บทที่ 1

บทนำ

หลักหารและเหตุผล

      ปัจจุบันโรคฟันผุเป็นปัญหาทันตสาธารณสุขที่สำคัญในประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กปฐมวัยจากการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 8 พ.ศ.2560 ในช่วงอายุ 3 ปีมีเด็กที่มีฟันผุถึงร้อยละ 47.6 โดยมีค่าเฉลี่ฟันผุระยะเริ่มต้นร้อยละ 31.1 มีฟันผุยังไม่ได้รักษาร้อยละ 52.0 มีการสูญเสียฟันร้อยละ 2.3 มีฟันอุดร้อยละ 2.5 และมีฟันผุ/ถอน/อุด ร้อยละ 52.9 (ทันตสาธารณสุข, 2561: ออนไลน์) ซึ่งปัญหาโรคฟันผุนี้ยังคงมีอยู่ในคนไทยโดยเฉพาะในเด็กเล็กซึ่งมีสาเหตุจากหลายๆสาเหตุอาทิเช่น การปล่อยให้เด็กหลับไปพร้อมกับขวดนม พฤติกรรมการกิน รวมไปถึงการแปรงฟันของเด็ก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฟันผุได้หากไม่ได้รับการดูแล การส่งเสริมที่ดี

          ในวัยเด็กนั้น ฟันน้ำนมซี่แรกจะขึ้นเมื่ออายุประมาณ 6 เดือนและจะทยอยขึ้นจนครบ 20 ซี่ในอายุ 2 - - 3 ปี โดยเด็กในวัยนี้ยังไม่สามารถดูแลสุขภาพฟันตนเองได้ดีนัก ผู้ปกครองจึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กมีสุขภาพช่องปากที่ดี โดยน้าที่หลักๆของฟันน้ำนมนั้นคือการบดเคี้ยว สวยงาม ช่วยพัฒนาการออกเสียง ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของขากรรไกรและใบหน้าให้เป็นไปตามปกติและช่วยกันที่ไว้ให้ฟันถาวรขึ้น ซึ่งหากมีฟันผุเกิดขึ้น อาจทำให้การติดเชื้อลุกลามไปสู่ฟันแท้ที่อยู่ข้างใต้ เกิดถุงหนองที่ปลายรากฟันหรือบวมบริเวณแก้มและคาง ซึ่งเป็นอันตรายมากหากไม่รีบรักษา การสูญเสียฟันน้ำนมไปก่อนที่ฟันแท้จะขึ้นมีผลให้ฟันแท้ขึ้นไม่ตรงตำแหน่ง และเด็กที่มีฟันน้ำนมผุมีโอกาสที่จะมีฟันแท้ผุมากกว่าเด็กที่ไม่มีฟันน้ำนมผุ(ข่าวสด, 2558: ออนไลน์) นอกจากนี้ปัญหาการเกิดโรคฟันน้ำนมผุในเด็กปฐมวัยและเด็กก่อนวัยเรียนจะส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ ทางด้านร่างกายอื่นๆ ตามมา เช่น การเกิดภาวะทุพโภชนาการจาการที่เด็กไม่สามารถรับประทาน อาหารได้เต็มที่ การมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานของตัวชี้วัดทางด้านอนามัย เป็นต้น ฟันผุใน ฟันน้ำนมจะมีการลุกลามจนถึงโพรงประสาทฟันได้รวดเร็วกว่าฟันแท้ เนื่องจากความหนาของ ชั้นเคลือบฟันและชั้นเนื้อฟันน้อยกว่าฟันแท้ และฟันผุในระยะเริ่มแรกสามารถลุกลามเป็นรูฟันผุได้ ในเวลา 6 -12 เดือน  เด็กที่เริ่มมีฟันผุในอายุน้อย มีการลุกลามได้เร็ว และมีจำนวนฟันผุเพิ่มขึ้น มากกว่าเมื่อเทียบกับเด็กที่มีฟันผุในอายุที่มากกว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เด็กมีฟันผุคือการรับประทาน อาหารประเภทแป้งและน้ำตาลบ่อยๆ การไม่ทำความสะอาดช่องปาก และการไม่ได้รับบริการด้าน การป้องกัน ในปัจจุบันพบว่าช่วงอายุ1 – 3 ปีมีการเกิดฟันผุอย่างรวดเร็ว โดยพบเริ่มผุบริเวณผิวเรียบ ของฟันหน้าบนได้ตั้งแต่อายุไม่ถึง 1 ปีและเมื่ออายุ2 – 3 ปีจะพบฟันผุที่ฟันกรามน้ำานมซึ่งเพิ่งขึ้นมา ไม่นาน ลักษณะดังกล่าวพบมากในเด็กเล็กของประเทศไทย(อุฬาริกา โยสิทธิ์. 2558)

          นอกจากนี้ ทันตแพทย์โลก (FDI World Dental Congress) ได้มีการประชุมประจำปี 2558 กรมอนามัยได้ลงนามความร่วมมือกับเครือข่ายความร่วมมือนานาชาติเพื่อการปราศจากฟันผุในอนาคต โดยประเทศต่างๆ จะร่วมกันรณรงค์กันให้ความรู้และทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเรื่องวิทยาการในปัจจุบัน ที่มั่นใจได้ว่าโรคฟันผุป้องกันได้ ดังนั้นการดูแลสุขภาพช่องปากในเด็กจนถึงผู้ใหญ่จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

แนวโน้มในอนาคต

          โดยในปีพ.ศ.2561 สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย ได้วางแนวทางการดำเนินงานทันตะสาธารณสุขประจำปี พ.ศ.2561 ไว้ว่า ด้านคุณภาพเด็กได้รับการตรวจช่องปากโดยทันตบุคลากร ผู้ปกครองเด็กได้รับการฝึกแปรงฟันในเด็กแบบลงมือปฏิบัติ เด็กได้รับการประเมินความเสี่ยงฟันผุโดยเด็กที่มีความเสี่ยงจะได้รับการดูแล มีการกระตุ้นการแปรงฟันและตามผลทุกๆ 3 เดือน ด้านศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน มีกิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพ เช่น ตรวจเฝ้าระวัง มีการแปรงฟันหลังอาหาร การจัดอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและไม่เสี่ยงต่อฟันผุ ด้านชุมชนมีการรวมตัวกันดูแลและเฝ้าระวังเรื่องการแปรงฟันดูแลช่องปากเด็ก โดยสำนักสาธารณสุข กรมอนามัย คาดหวังว่าเด็กอายุ 0 – 5 ปี สูงดี สมส่วน ฟันไม่ผุ พัฒนาการสมวัย โดยมีเด็กที่ปราศจากฟันผุในช่วงอายุ 3 ปี ร้อยละ 52 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากข้อมูลเดิม

          โรคฟันผุหากไม่ได้รับการรักษาหรือแก้ไขจะก่อให้เกิดอาการปวดมากและอาจมีการติดเชื้อร่วมด้วย หากมีการติดเชื้อร่วมด้วยจะเกิดอาการบวมบริเวณเหงือกรอบๆฟันได้และเกิดปัญหาทางการได้ยินและการพูดเพราะฟันมีส่วนในการพัฒนาการออกเสียง

เอกสารอ้างอิง
         
         ข่าวสด/(2558)./การดูแลรักษาสุขภาพช่องปาก/[เว็บบล็อก]. /สืบค้นจาก https://www.khaosod.co.th/view...

         คอลเกท/(ม.ป.ป.)./การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุของเด็ก/
                  [เว็บบล็อก]. /สืบค้นจาก https://www.colgate.com

         มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ. (2556). ปัจจัยเชิงสาเหตุของพฤติกรรมการดูแลอนามัยช่องปาก.
                   วารสารพฤติกรรมศาสตร์, ปีที่19(ฉบับที่ 2) 154.

          สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย/(2561,กรกฎาคม)./การสำรวจสภาวะทันตะสุขภาพแห่งชาติ /
                  [เว็บบล็อก]. /สืบค้นจาก http://dental2.anamai.moph.go....

          สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย/(2560,พฤศจิกายน 15)./แนวทางการดำเนินงานปี 2561 /
                  [เว็บบล็อก]. /สืบค้นจาก http://dental2.anamai.moph.go....         

          อุฬาริกา โยสิทธิ์. "พฤติกรรมและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กก่อนวัยเรียนโดยผู้ปกครองของ
                  เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลท่าผา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง"
รายงานวิจัย คณะสาธารณสุขศาสตร์
                  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,2558