หนังสือชื่อ Gene Machine : The Race to Decipher the Secret of Ribosome  เขียนโดยนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล สาขาเคมี ปี ค.ศ. 2009  Venki Ramakrishnan ที่อาจารย์หมอปรีดา มาลาสิทธิ์ มอบให้    ตรึงผมไว้ในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ที่ ๖ - ๗ ตุลาคม ๒๕๖๑ และระหว่างเดินทางไปประชุมที่นิวยอร์ก  

เป็นการอ่านเพื่อเรียนรู้หลายชั้น  คือ (๑) สาระหรือ content ของเรื่อง ไรโบโซม  อาร์เอ็นเอในไรโบโซม  โปรตีนในไรโบโซม    ความเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของยาปฏิชีวนะ   (๒) บรรยากาศการทำงานวิจัยเพื่อทำความเข้าใจกลไกทางวิทยาศาสตร์ ที่ต้องร่วมมือและแข่งขันกันข้ามกลุ่ม ข้ามประเทศ ข้ามทวีป    (๓) ทักษะการตั้งโจทย์ใหญ่ และหาทางตอบโจทย์นั้นให้ได้ โดยในตอนต้นไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร    นี่คือความกล้าหาญที่จะเข้าไปในดินแดนที่ไม่ชัดเจน   (๔) การเมืองเรื่องการพิจารณารางวัลโนเบล    เรื่องนี้ผมได้เรียนรู้เอามาใช้ระมัดระวังในการทำงานตัดสินรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ    แต่รางวัลของเราต่างจากรางวัลโนเบล ตรงที่รางวัลโนเบลเน้นการค้นพบใหม่ทางวิทยาศาสตร์    แต่รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เน้นผลกระทบเชิงประโยชน์ ที่เกิดขึ้นต่อคนจำนวนมากในโลก   รางวัลของเราจึงไม่ตกอยู่ใต้การบงการของกลุ่มยักษ์ใหญ่ในวงการวิจัย/วิทยาศาสตร์โลก    แต่ผมอาจเข้าใจผิดก็ได้   (๕) ชีวิตที่มีสาระของนักวิทยาศาสตร์/วิชาการ ที่เรียบง่าย   ท่านผู้เขียนใช้จักรยานในการเดินทางระหว่างบ้านกับที่ทำงาน ระยะทาง ๓ ไมล์ครึ่ง    และยางจักรยานแตกในวันได้รับแจ้งว่าได้รับรางวัลโนเบลพอดี    ก็จูงจักรยานกลับบ้านกับภรรยากลางฝน  

อ่านแล้ว ผมได้รับการยืนยันว่า สำหรับนักวิจัย/วิชาการแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความสามารถ/ความกล้า ในการตั้งโจทย์ที่มีความหมาย    แม้จะยาก    ก็กล้าดำเนินการหาคำตอบให้ได้    ซึ่งหมายความว่า มีปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อ/สนับสนุน    จะเห็นว่า งานวิจัยขนาดนี้ ต้องการความร่วมมือ (และแข่งขัน) นานาชาติ    หน่วยวิจัยที่มีปัจจัยแวดล้อมดีที่สุดคือ LMB ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์    ที่ได้ชื่อว่าเป็น Nobel Prize Farm    Sir Gregory  ที่ได้รับรางวัลสาขาเคมีในปีนี้ ก็เป็นสมาชิกของห้องปฏิบัติการนี้

ปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือทีมงาน    การเลือก และได้คนที่มีความสามารถและมีไฟในเรื่องนั้นมาทำงาน เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง     โดยที่ทีมงานเหล่านี้มีการเข้าออกหมุนเวียนอยู่เป็นระยะ เพื่อไต่บันไดวิชาชีพของตน 

นอกจากนั้น ยังได้ดื่มด่ำรสชาติธาตุแท้ของมนุษย์ที่ยังเป็นปุถุชน    ที่มีทั้งพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และเหมาะสมในที่ประชุมวิชาการ    ผู้เขียนเล่าเรื่องราวที่ตนพูดกระแทกคู่แข่ง  และมีกัลยาณมิตรมาเตือนภายหลังว่า   เป็นพฤติกรรมที่แปลกของผู้เขียนที่เป็นคนสุภาพ    และจะไปกระแทกเขาทำไม ในเมื่อตนมีผลงานล้ำหน้าอยู่แล้ว    ผู้เขียนบอกว่า คำเตือนช่วยให้ตนได้สติ   

การได้อ่านเรื่องเล่าเหตุการณ์ตอนได้รับโทรศัพท์จาก สต็อกโฮล์ม แจ้งเรื่องรางวัลโนเบลสนุกมาก    คำคมจากคณะกรรมการรางวัลคือ “ขอให้มีความสุขในเวลาแห่งสันติ ๓๐ นาทีต่อจากนี้”    ซึ่งหมายความว่าหลังจาก ๓๐ นาที ผู้ได้รับรางวัลโนเบล ก็จะกลายเป็นคนที่ไม่มีเวลาเป็นตัวของตัวเอง    อ่านเรื่องราวหลังได้รับรางวัลแล้วน่าเห็นใจจริงๆ    โดยเฉพาะปฏิกิริยาจากประเทศอินเดีย 

ยิ่งกว่านั้น ยังมีการกล่าวว่า รางวัลโนเบล เป็น “a kiss of death”    คือผู้ได้รับรางวัลจะโดนสังคมดึงตัวไปทำอย่างอื่น จน “สิ้นลม” ในงานวิจัย    โดยผู้เขียนบอกว่า ตนมีตัวอย่างคนที่ได้รับรางวัลโนเบลแล้วไม่หลงระเริงไปตามกระแสสังคม     ยังคงทำงานค้นคว้าวิจัยอย่างเดิม    และสร้างผลงานได้อีกมาก    แต่พออ่านต่อไปก็พบว่า distraction ตัวสำคัญมากับการให้เกียรติ เช่น ตำแหน่งเซอร์  การเป็นนายกของราชสมาคม   และอื่นๆ อีกมากมาย    คนเด่นก็โดนใช้งานเช่นนี้เอง

ผลงานของผู้เขียนที่ได้รับรางวัลโนเบลคือ ผลงานศึกษาโครงสร้างและกลไกการทำหน้าที่ของไรโบโซม    โดยเทคนิคที่ช่วยไขความกระจ่างคือ crystallography   แต่ต่อมา คนที่ LMB นั้นเอง ได้พัฒนาเทคนิค electron microscopy มาแทนที่    เป็นวิธีที่ง่ายกว่ามาก    งานวิจัยที่เดิมเคยใช้เวลาหลายปี เดี๋ยวนี้ไม่กี่สัปดาห์ก็เสร็จ    ต่อมาผู้พัฒนาเทคนิคนี้ก็ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี 2017

ขอบฟ้าวิทยาศาสตร์ไม่หยุดนิ่ง สิ่งใหม่คือ single molecule physics   ผมเพิ่งเห็นคำนี้เดี๋ยวนี้เอง    และการวิจัยรายละเอียดของบทบาทของไรโบโซม ที่ยังมีคำถามที่ยังไม่มีคำตอบอีกมาก    รางวัลโนเบลใช่จุดจบของงานวิจัยไรโบโซม   

ความสนุกของการอ่านหนังสือเล่มนี้ อยู่ที่เรื่องราวของการค้นคว้า  การตั้งปัญหา  การทำผิดพลาด  การค้นพบความผิดพลาด    และมิติของความเป็นสามัญมนุษย์ของมนุษย์อัจฉริยะในวงการวิทยาศาสตร์   และการเขียนที่ยกย่องคนอื่นมากกว่าตนเอง

รางวัลที่จำนวนเงินมากที่สุดน่าจะได้แก่ Breakthrough Prize มีเงินรางวัล ๓ ล้านเหรียญ   ให้แก่ผู้ได้รับรางวัลแต่ละคนโดยไม่แบ่งกันอย่างรางวัลโนเบล   

วิจารณ์ พานิช

๘ ต.ค. ๖๑

บนเครื่องบิน Asiana Airline ไปนิวยอร์ก