บทความเรื่อง Sleep Learning Gets Real : Experimental techniques demonstrate how to strengthen memories when our brains are off-line ในนิตยสาร Scientific American ฉบับเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๑ เขียนโดย Ken A. Paller ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา และผู้อำนวยการ cognitive neuroscience program ที่ Northwestern University กับ Delphine Oudiette นักวิจัยด้านการนอนหลับของฝรั่งเศส บอกว่าระหว่างที่ตัวเรานอนหลับ สมองของเรายังคงทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานเสริมความจำต่อเหตุการณ์ที่เพิ่งพบเห็น กล่าวคือ กระบวนการเรียนรู้ไม่ได้จบสิ้นในช่วงที่เราตื่นหรือรู้สึกตัวเท่านั้น การเรียนรู้ยังเชื่อมต่อไปสู่ช่วงการนอนหลับด้วย นักวิทยาศาสตร์ทางสมองจึงสนใจศึกษากลไกการทำงานของสมองระหว่างการนอนหลับ ว่าเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้อย่างไร
และกำลังมีการวิจัยหาวิธีใช้ช่วงการนอนหลับในการแก้ปัญหาบางอย่าง ที่เขาเรียกว่า sleep-based problem-solving
ที่จริงมนุษย์เราสนใจเรื่อง การเรียนรู้ระหว่างนอนหลับ (sleep learning) มาเป็นร้อยปี โดยเชื่อว่าหากระหว่างนอนหลับมีเสียงเรื่องหนึ่งเกิดขึ้น ผู้นั้นอาจจดจำได้ แต่นั่นไม่ใช่การเรียนรู้ระหว่างนอนหลับที่บทความนี้กล่าวถึง
การเรียนรู้ระหว่างนอนหลับตามในบทความนี้ เน้นให้เป็นส่วนเสริมการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นระหว่างตื่น ช่วยให้การเรียนรู้นั้นลึกซึ้งเชื่อมโยงและจำได้แม่นยำยิ่งขึ้น สำหรับให้คนทุกคนนำมาใช้กับตนเอง
ช่วงแรกของการวิจัย นักวิทยาศาสตร์สมองสนใจช่วงการนอนหลับที่เรียกว่า REM sleep แต่ทีมของผู้เขียนศึกษาช่วงการนอนหลับช่วงที่เรียกว่า SWS (slow wave sleep) โดยให้กลิ่นหรือเสียงร่วมกับการเรียนรู้เรื่องนั้นๆ แล้วช่วงหลับ SWS ให้กลิ่นหรือเสียงนั้นอีก (sensory stimulation) พบว่าทั้งหนูทดลองและคนจำเรื่องนั้นได้ดีขึ้น
เขาบอกว่า มนุษย์รู้จักใช้ประโยชน์ของกลไกทางสมองนี้มาเป็นพันปี ผ่านการให้เด็กนอนเปล มีการไกวเปล และร้องเพลงกล่อมเด็ก
เขามีผลการทดลอง และใช้รูปอธิบายว่าช่วงที่คลื่นไฟฟ้าสมองส่วนหน้าอยู่ในช่วงขาขึ้นของ SWS ตรงกับช่วงที่คลื่นไฟฟ้าใน thalamus แกว่งมาก ที่เรียกว่า spindle และตรงกับช่วงที่คลื่นไฟฟ้าใน hippocampus มีลักษณะเป็น sharp-wave ripple ตีความว่า ช่วงนอนหลับ SWS มีการทำงานร่วมกันของสมอง ๓ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และความจำ
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ของการค้นหาวิธีใช้ประโยชน์การนอนหลับให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตให้มากที่สุด
วิจารณ์ พานิช
๑๙ ต.ค. ๖๑
ขอเรียนด้วยความเคารพครับ..ว่า..ผมอ่านบทความนี้ด้วยความประหลาดใจมากที่..เราพากันเห็นเป็นเรื่องแปลกและดูดีมีคุณค่า..หากสิ่งนั้นมีนักวิทยาศาสตร์ชาวตะวันตกนำมากล่าวถึง!!..ทั้งๆที่มีผู้ที่เรารู้จักกันดี..(บางคนยังบอกว่า สนิทสนมกับท่านด้วย..ถึงกับกราบไหว้กันปะหลกๆๆ..หุหุ)ท่านผู้นั้นได้ศึกษาจนเข้าใจ เข้าถึงและนำพัฒนาใช้ประโยชน์รวมทั้งเอามาเผยแพร่อย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย..เมื่อ2600ปี..มาแล้ว!!.…บางทีนะครับ..ความรู้ที่เรากำลังสนใจและอยากศึกษาลอกเลียนจากนักวิทยาศาสตร์ชาวตะวันตก..อาจเป็นความรู้เก่าๆที่เราได้ละเลย หรือทิ้งมันไว้กับฝุ่นในห้องสมุดเก่าๆของเราที่มีอยู่ดาษดื่น..แล้วบังเอิญนักวิทยาศาสตร์ขี้สงสัยพวกนั้นนำไปปัดฝุ่นทำวิจัยใหม่เพื่อนำมาขายต่อให้เราๆท่านๆ..แบบ พวกสมุนไพร..ยาแผนโบราณ..สมาธิบำบัด..นั่นแหละ..ท่านอาจารย์ครับ..
ชอบใจตรงข้อความสรุปตอนท้ายของท่านอาจารย์..มากครับ..น้ำตาซึมเลย..“..นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ของการค้นหาวิธีใช้ประโยชน์การนอนหลับให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตให้มากที่สุด.. “..กราบขออภัยที่หากข้อความที่กระผมเขียนอาจทำให้ท่านอาจารย์ไม่สบายใจ..แต่กระผมเห็นว่า วิธีนี้จะเป็นประโยชน์ในการกระตุ้นให้เกิดการเห็นคุณค่าของพระพุทธศาสนาและภูมิปัญญาของบรรพชนชาวสยาม..วิธีหนึ่ง..ครับ..ด้วยความเคารพในฐานะศิษย์ที่ติดตามบทความของท่านในGotoknow..ครับผม..