ทำไมม้าลายไม่เป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร

ถ้าคุณรู้สึกเครียดมาก ต้องการเข้าใจต้นกำเนิดของมัน เรียนรู้กลไกการเผชิญกับความเครียด นี่คือหนังสือที่เราแนะนำ

ทำไมม้าลายไม่เป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร

Why Zebras Don’t Get Ulcers

พลตรี มารวย  ส่งทานินทร์

[email protected]

7 ตุลาคม  2561

บทความเรื่อง ทำไมม้าลายไม่เป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร นำมาจากหนังสือเรื่อง Why Zebras Don’t Get Ulcers: The Acclaimed Guide to Stress, Stress-Related Diseases, and Coping ประพันธ์โดย Robert M. Sapolsky จัดพิมพ์โดย Holt Paperbacks; 3rd edition (September 15, 2004)

ผู้ที่สนใจเอกสารนี้แบบ PowerPoint (PDF file) สามารถ Download ได้ที่ https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/324/919/original_20181008165002.pdf?1538992202

เกี่ยวกับผู้ประพันธ์

  • Robert M. Sapolsky เป็นศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาและประสาทวิทยาที่ Stanford University และเป็นผู้ร่วมวิจัยกับ Institute of Primate Research, National Museum of Kenya
  • เขาประพันธ์หนังสือเรื่อง A Primate's Memoir และ The Trouble with Testosterone ซึ่งได้เข้ารอบสุดท้าย Los Angeles Times Book Award
  • เขาเขียนบทความในวารสาร Discover และ The Sciences และได้รับทุนจากมูลนิธิ MacArthur Foundation "genius" grant
  • เขาอาศัยอยู่ใน San Francisco

เกี่ยวกับหนังสือ

  • หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่เป็นแค่หนังสือเกี่ยวกับความเครียด
  • อันที่จริงแล้ว อาจเป็นเพียงหนังสือเล่มเดียวที่คุณควรอ่าน
  • เนื่องจากเขียนโดยนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง ที่เปิดเผยเกี่ยวกับความเครียด
  • และยังมีเคล็ดลับที่ได้รับการสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับวิธีควบคุมระดับความเครียดของคุณ

เกริ่นนำ

  • มีการปฏิวัติด้านการแพทย์ เกี่ยวกับความคิดของคนเรากับโรคที่ทำให้เราทุกข์ทรมาน เป็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างร่างกายและจิตใจ ที่อารมณ์และบุคลิกภาพมีผลกระทบอย่างมาก ต่อการทำงานของแทบทุกเซลล์ในร่างกาย
  • หนังสือเล่มนี้ อธิบายบทบาทของความเครียด ในการทำให้เราบางคนเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากขึ้น วิธีการที่เรารับมือกับความเครียด และคุณไม่สามารถเข้าใจโรคได้อย่างแท้จริง ทราบแต่เพียงบริบทของความทุกข์ทรมานจากโรคนั้นเท่านั้น

สองทางเลือก

  • สัตว์ทั้งปวงรวมถึงมนุษย์ มีกลไกการตอบสนองความเครียดที่เรียกว่า "สู้หรือหนี (fight-or-flight syndrome)"
  • จริงๆ แล้วแทบไม่จำเป็นต้องอธิบายเรื่องนี้ เมื่อเราอยู่ในสถานการณ์ที่มีอันตราย เรามีทางเลือกสองทาง คือ สู้รบหรือหลบหนี
  • ถ้าคุณเป็นสิงโตที่ถูกโจมตีโดยสิงโตตัวอื่น มีโอกาสที่คุณจะสู้ แต่ถ้าคุณเป็นม้าลาย และคุณสังเกตเห็นสิงโตที่ซุ่มซ่อนในบริเวณใกล้เคียง ทางที่ดีคุณควรรีบหนี!

การตอบสนองของร่างกาย

  • ไม่ต้องแปลกใจ ที่มีการตอบสนองทางชีววิทยา ซึ่งไม่สำคัญว่าคุณจะต่อสู้หรือหลบหนี นั่นคือ พลังงานจำนวนมหาศาล จะถูกส่งไปยังกล้ามเนื้อของคุณ เพื่อให้คุณสามารถที่จะต่อสู้หรือวิ่งหนี
  • การตอบสนองของร่างกายนี้ สามารถอธิบายได้จากกลไกอวัยวะภายในของตัวคุณ นั่นคือระบบการสั่งงานของสมอง และระบบประสาทอัตโนมัติ!

ระบบประสาทอัตโนมัติและความเครียด

  • ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อความเครียด คือครึ่งหนึ่งของระบบนี้ (sympathetic nervous system) จะกระตุ้นร่างกายในการตอบสนองต่อความเครียด อีกครึ่งหนึ่ง (parasympathetic nervous system) จะเป็นการผ่อนคลาย

ปฏิกิริยากระตุ้นภายในร่างกาย

  • ประการแรก ตับและเซลล์ไขมันของคุณ จะปล่อยน้ำตาลกลูโคส ไขมัน และโปรตีน ไปยังกล้ามเนื้อของคุณให้มากที่สุดในช่วง 2-3 นาทีถัดไป  ดังนั้นถ้าคุณเป็นม้าลาย คุณก็จะมีกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรงมาก!
  • ในขณะเดียวกัน ความดันโลหิต อัตราการหายใจ และอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในความพยายามที่จะรับและส่งสารอาหาร และออกซิเจนไปทั่วร่างกาย

เมื่อเกิดวิกฤตกับระบบย่อยอาหารและระบบสืบพันธุ์

  • ม้าลายจะไม่กินอะไรหรือมีเซ็กส์ ในขณะที่ถูกสิงโตไล่ล่าในทวีปแอฟริกา จากความพยายามที่จะอนุรักษ์พลังงานทั้งหมด ทำให้ร่างกายปิดการทำงานของระบบย่อยอาหารและการสืบพันธุ์
  • สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปในกรณีของม้าลายคือ เมื่อนาทีอันตรายผ่านไป กลไกการตอบสนองความเครียดปิดตัวลง และทุกอย่างก็กลับสู่สภาวะปกติ โดยไม่คำนึงถึงความจริงที่เกิดขึ้น หรือสถานการณ์ความเป็นความตายเพียงไม่กี่นาทีที่ผ่านมา

วิถีชีวิตของสัตว์

  • และนี่เป็นเหตุผลที่น่าสนใจ
  • Sapolsky กล่าวว่า "ม้าลายและสิงโตอาจเห็นปัญหาที่จะมาในนาทีถัดไป และมีกลไกตอบสนองต่อความเครียด แต่พวกมันไม่เน้นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันยาวไกล"
  • ดังนั้น การต่อสู้หรือหลบหนี ถูกปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตของพวกมันตามธรรมชาติ

ผลตามมาของความเครียด

  • เป็นการดีที่จะมีขาที่แข็งแรง ในเมื่อม้าลายใช้ชีวิตของมันอย่างไม่มีอะไร ไม่มีจุดหมายที่จะรักษา และเมื่อไม่มีปัญหาในการกินและการสืบพันธุ์ ม้าลายจะนอนลงบนหญ้าอย่างไม่มีกังวล !
  • ต่างจากมนุษย์ที่คิดมาก เมื่อเกิดความเครียดอย่างยาวนานหรือซ้ำบ่อย ๆ จะทำให้เกิดการทำลายร่างกายของเราได้หลายรูปแบบ มีหลายโรคแย่ลง ที่มีสาเหตุเกิดความจากการสะสมความเครียด

มนุษย์กับความเครียด

  • เราโชคดีที่มีกลไกเดียวกันกับม้าลายในการรับมือกับอันตราย แต่เราโชคร้าย เนื่องจากการพัฒนาของสมองที่มีความซับซ้อนสูง!
  • เราจะมีความเครียดเมื่อเราได้รับการนัดหมายสัมภาษณ์งาน เสียภาษี ทำงานโดยกำหนดเวลาเส้นตายที่แน่นอน หรือการมาเยี่ยมเยียนของพ่อแม่
  • เรามีปฏิกิริยาเช่นเดียวกับที่ม้าลายเมื่อถูกโจมตีโดยสิงโต แต่สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือ เรามีปฏิกิริยาอย่างนั้นล่วงหน้าทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในที่ที่มีอันตรายจริง!

ความเครียดกับความหดหู่

  • โดยพื้นฐานแล้ว เราสูญเสียพลังงานในร่างกายของเรา ไปในสถานที่ที่ไม่ถูกต้อง และในเวลาที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เหลือเพียงพลังงานบางส่วน ในเวลาที่ต้องการมากที่สุด
  • ลองเปรียบเทียบพฤติกรรมของมนุษย์กับม้าลาย

แผลในกระเพาะอาหาร

  • กลไกการตอบสนองต่อแรงกดดัน ทำให้อาหารไม่ย่อย และการทำงานของระบบสืบพันธุ์ปิดตัวลง คุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าความเครียดเกิดขึ้นในลักษณะเรื้อรัง? อาจเป็นปัญหาร้ายแรง!
  • ตอนนี้คุณอาจได้รับรู้เหตุผลว่า ทำไมม้าลายไม่เกิดแผลในกระเพาะอาหารที่เกิดจากความเครียด และทำไมผู้ชายจึงเป็นโรคกระเพาะ!
  • และในที่สุดคุณก็เข้าใจว่า ทำไมผู้ชายถึงมีปัญหาในการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ในคืนก่อนการสัมภาษณ์งานที่ต้องการ

สามบทเรียนจากหนังสือ

  • 1. กลไกการตอบสนองความเครียดคือการต่อสู้หรือหลบหนี (Fight-or-Flight Syndrome)
  • 2. ข้อแนะนำในทางปฏิบัติเพื่อคลายความเครียด (Few Practical Bits of Advice)
  • 3. ความเครียดไม่ดี แต่อย่าให้เครียดมากกว่านี้ (Let’s Not Stress Out Over It)

ข้อที่ 1. กลไกการตอบสนองความเครียด (การต่อสู้หรือหลบหนี)

  • มนุษย์และสัตว์มีกลไกการต่อสู้หรือหลบหนีเช่นเดียวกัน
  • สรุปได้ว่า ในกรณีที่มีอันตราย ร่างกายของเราจะตอบสนองในลักษณะที่คล้ายคลึงกันคือ ปล่อยพลังงานจำนวนมหาศาล ไปยังจุดที่สำคัญที่สุด เพื่อเตรียมพร้อมให้เราต่อสู้หรือหลบหนี นี่คือเรื่องเกี่ยวกับความเครียดโดยทั่วไป
  • อย่างไรก็ตาม มนุษย์ตอบสนองในทางเดียวกัน แม้ในกรณีที่ไม่มีอันตราย คือเพียงแค่คิดก็เครียดแล้ว และเป็นสิ่งที่ไม่ดีมาก ๆ

ข้อที่ 2. วิธีคลายความเครียด

  • ความเครียดสามารถลดลงได้ เป็นไปไม่ได้ที่จะกำจัดออกไปได้ทั้งหมด แต่มีวิธีที่ดูเหมือนจะช่วยคือ
  • 2.1 การออกกำลังกาย: มีการศึกษาจำนวนมาก ที่แสดงให้ว่าการออกกำลังกายเป็นการลดความเครียดได้
  • 2.2 การเข้าสังคม: เวลาที่คุณใช้กับคนที่เป็นมิตร หรือคนที่เหมาะสม เป็นเวลาที่ร่างกายของคุณจะไม่ต้องคิดว่า จะต้องต่อสู้หรือหนีจากใครบางคน
  • 2.3 คาดเดาในสิ่งที่เป็นไปได้ ตามที่ได้อธิบายไว้ข้างต้นว่า มนุษย์เท่านั้นที่สามารถสร้างความเครียดในเหตุการณ์ในอนาคตได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างยิ่ง เนื่องจากบางครั้งเหตุการณ์เหล่านี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นเลย ดังนั้นพยายามคาดการณ์สิ่งที่เป็นไปได้ไว้ เพื่อให้คุณสามารถเตรียมร่างกายของคุณล่วงหน้า
  • 2.4 กฎข้อ 80/20: โปรดทราบว่า 20% แรกของความพยายามของคุณ จะลดความเครียดประมาณ 80%
  • 2.5 หาช่องทางระบาย: ค้นหาสิ่งที่ทำให้คุณกลับสู่สภาพปกติ มันอาจเป็นอะไรก็ได้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล เช่นเล่นหรือดูฟุตบอล
  • 2.6 การทำสมาธิ: ให้ทำอย่างสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน เป็นเวลา 15, 30 นาทีต่อครั้ง เพราะการทำสมาธิจะดีต่อสุขภาพของคุณ และช่วยลดระดับ glucocorticoid และทุกสิ่งที่เลวร้าย

ข้อที่ 3. ความเครียดไม่ดี แต่อย่าให้เครียดมากกว่านี้

  • ความเครียดมีความสัมพันธ์กับความเจ็บป่วยบางอย่าง และอาการของโรคอื่น ๆ
  • อย่างไรก็ตาม ความเครียดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัจจัยต่าง ๆ
  • ดังนั้นโปรดตั้งสติว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่ดีต่อสุขภาพของมนุษย์ ไม่ได้เกิดจากความเครียดเพียงอย่างเดียว และไม่อยู่ในอำนาจของเราในการรักษาตัวเองจากความเครียด เพียงด้วยแนวคิดในเรื่องการมีสุขภาพดี เรื่องของจิตวิญญาณ และความรัก

สรุป

  • ถ้าคุณรู้สึกเครียดมาก ต้องการเข้าใจต้นกำเนิดของมัน  เรียนรู้กลไกการเผชิญกับความเครียด นี่คือหนังสือที่เราแนะนำ
  • เป็นหนังสือทางวิชาการ สำหรับผู้ที่ต้องการความรู้เกี่ยวกับชีววิทยา พฤติกรรมของมนุษย์ และการทำงานภายในร่างกายของมนุษย์ เมื่อเผชิญกับความเครียด

ความคิดเห็นส่วนตัวเพิ่มเติม

  • Sapolsky เป็นนักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ ”ผู้รู้” ที่เขาได้ศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ (ม้าลาย) แล้วนำมาเทียบเคียงกับมนุษย์ ว่าม้าลายไม่คิดมากเหมือนมนุษย์
  • ซึ่งสัตว์ไม่มีอารมณ์หรือความคิดที่ซับซ้อนเช่นเดียวกับมนุษย์ ที่หมกมุ่นถึงอดีต หรือมีความวิตกกังวลกับอนาคต จนทำให้เกิดความเครียด (เป็นทุกข์)
  • วิธีหนึ่งที่จะลดความเครียดได้คือ อยู่กับปัจจุบันขณะ (มีสติ) ตามที่พระท่านสอน (พูดง่ายทำยาก แต่สามารถทำได้ ถ้าพยายาม) รู้จักปล่อยวาง ก็จะพบหนทางพ้นทุกข์ได้

******************************

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Work and Life



ความเห็น (0)