สาระสุขภาพ:

๗ วิธีกินเพื่อหัวใจ

นพ .วัลลภ พรเรืองวงศ์

...

โรคหัวใจขาดเลือดเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของสหรัฐอเมริกา และอันดับที่ 2-3 ในประเทศไทย เว็บไซต์เผยแพร่ความรู้ของโรงพยาบาลพลานเทชั่น เจเนอรัล (Plantation General hospital / www.myhealthpublisher.com) ได้รวบรวมคำแนะนำของสมาคมโรคหัวใจอเมริกา และสมาคมแพทย์สตรีอเมริกาในการป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดดังต่อไปนี้...

1)           ลดไขมันสัตว์
ถ้ากินเนื้อสัตว์ให้เลือกกินเนื้อไม่ติดมัน ไม่กินส่วนที่เป็นมันสัตว์ กรณีสัตว์ปีก เช่น ไก่ เป็ด ฯลฯ ควรเอาหนังซึ่งมีไขมันมากออก

2)        ลดไข่แดง
ไข่แดงเป็นอาหารที่มีคุณค่าสูง รสชาติดี แต่มีโคเลสเตอรอลสูง ส่วนไข่ขาวมีโปรตีนสูง และไม่มีโคเลสเตอรอลเลย ถ้าต้องการทำอาหารที่มีไข่เป็นส่วนประกอบ เช่น ไข่เจียว ฯลฯ ให้ลดสัดส่วนไข่แดงลง เช่น ผสมไข่แดง 1 ฟองกับไข่ขาว 2-3 ฟอง แทนการใช้ไข่ทั้งฟอง 2 ฟอง ฯลฯ

3)        ผัดสเปรย์
ถ้าชอบอาหารผัดให้ลองนำน้ำมันใส่ในขวดสเปรย์ (cooking spray) ฉีดน้ำมันลงบนกะทะเทฟลอน วิธีนี้จะทำอาหารผัดที่มีไขมันต่ำมากได้

4)        กินพืชผัก
กินพืชผักหลัก 4 กลุ่มได้แก่ ข้าวกล้อง ถั่ว ผัก และผลไม้เป็นอาหารจานหลัก ลดการกินเนื้อลง(จะไม่กินเนื้อเลยก็ได้) และควรใส่ในจานเล็กๆ ไม่ควรกินเนื้อเป็นอาหารจานหลัก ถ้าไปกินอาหารนอกบ้านควรสั่งผักต้มหรือผักลวกมาเสริม

5)        กินนมไขมันต่ำ
ให้กินนมที่ไม่มีไขมัน (nonfat milk) หรือนมไขมันต่ำ (low fat  milk)แทนการกินนมครบส่วน (whole milk) เนื่องจากนมเต็มส่วนมีไขมัน และโคเลสเตอรอลค่อนข้างสูง กรณีกินเนยเทียม...ให้เลือกชนิดไขมันต่ำ

6)        กินปลา
กินปลาทะเลอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะปลาทูน่า และปลาแซลมอน

7)        กินอาหารนอกบ้านให้น้อย
อาหารนอกบ้านมักจะมีปริมาณมากเกินเป็น 2 เท่าของอาหารสุขภาพ จึงควรกินประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณที่จำหน่าย ควรสั่งผักต้มหรือผักนึ่งมากินเสริม และเลือกใช้ซอสที่ไม่มีครีมผสม เช่น ซอสมะเขือเทศ ฯลฯ

แหล่งข้อมูล :

q       ขอขอบคุณ > eNewsletter Heart Health > Eating to keep your heart beating. (www.myhealthpublisher.com; Plantation General Hospital) > October 2005.

สาระสุขภาพ ...

q       โปรดปรึกษาแพทย์ หรือบุคลากรสุขภาพที่ดูแลท่าน ก่อนนำคำแนะนำไปใช้ โดยเฉพาะท่านที่มีโรคประจำตัว หรืออยู่ในกลุ่มมีความเสี่ยงต่อโรคสูง // ขอขอบคุณ //

q       ยินดีให้นำไปใช้ได้เพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า //

๑๓ ตุลาคม ๔๘