ผมมีตัวอย่างที่เห็นง่าย ๆ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2558 ผมลองเข้าไปสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนศรีทักษิณ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ที่โรงเรียนนี้เด็ก ๆ ทุกคน (416 คน) พูดภาษามลายูเป็นภาษาที่ 1 ส่วนภาษาไทยใช้เป็นภาษารอง
ที่โรงเรียนศรีทักษิณนี้ ผมสอนให้เด็กคิด เขียน แบบความเรียง 3 บรรทัด (แต่เด็ก ๆ ชอบจะเรียกว่า บทกวี 3 บรรทัด) โดยกำหนดให้ใช้คำสั้น ๆ แต่มีความหมายมาร้อยเรียงเป็นข้อความ 3 บรรทัด
ผมยกตัวอย่างให้เด็ก ๆ อ่านก่อนว่า
ฝนตก
น้ำท่วมสนามหญ้า
อึ่งอ่างร้อง
ความเรียงเกิดขึ้นจากความจริงในขณะนั้น
ฝนกำลังตก
น้ำเจิ่งนองทุ่งหญ้าหลังโรงเรียน
อึ่งอ่างร้องระงม
เด็กทุกคนเห็นและได้ยินด้วยตัวของเขาเอง
เด็ก ๆ อ่านความเรียงเบา ๆ แล้วนั่งเงียบ
ผมกระตุ้นให้เด็กคิด แต่เด็กก็ยังคงนั่งนิ่งเงียบ
ผมจึงถามนำว่า
“ในห้องนี้มีอะไรน่าเขียนถึงบ้าง”
เด็กต่างคนต่าง หันดูรอบ ๆ ห้องเรียน
มีเด็กคนหนึ่งยกมือขึ้นก่อนจะพูดว่า “พัดลม”
ผมก็เขียนว่า พัดลม บนกระดานดำ
แล้วถามต่ออีกว่า “พัดลมเป็นอย่างไร จะบอกผู้อ่านว่าพัดลมกำลังทำอะไร”
เด็ก ๆ ช่วยกันเสนอความคิดออกมา เช่น เก่าแล้ว หมุนช้า ๆ กลัวจะตกลงมา ส่งเสียงดัง
ผมบอกว่าคำเหล่านี้ฟังแล้วรู้สึกเฉย ๆ มันยังไม่กินใจ หรือ ยังไม่มีพลัง ลองช่วยกันคิดคำที่พอพูดออกมาแล้ว สะดุดใจคนฟัง คำ ๆ นั้นแหละมีพลังในเรื่องนั้น ๆ
เด็ก ๆ หันหน้าเข้าหากันแล้วแลกเปลี่ยนความคิดกัน เวลาผ่านไปนานพอสมควรยังไม่มีคำตอบ
ที่หลังห้องเรียน เด็กคนหนึ่งนั่งเงียบ ๆ ผมสังเกตเห็นตั้งแต่ผมเข้ามาสอนให้ห้องนี้ จนขณะนี้เด็กคนนี้ยังไม่มีรอยยิ้มให้ผมเห็น แต่เขายังคงนั่งนิ่ง เงียบ เฉย ไม่ทราบว่ารอยยิ้มเขาหายไปไหน สิ่งนี้แหละคือจุดสนใจที่ผมมีต่อเด็กคนนี้
เมื่อเพื่อนหยุดออกความคิดเห็นกันแล้ว เด็กคนนั้นพูดขึ้นว่า “พัดลม เดินวนทั้งวัน” ผมได้ยินคำนี้แล้วรู้สึกพอใจมาก มากจนแสดงออกมาให้เขาเห็นโดยเดินเข้าไปจับมือเขาเขย่าพร้อมกับพูดว่า “เยี่ยม เยี่ยมจริง ๆ คิดเก่งมาก” ขณะที่พูดก็สังเกตเห็นดวงตาของเขาเปล่งประกายความพอใจออกมาแต่ใบหน้าของเด็กน้อยยังคงนิ่งเฉย
ผมกระตุ้นให้ทุกคนคิดด้วยคำถามอีกว่า “พัดลมเดินวนทั้งวัน แล้วเป็นอย่างไรต่อ” เด็กคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงเอื้ออาทรต่อพัดลมว่า “เหนื่อยไหม”
ผมปรบมือให้แล้วเขียนข้อความทั้งหมดบนกระดานดำว่า
พัดลม
เดินวนทั้งวัน
เหนื่อยไหม
เด็ก ๆ อ่านออกเสียงดัง ๆ จนจบแล้วเสียงปรบมือดังก้องในห้องเรียน ส่งผลให้ยิ้มน้อย ๆ แอบผุดขึ้นบนใบหน้าของเด็กคนนั้น แต่ก็เพียงแวบเดียวทุกอย่างก็เข้ารูปเดิม หนูน้อยคนนั้นนั่งนิ่งเงียบต่อไป
ความเงียบเกิดขึ้นเฉพาะกับเด็กคนนั้น แต่ในห้องเรียนไม่เงียบ เด็ก ๆ หันหน้าปรึกษาหาคำมาเขียนเสียงจึงดังอย่างต่อเนื่อง เมื่อได้คำที่จะเขียนแล้วเสียงก็จะเงียบลง
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งยกมือขึ้นมาแล้วพูดว่า “แสงแดด”
ผมถามว่า “แสงแดดเป็นอย่างไร จะบอกอะไรเรื่องแสงแดด”
เด็ก ๆ ตอบว่า “มีไฟมาด้วย”
ผมชื่นชมพวกเขาว่าคิดเก่ง เก่งที่ไม่บอกตรง ๆ ว่า แดดร้อนแต่ใช้คำว่ามีไฟมาด้วยทำให้ผู้อ่านต้องคิดตาม คนคิดได้อย่างนี้เก่งมาก เก่งเหมือนที่บอกว่า พัดลมเดินทังวัน
ชื่นชมจบแล้ว ผมถามต่อว่า “แสงแดดมีไฟมาด้วยแล้วเป็นอย่างไร”
เด็ก ๆ หันหน้าปรึกษากันก่อนจะตอบว่า “ร้อน”
ผมเขียนข้อความทั้งหมดนั้นว่า
แสงแดด
มีไฟมาด้วย
ร้อน
ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนครั้งนี้ ความรู้สึกลึก ๆ ในใจของผม คือ ผมพอใจในคำตอบที่ได้มา และวิธีการได้มาซึ่งคำตอบ
อ่านเป็นเล่มได้ที่นี่ ครับ https://docs.google.com/docume...