารกิจ

ขอยกตัวอย่าง โครงการถนนถ่ายโอน [5]และงานที่เกี่ยวกับการก่อสร้างถ่ายโอน เช่น ถนน คลองส่งน้ำ ทางระบายน้ำ ฝาย ประปา ฯลฯ ตั้งแต่ปี 2547 ทุกวันนี้ กินเวลาร่วม 14 ปี มีปัญหาถนนเป็นหลุมบ่อ ไม่ได้รับการแก้ไข จนชาวบ้านออกมาประท้วง ประชดประชัน ปลูกต้นข้าว ต้นกล้วย กลางถนน ออกทีวี ทั้งที่มีการจัดสรรเงินงบประมาณ ในการซ่อมแซมบำรุงรักษา ในโครงการถนนถ่ายโอนมาร่วม 14 ปีแล้ว สาเหตุประการสำคัญมีว่า เมื่อมีการจัดสรรเงินงบประมาณออกมาจากสำนักงบประมาณแล้ว หน่วยงานระหว่างทาง ได้จัดสรรเงินให้กับ นักวิ่งเต้นนำเงินไปสร้างถนน นอกเขตถนนถ่ายโอน เช่น โครงการถนนตัดใหม่ ที่ผ่านป่า ผ่านทุ่งนา เพราะ เป็นโครงการที่ไม่ได้ลงหมายพิกัดระบุตำแหน่งแห่งที่ไว้ ทำให้เกิดการซิกแซ็กโยกย้ายสถานที่โครงการได้ง่าย ต่อมาเพิ่งได้รับการแก้ไขในปี 2560 ที่กำหนดว่าโครงการก่อสร้างทุกชนิดต้องลงพิกัดไว้ในแผนที่ด้วยเพื่อป้องกันการโยกย้ายงบประมาณสถานที่โครงการ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงโครงการ อาทิเช่น การเปลี่ยนถนนลาดยาง เป็น ถนน คสล.เป็นต้น

นอกจากนี้ภารกิจหน่วยงานหลายหน่วยงานมักเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่สามารถนำไปใช้กับพื้นที่และประชาชนให้สมบูรณ์แบบได้ โดยเฉพาะกรมที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “สวัสดิการ” และ “ส่งเสริม” และ “วิชาการ” หรือ “พัฒนาชุมชน”  โครงการที่ลงพื้นที่ ลงไปยังกลุ่ม อาชีพต่าง ๆ กลับนำไปลงที่กลุ่มเดิมซ้ำ ๆ กัน เพียงแค่ต่างเวลา ต่างปีงบประมาณกันก็มี เรียกว่าเป็นงบประมาณผ่านมาแบบ “วูบวาบ” เช่น การจัดฝึกอบรม จัดสัมมนา ขับเคลื่อน แสดงผลงาน ขายสินค้า อีเว้น โชว์ ต่าง ๆ แล้วแต่จะคิดขึ้นมา ก็ดำเนินการต่อกลุ่มคนหน้าเดิม ๆ แล้วก็จบหายไป แทนที่จะส่งเสริมจนถึงมีเครือข่าย (Network) [6] ที่เข้มแข็ง เป็นร้านค้าปลีก แบบเอกชนนั้นไม่ได้เกิดขึ้นแน่นอน เพราะระบบราชการที่ทำงานตามระบบโครงสร้าง ตามแบบพิธีการ ตามผู้มีอำนาจสั่งการ ไม่ได้เกิดจากการมีทักษะความชำนาญ การสร้างระบบการค้า การคุ้มครองระบบการค้า สัญญา การลงทุน แบบวิสาหกิจ อย่างจริงจังฉะนั้น จึงไม่แปลก ที่คนอยู่ปลายน้ำ เช่น อปท.จึงรอฝันค้าง เก้อรอแผนงาน โครงการ เงินงบประมาณ ที่ถูกตัดตอนเอาไปกินหมดแล้ว

สถานะของข้าราชการส่วนท้องถิ่น

ปัญหาการตรากฎหมายการรวมกลุ่มของข้าราชการพลเรือน หรือที่เรียกว่า “ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรวมกลุ่มข้าราชการพลเรือนสามัญ พ.ศ. ...” [7]ที่ค้างไว้ตั้งแต่ 2553 ส่งผลถึงข้าราชการส่วนท้องถิ่นอย่างแน่นอน เพราะในประการแรก กฎหมายบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นยังไม่ได้ตรา ประการต่อมาก็คือ กฎหมายการรวมรวมกลุ่มของข้าราชการพลเรือนก็ยังไม่ตรา จึงยังไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายมาเทียบเคียงได้แม้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 250 [8] จะได้บัญญัติรองรับคำว่า “ข้าราชการส่วนท้องถิ่น” ไว้แล้วก็ตาม เพราะยังไม่มีการอนุวัตรแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นแต่อย่างใด

สหพันธ์ สมาพันธ์ สมาคมกลุ่ม ชมรม อปท.

ด้วยความหลากหลายในกลุ่มผลประโยชน์ หรือที่เรียกว่า กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียมากมาย แตกต่างกัน ทำให้มีการจัดตั้ง “รวมกลุ่มกัน” ของข้าราชการส่วนท้องถิ่น และ ฝ่ายการเมืองท้องถิ่นกันหลากหลายกลุ่ม ทั้งเป็นกลุ่มที่มีฐานะตามกฎหมาย และ เป็นกลุ่มที่ไม่มีกฎหมายรองรับ ลองมาดูว่า ณ ปัจจุบันมี สหพันธ์ สมาพันธ์ สมาคม กลุ่ม ชมรม อปท.กันแค่ไหนเพียงใด [9]

กลุ่มที่เป็นสมาคมของฝ่ายการเมือง ได้แก่ สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (สทท.), สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย, สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย, สมาคมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย, ฯลฯ เป็นต้น

กลุ่มที่เป็นสมาคมของข้าราชการฝ่ายประจำ ที่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ได้แก่ สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.พ.ท.), สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย (สขพท.), สมาคมข้าราชการส่วนตำบลและพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, สมาคมข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, สมาคมปลัด อปท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, สมาคมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ฯลฯ เป็นต้น

กลุ่มที่เป็นสมาคมของลูกจ้างฝ่ายประจำ ที่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ได้แก่ สมาคมลูกจ้างองค์การบริหารส่วนจังหวัด, สมาคมลูกจ้างส่วนราชการแห่งประเทศไทย, ฯลฯ เป็นต้น

กลุ่มของข้าราชการฝ่ายประจำ ที่ไม่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ได้แก่ สหพันธ์ท้องถิ่นไทย , สมาพันธ์ปลัดเทศบาลแห่งประเทศไทย, สมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย, สมาพันธ์รองปลัดท้องถิ่นไทย, สมาพันธ์อำนวยการท้องถิ่นแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.ท.), สมาพันธ์นักวิเคราะห์นโยบายและแผนแห่งประเทศไทย, สมาพันธ์ข้าราชการสายทั่วไป/วิชาการ อปท., ชมรมนิติกรอปท., ชมรมเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯ, ชมรมวิเคราะห์นโยบายและแผนท้องถิ่น, ชมรมนักวิชาการศึกษา, ชมรมช่างโยธาไทย, ชมรม จนท.จัดเก็บรายได้, ชมรมนักพัฒนาชุมชน, ชมรมเจ้าหน้าที่ธุรการ, ชมรมเจ้าหน้าที่พัสดุ, ชมรมนักจัดเก็บรายได้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย,ชุมชนคนพัสดุท้องถิ่น, ชมรมสายงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ชมรมเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ชมรมคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิพนักงานส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย(ช.ค.พ.), ฯลฯ เป็นต้น

กลุ่มของฝ่ายปกครองหรือข้าราชการฝ่ายปกครอง ได้แก่ สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย, สมาคมนักปกครองแห่งประเทศไทย, สหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย

รัฐบาลทราบหรือไม่ว่าเมืองไทยมีท้องถิ่น

นี่ก็คือปัญหา น่าแปลกใจว่า ในการให้ข่าวเกี่ยวกับท้องถิ่น มักมีข่าวที่พาลคิดกันว่าเป็นท้องที่หรือท้องถิ่นหรือภูมิภาคกันแน่ เช่น ให้ข่าวว่ามีการทุจริตปลอมแปลงเอกสารชื่อคนตายมาเบิกเงินสวัสดิการ โดยให้ข่าวว่าเป็นท้องถิ่น แต่พอไปเช็คเนื้อข่าว ปรากฏว่าเป็นข่าวของโครงการไทยเข้มแข็ง โครงการไทยนิยม ที่มิใช่ท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ เป็นความเข้าใจผิดกันชัด ๆ เลยไม่รู้ว่า เมืองไทยยังมีท้องถิ่นอยู่นะ เพียงแต่ว่ามันอยู่ตรงไหนเท่านั้น อีกทั้งไม่ค่อยได้ยินรัฐบาลพูดถึงท้องถิ่นนัก เพราะข้าราชการ อปท.ใช้คำว่าพนักงานเช่น พนักงานเทศบาล, พนักงานเมืองพัทยา, พนักงานส่วนตำบล (อบต.), ข้าราชการ อบจ., ข้าราชการ กทม.  ต้องแก้ให้เป็นข้าราชการท้องถิ่นให้เหมือนกันอาจเขียนให้เป็นข้าราชการ อปท.ก็ได้ ซึ่ง สมัยก่อนพนักงานสุขาภิบาลห้ามโอนไปเป็นข้าราชการพลเรือน เพราะใช้ระเบียบ มท. ว่าด้วยพนักงานสุขาภิบาลต้องโอนมาเป็นพนักงานเทศบาลเสียก่อน นอกจากนี้ผ่านมามีปัญหาการตีความอำนาจหน้าที่ของ อปท. แตกต่างกันและบางครั้งก็หาข้อยุติไม่ได้ เพราะเกี่ยงกันทำ หรือแย่งกันทำ หรือ ทำงานซ้ำซ้อนกัน ฉะนั้นเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ อปท. เป็นไปตามกฎหมายและสามารถให้บริการสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีผู้เสนอให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ของ อปท. ไว้ [10] เป็นต้น

ปัญหาตำแหน่งบริหารอปท.ว่าง

เป็นปัญหาในการบริหารงานอย่างมาก ในการจัดสรรตำแหน่งบริหารที่ว่าง แม้จะใช้อำนาจ คสช. ยึดอำนาจมาให้ ก.กลางดำเนินการก็ตาม ปรากฏว่าตั้งแต่ต้นปี 2560 [11]ถึงปัจจุบัน 2561 เกือบจะสองปีแล้ว อปท. ยังคงปรากฏตำแหน่งบริหารอำนวยการว่างมากมาย โดยเฉพาะใน อปท. ขนาดใหญ่ ที่มีตำแหน่ง บริหารอำนวยการสูง เช่น เทศบาลเมือง ทำให้มีปัญหาการใช้บัญชีระดับสูงที่รอการบรรจุอยู่มากมาย แต่ไม่สามารถบรรจุแต่งตั้งได้ ยกตัวอย่างกรณี เทศบาลเมืองบางแห่งมีตำแหน่งว่างแต่ใช้วิธีการรับโอนแล้ว ส่วนเทศบาลเมืองบางแห่งก็จะไม่รับโอนภายใน 150 วัน แต่หากประกาศที่ มท.1 ลงนามมีผลอำนาจนายก อปท. เหลือ 60 วัน [12] ซึ่งอาจเริ่มนับวันที่ 1 มกราคม 2562 ที่คงเร่งว่าจะรับโอนหรือใช้บัญชีในช่วงเดือน มกราคม –กุมภาพันธ์ 2562 ปัญหามีว่า อปท.จะใช้วิธีลากไม่เอาใคร ได้หรือไม่เพียงใด เพราะกลัวจะได้รับโอนคนที่ไม่ใช่คนกันเองนี่ก็คือปัญหา

เอาเป็นว่า ปัญหาขัดข้องในฝ่ายประจำ อปท. มีมากกว่าที่สาธยายไว้ ขอจบทิ้งไว้แค่นี้ ใครคิดได้ ขยายความได้อีก ขอบอกบุญไว้เป็นวิทยาทานด้วยจะขอบคุณมาก

[1] Phachern Thammasarangkoon & Watcharin Unarine, Municipality Officer ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 66 ฉบับที่  12 วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน -  วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม 2561, เจาะประเด็นร้อน อปท.หน้า 66 

[2] ก่อนหน้านั้น ไม่มีระเบียบกระทรวงมหาดไทย มีเพียงประกาศ ก.กลาง ที่ไม่มีฐานอำนาจ ต่อมาจึงตราระเบียบ มท.ว่าด้วยการกำหนดเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษอันมีลักษณะเป็นเงินรางวัลประจำปีแก่พนักงานส่วนท้องถิ่นให้เป็นรายจ่ายอื่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2557, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 131 ตอนพิเศษ 78 ง วันที่ 16 พฤษภาคม 2557    

[3] ประกาศ มท. เรื่อง หลักเกณฑ์ว่าด้วยการตั้งงบประมาณเพื่อให้ทุนการศึกษาของ อปท. พ.ศ. 2547 และแก้ไขรวม 6 ฉบับ รองปลัด มท.หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ลงนามโดยไม่มีฐานอำนาจ เพราะไม่ได้ตราเป็นระเบียบ มท. โดยอำนาจของ รมว.มท.    

[4]การถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, www.opdc.go.th/content.php?menu_id=11&content_id=299   บริการสาธารณะกับบทบาทองค์กรส่วนท้องถิ่น, สุภัชชา พันเลิศพาณิชย์, 25 มกราคม 2554, https://www.gotoknow.org/posts...

[5] ( 1) ให้กรมโยธาธิการ และกรมการเร่งรัดพัฒนาชนบทถ่ายโอนทางหลวงชนบทที่อยู่ในเขต เทศบาล เมืองพัทยา และ อบต. ให้อยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาล  เมืองพัทยา และ อบต. (2) ให้กรมทางหลวงอนุญาตให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปดูแล เกาะกลางถนน ทางเท้า  ไหล่ทาง  ที่พักริมทาง พื้นที่ริมทาง เป็นต้น (3)  ให้ส่วนราชการถ่ายโอนถนนที่ไม่ได้อยู่ในบังคับกฎหมายว่าด้วยทางหลวง ที่ประชาชนใช้สัญจรทั่วไปให้แก่  เทศบาล  เมืองพัทยา  อบต. อบจ.  และ กทม. และที่ถนนนั้นอยู่ในเขตพื้นที่ เว้นแต่ถนนนั้นสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์พิเศษ (4) ทางหลวงสัมปทาน  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำทางหลวงสัมปทานภายในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของตนเองได้   

[6] เครือข่าย ( Network) คือ การเชื่อมโยงของกลุ่มของคนหรือกลุ่มองค์กรที่สมัครใจ ที่จะแลกเปลี่ยนข่าวสารร่วมกัน หรือทำกิจกรรมร่วมกัน โดยมีการจัดระเบียบโครงสร้างของคนในเครือข่ายด้วยความเป็นอิสระ เท่าเทียมกันภายใต้พื้นฐานของความเคารพสิทธิ เชื่อถือ เอื้ออาทร ซึ่งกันและกัน

ดู เป็นรูปแบบการบริหารงานแบบเครือข่าย หรือ Network or networking

การสร้างเครือข่าย ( Networking), www.loei.go.th/TH/attachments/article/5516/KM%20การสร้างเครือข่าย.doc

& คำว่า  “เครือข่าย” ในปัจจุบันมีความหมายประการหนึ่ง คือ ขบวนการทางสังคม อันเกิดจากการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล กลุ่ม องค์กร สถาบัน  โดยมีเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และความต้องการบางอย่างร่วมกัน ร่วมกันดำเนินกิจกรรมบางอย่าง โดยที่สมาชิกของเครือข่ายยังคงความเป็นเอกเทศไม่ขึ้นต่อกัน

ดู เครือข่ายทางสังคม (Social Network), http://www.edu.tsu.ac.th/major/administration/data/FE511/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88/เครื่อข่ายสังคม.doc 

[7]ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรวมกลุ่มข้าราชการพลเรือนสามัญ พ.ศ. ... , สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, ข้อมูล ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2552, จุลนิติ ม.ค. - ก.พ. 2553, http://web.senate.go.th/lawdatacenter/includes/FCKeditor/upload/Image/b/Interest/interest23.pdf

[8]มาตรา 250 วรรคห้า “กฎหมายตามวรรคหนึ่งและกฎหมายที่เกี่ยวกับการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการบริหาร การจัดทำบริการสาธารณะ การส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา การเงินและการคลัง และการกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งต้องทำเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นหรือประโยชน์ของประเทศเป็นส่วนรวม การป้องกันการทุจริต และการใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและความแตกต่างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ และต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และการป้องกันการก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการส่วนท้องถิ่นด้วย”  

[9] องค์กรที่จดทะเบียนมูลนิธิ ได้แก่ ( 1) มูลนิธิส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยอุดร ตันติสุนทร ประธานมูลนิธิ อดีตรัฐมนตรี และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก 5 สมัย (2) มูลนิธิปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (มปต.) โดยทวีศักดิ์ ศรีทองกิตติกูล ประธานมูลนิธิ ปลัดอบต.ปากน้ำปราณ. จ.ประจวบคีรีขันธ์. อดีตประธานสมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทยเจ้าของรางวัล “ดำรงราชานุภาพ”    

นอกจากนี้ยังมีองค์กรที่ไม่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งเรียกชื่อกลุ่มแตกต่างกันไป เช่นเรียกว่า “สมัชชา” “ภาคี” “เครือข่าย” “ภาคีเครือข่าย” ฯลฯ เป็นต้น

[10] ข้อเสนอให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรัฐธรรมนูญ โดยนายนิติธรรม แกล้วกล้า , 24 ตุลาคม 2558 ใน ถาม-ตอบ กับมีชัย - MeechaiThailand.com

[11] คำสั่ง หน.คสช.ที่ 8/2560 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนพิเศษ 54 ง วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560, http://library2.parliament.go.th/giventake/content_ncpo/ncpo-head-order8-2560.pdf

[12] ประกาศ ก.กลาง เรื่องมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกและการคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561, https://www.dropbox.com/s/f6nj6owykn6zban/196128_73784_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%20%E0%B8%81.%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%20%20%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%84.pdf?dl=0

ดู 

มติการประชุม ก. กลาง เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2561 และ มติคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต.) ในการประชุมครั้งที่ 9/2561 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561

ดู ระบบอุปถัมภ์! 'มท.1'ปลดล็อก'อธิบดีสถ.'สนองหนุนขรก.ขึ้นบิ๊กบริหาร อปท., 23 พฤศจิกายน 2561, https://www.naewna.com/local/378734

สรุป อปท.โอนคัดเลือกบริหารจาก 150 วันเหลือเป็น 60 วัน เป็นการปลดล็อกให้ตำแหน่งผู้บริหารอำนวยการท้องถิ่นโอนย้ายได้ รวมทั้งการโอนตำแหน่งและประเภทเดียวกัน ได้ภายใน 60 วัน แต่ให้ดำเนินการได้ในห้วงเวลา วันที่ 3 ธันวาคม 2561 ถึง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562  เพื่อรอการสรรหาจาก ก. กลาง   

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Local Administration



ความเห็น (0)