วันนี้ผมได้ไปงาน TMI2006 ด้วยความขลุกขลักเล็กน้อยแต่ด้วยความช่วยเหลือจากพี่ๆ ทุกท่านผมเลยเข้าไปในงานจนได้วันนี้จริงๆ ผมจะมาบันทึกเรื่อง KM ต่อแต่เนื่องจากในหัวผมตอนนี้อัดด้วยเรื่องนี้อยู่ จึงขอระบายก่อนที่จะลืมหายไปกะสายลมครับ 

เริ่มจากวันนี้ได้เจอกับ พี่แม็กจากสารสนเทศ ตัวเป็นๆ หลังจากที่ไม่เจอกันเกือบเดือนได้ รู้สึกเหมือนพี่แม็กเป็นดาราครับจะเจอต้องจองคิวนาน ล้อเล่นครับ อิอิ

  ออกเดินทางจ้า

อาจเป็นเพราะมีชายหนุ่ม 2 คนที่ไปงานเลยคุยกันยาว จนถึงงานเลยครับ ได้รู้อะไรมากมายครับ ทางสารสนเทศมีปัญหาเยอะไม่น้อย และกำลังหาทางแก้ไขอยู่ แต่จะแก้ได้หรือไม่ยังไงนั้น ผมก็ไม่สามารถบอกได้เช่นกันเพราะเท่าที่ฟังปัญหาไม่ได้อยู่ที่เครื่องเซอเวอร์ใหม่แน่ครับ แต่จะเป็นที่ฐานข้อมูลเกี่ยวกับ Index ที่จัดลำดับไม่ดีไหมหรือข้อจำกัดของสายแลนกับการเชื่อมต่อ อันนี้ต้องค่อยๆ ดูและพิสูจน์กันต่อไปครับ

จากนั้นผมก็คุยถึงความเป็นไปได้ในการใช้ Access กับฐานข้อมูลยาซึ่งได้คำแนะนำให้ผมไปคุยกับฝ่ายเครื่องมือแพทย์ที่ได้ทำตรงนี้อยู่ แต่ที่ผมหวังจะให้มีการดึงข้อมูลจาก HomeC ให้สามารถอัพเดตตามได้ท่าจะหมดหวังครับต้องทำ manual เป็นคราวๆ ไป

เสียดายไม่น้อยที่พี่แม็กและคุณหมอกฤษดากลับไปก่อนไม่งั้นคงได้คุยกันต่อในมื้อกลางวัน  

ต่อด้วยการเข้าไปดูบู๊ทครับ มีบู๊ทมากกว่าที่คิดครับ ได้เจอโปรแกรม HOSXP ที่อยากเจอด้วย เย้ๆ ได้เห็นของจริงแล้ว ที่สำคัญ Acer มาขายโน็ตบุ๊คกับ Tablet PC ครับ (เครื่องอย่างอื่นผมไม่ดูครับ หุๆ) ราคาน่าสนใจมากครับ 24,000 34,000 43,000 บาท ไม่ได้ค่าโฆษณานะครับแต่เสป็คใช้ได้เลย ทำผมเอาครวญเพราะเพิ่งใช้เงินเดือนไป ไม่งั้นมีลุ้น

 โอ้ ละหนอ น้องรอดีๆ
เรื่องพรรค์(กะตัง)อย่างนี้ต้องใช้เวลา
ขาติก่อนทำบุญไว้คงไม่ไปไกลนาน
รอพี่หน่อยนะคนดี

หลังจากนั้นก็เข้างานครับแต่ด้วยความติดพันกับบู๊ต HOSXP ทำให้ผมดูเขาสาธิตต่ออย่างหนุกหนาน (คนอื่นเข้าหมดแล้วมีผมยืนฟังเขาคนเดียว) ผมทึ่งกับคนเขียนโปรแกรมมานานแล้วครับ

ภาพ:Chaiyaporn.jpg รูปพี่ชัยพรครับ ยังไม่ได้คุยกานเลย

คนเขียนคือ พี่ชัยพรเป็นเภสัชกรที่พัฒนาให้รพ.แล้วแจกฟรี เป็น open source ที่เปิดให้ทุกคนร่วมพัฒนาครับ อัพเดตบ่อยมากเพราะมีฟังชั่นเยอะจัด จนพี่คนบรรยายยังจำไม่หมดครับ (พี่ชัยพรท่านขยันมากครับ) เข้าดูได้ที่นี่ครับ  

http://hosxp.net/  

ได้เห็นของจริงแล้วเริ่มรู้สึกว่า ของเขาก็มีปัญหาเหมือนกันครับแต่คนละอย่างกับเรา เนื่องจากเป้าหมายต่างจากของเราใช้ คือ ของเขาเน้นจะเป็นโปรแกรมเดียวคลุมทั้งรพ. ( All for one) มีกระทั่งฝ่ายโภชนาการ, ฝ่าย Couselling อื่นๆ อีก ทั้งๆ ที่ผมยืนฟังเกือบชั่วโมงยังฟังไปได้ไม่ถึงครึ่งเลยครับ เสียดายที่ไม่ได้คุยกับพี่ชัยพรเขาตรงๆ เพราะพี่ชัยพรกำลังคุยกับคุณหมออีกท่านเรื่องการจัดทำฟอร์มรายงานเอง ซึ่งต้องอาศัยความรู้เรื่อง SQL+Pascal เล็กน้อย (แต่มากสำหรับผม) ผมทึ่งมากครับที่พี่เขาทำแจกฟรีจนมีคนออกทุนให้มาทำบริษัทต่อ จนปัจจุบันมีรพ. ใช้แล้วกว่า 100 แห่ง (เป็นอีกเหตุให้เขาต้องออกจากรพ.เพราะวิ่งงานตลอดทำงานประจำไม่ไหว)    

ภาพ:Tak.jpg  พี่นันทาที่อดทนอธิบายผมเกือบชั่วโมง ขอบคุณหลายๆ ครับ

ด้วยเวลาจำกัดผมไปดูบู๊ต HOSPITAL OS ต่อ

 

เป็น open source เช่นกันครับ แต่อันนี้ได้ความสนับสนุนจาก SIPA เทียบกัน 2 ตัวนี้แล้ว เหมือนกันตรงที่เป็น ALL IN ONE เช่นกัน แต่อันนี้เรียบง่ายกว่ามากครับเพราะฟังชั่นน้อยกว่าคนละเรื่องเลยแต่อันนี้เขาเน้นที่การเชื่อมโยงข้อมูลที่ SIPA กำลังนำร่องที่ภูเก็ตอยู่โดยใช้ SOA/Web base คือ การให้สามารถดึงข้อมูลไปดูได้จากสถานพยาบาลหนึ่งไปอีกแห่งหนึ่ง การนำมาใช้ประโยชน์จะเน้น 2 อย่างครับ คือ

1. การนำไปใช้ในหน่วยงาน กล่าวคือ ทำเป็นข้อมูลสรุปได้สวยงาม ดูง่ายครับเพราะสามารถจัดทำเป็นกราฟแบบต่างๆ หรือข้อมูลดิบก็ได้เซพเป็น format ต่างๆ ก็ได้โดยเฉพาะ Access+Excel

2. การดึงข้อมูลจากหน่วยงานภายนอก ตอนนี้ที่ใช้ คือ สสจ.จะสามารถดึงข้อมูลจากทุกรพ.+สถานีอนามัยในจังหวัด โดยผ่าน web ให้สามารถรวมกันและวิเคราะห์ข้อมูลออกมาวางแผนได้ แก้ปัญหาที่แต่ละสถานพยาบาลมีโปรแกรมต่าง ข้อมูลต่างกันรวมไม่ได้ ซึ่งต้องคอยติดตามดูต่อไปครับว่าจะก้าวไกลได้ระดับไหน

ลืมบอกไปว่าตัวรายงานเป็นอีกโปรแกรมหนึ่งนะครับแยกจาก Hospital OS มา (แต่ออกมาให้ใช้ร่วมกัน)
ซึ่งเราอาจนำตรงนี้มาใช้กับของเราทำรายงานต่างหากได้ ซึ่งน่าสนใจครับ เราอาจได้รายงานสวยๆ ก็คราวนี้

ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ
http://www.hospital-os.com/

ช่วงบ่าย ได้มีการพูดถึงเรื่องที่ SIPA หยิบมาทำ นี้ครับว่า เป็นมาจากไหน ได้จากที่อังกฤษครับซึ่งได้มีการทำเช่นนี้สำเร็จแล้วโดยบริษัท SUN ทำการลิงค์ข้อมูลสถานพยาบาลรวมทั้งคลีนิคทั้งประเทศ

  • ฟังไม่ผิดครับทั้งประเทศ
  • ด้วยงบกว่า 2.3 พันล้านยูโร.. (อย่าไปคิดเลยครับว่าเท่าไหร่ ลองเอา 40 กว่าๆ ไปคูณเล่นๆ ก็ได้ครับ)

เพื่อให้ข้อมูลเป็น Real time ส่งข้อมูลเข้าศูนย์กลางรวมประวัติการรักษา online ได้ตลอดและหากมีการรักษาที่ใดก็มีการส่งข้อมูลอัพเดตเรื่อยๆ หากย้ายโรงพยาบาลไปก็ดูประวัติจากส่วนกลางได้เลย สุดยอด   ผมฟังวิทยากรพูดแล้วถอนใจตามครับเพราะเรื่องนี้เคยเข้าคณะรมต.ไปแล้วด้วยเรื่อง Medical hub แต่โดนถอนออกมาแล้ว+สังเวยปลัดสาธารณสุขไป 3 ท่าน เพราะอะไรท่านไม่อยากพูดต่อ เรื่องเลยเอวังไป แต่พวกท่านยังสู้ต่อไปด้วย Open source ครับ (เราคงไม่มีเงินแบบประเทศอังกฤษนิ ต้องใช้ของฟรีต่อไปครับ) หวังว่าทุกรัฐบาลจากนี้จะสนับสนุน Open source นะครับ เพี้ยง เราจะได้ก้าวหน้าไม่ก้าวหลังกลับ  

สาระแน่นมากครับสำหรับตอนแรกต่างกับช่วงบ่ายที่ผมสารภาพว่าหลับไปครึ่งชั่วโมง

 สารภาพ..ตามตรง...ว่า....ง่วง

เพราะเรื่องมันไกลตัวมาก นั่นคือ เรื่อง Internet Next Generation มัน Next จริงๆ ครับพูดถึงสถาปัตใหม่ว่าจะเป็นยังไง ก้าวไปไกลแค่ไหน (ก็ไม่ยู้เพราะไม่ได้ฟัง)

แต่ผมมาตื่นทันฟังว่าของไทยเรามียัง ทำอะไรไปมั่ง ก็ได้ตัวอย่างการผ่าตัดผ่าน Internet ความเร็วสูงแบบใหม่นี่แหละครับ ว่าได้มีการลองแล้วทำได้จริงแต่ต้องระวังมากครับเพราะห้ามสายหลุดเด็ดขาด เพราะถ้าผ่าตัด Online จริงละก็ถึงตายแน่ ในที่นี้ผ่าตัดในผมูครับ ยังไม่กล้าลองกกะคน ซึ่งต้องใช้แบนวิทต์ที่แรงมากๆ (เป็นวีดีโอสด+มีการถามกันได้)

ผมสรุปได้ความว่าถ้าอนาคตมันมาอินเตอร์เน็ตมันจะแรงเร็วขึ้นเราก็จะทำอะไรได้อีกมากสุดท้ายมีคนถามเรื่อง wireless internet สำหรับที่ๆ ไม่สามารถเชื่อมต่อสายได้แม้แต่สายโทรศัพท์ว่าตกลงเป็นไปได้แค่ไหน ท่านวิทยากรตอบว่าเนื่องจากติดขัดที่ตัวกฎหมายเรื่องคลื่นความถี่ครับต้องรอกฎหมายให้ผ่านก่อน ทำให้ต้องรอกันต่อไป 

กลับแล้วววววครับ
ตอนกลับในรถข้าน้อยได้คุยกับสาวน้อยสาวใหญ่ที่มาดูงานการลงรหัสโรค
ICD วันนี้ ได้เห็นไฟในการทำงานของทุกคนแล้วผมเห็นว่ารพ.เรามีความหวังครับ ต้องขอโทษด้วยนะครับที่จำชื่อทุกท่านไม่ได้ จำได้แต่พี่สิริกานครับ
(เรื่องคุยกับพี่ๆ นี่ขอเซ็นเซอร์นะครับ เพราะรู้สึกจะพูดกันตรงๆ กันดีจังเลย อิอิ)


  พรุ่งนี้ผมคิดอยู่ว่าควรไปไหม ถ้าไปก็กะไปดูต่อเรื่อง open source ที่เป็นความหวังของไทยนี่ละครับว่า มันดีแค่ไหน เป็นไปได้แต่ไหน ส่วนวันสุดท้ายผมสนใจเรื่อง การลงรหัสยาและเวชภัณฑ์ ครับซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับงานที่สุดละ

ปล. ได้คุยกับพี่แม็กเรื่องทำ KM ปีหน้า กะทำเกี่ยวกับ IT นี่ละครับหัวข้อยังไม่ชัดเจนหรอกว่าจะได้แค่ไหนต้องดูสถานการณ์ต่อ แต่อยากดึงตัวมาทำด้วย หุๆ

ปล 2. วันนี้ได้คุยกัน 3 ฝ่าย คือ ไอที, DRG, ห้องยาใน ทำให้ผมมองอะไรเห็นกว้างอีกเยอะ ขอบคุณพี่ๆ ทุกท่านที่ให้ข้อมูล+ความรู้ครับ

ปล 3. หลังๆ ผมไม่มีเวลาแต่งรูปเลยเพราะแค่พิมพ์ก็หมดเวลาแย้วครับ  

บันทึกนานเกือบชั่วโมง (58 นาที)
นานที่สุดที่เคยเขียนมาแต่ก็สนุกครับ