เมื่อผมฝึกฝนให้พวกเขาเขียนความเรียง 3 บรรทัด (เด็ก ๆ ชอบเรียก บทกวี 3 บรรทัด) จนกระทั่งเขาเขียนได้และเขียนเป็น เขาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตนเองอย่างเห็นได้ชัดคือ แสดงออก ชอบการอ่าน เขียน และคิดนอกกรอบ นั่นหมายความว่า เด็กได้คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และคิดสร้างสรรค์

คำนำ

“...ใช่ว่าจะสิ้นหวัง” เป็นบันทึกการเรียนรู้ของผม ผมนำการเขียนความเรียง 3 บรรทัดไปสอนเด็กๆ เพื่อแก้ปัญหาการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และการไม่รู้จักคิดแบบวิเคราะห์ สังเคราะห์

อีกทั้งเด็กส่วนใหญ่ที่ผมสอน เป็นเด็กคิดแบบติดกรอบ เมื่อผมฝึกฝนให้พวกเขาเขียนความเรียง 3 บรรทัด (เด็ก ๆ ชอบเรียก บทกวี 3 บรรทัด) จนกระทั่งเขาเขียนได้และเขียนเป็น เขาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตนเองอย่างเห็นได้ชัดคือ แสดงออก ชอบการอ่าน เขียน และคิดนอกกรอบ นั่นหมายความว่า เด็กได้คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และคิดสร้างสรรค์

ผลงานของเด็กๆ ร.ร.บ้านบาโด ร.ร.ไทยรัฐวิทยา 24 (บาโงยบาแด) โรงเรียนคุรุชนพัฒนา ที่ผมนำมาเสนอในหนังสือเล่มนี้ เป็นข้อยืนยันคำกล่าวของผมได้ และเมื่อคณะครูโรงเรียนศรีทักษิณ จังหวัดนราธิวาส โรงเรียนบ้านดงป่าหวาย โรงเรียนสันผักหวาน และโรงเรียนบ้านไร่ จังหวัดเชียงใหม่ ทดลองนำสอน ก็เริ่มเห็นแววการคิดของเด็กว่าเปลี่ยนไปจากเดิม

ผมเชื่อว่าโรงเรียนเหล่านี้ ถ้านำความเรียง 3 บรรทัดไปสอนบ่อยๆ เด็กจะคิดเก่งขึ้น เพราะเด็กทุกคนที่ผมมีโอกาสเข้าไปสาธิตการสอนนั้นมีทุนทางภาษาไทย

แต่นั่นแหละ คุณอย่าเพิ่งเชื่อว่า ความเรียง 3 บรรทัดจะช่วยแก้ปัญหาการอ่านออกเขียนได้ ได้จริง จนกว่าคุณนำไปสอนให้เด็กๆ ลูกศิษย์ของคุณเขียนความเรียง 3 บรรทัดได้จริงๆ

ขอบคุณทุกท่านที่อ่าน ….ใช่ว่าจะสิ้นหวัง

ชาตรี สำราญ

กันยายน 2561


1 เดินหาความหวัง

ผมมั่นใจว่า  

“เด็กสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวของเขาเอง

ถ้าเราจัดสภาพแวดล้อม ให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของเขา

และฝึกฝนให้เขาเข้าถึงธรรมชาติของการเรียนรู้ที่แท้จริง”

เมื่อผมเชื่อมั่นอย่างนี้

ผมจึงมองเห็นว่า เด็กทุกคนอ่านออกเขียนได้ตามสภาพของเขา

สภาพของคนแต่ละคนไม่เท่ากัน

ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติของการเรียนรู้

ที่สามารถสรุปเป็นทฤษฏีความแตกต่างระหว่างบุคคลได้

เพราะผมมั่นใจว่า เด็ก….

สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

เรียนรู้ได้ตามสภาวะของเด็กแต่ละคน

ผมจึงคิดวิธีสอนที่สามารถสนองความต้องการของเด็กเหล่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องง่าย ๆ ไม่มีความสลับ

ซับซ้อน

บทเรียนทุกบทเรียน เด็ก ๆ จะต้องมีส่วนร่วมในการสร้างบทเรียนนั้น ๆ ขึ้นมาด้วยตัวของเด็กเอง พูดง่ายว่า

ครู….   

เปิดโอกาสให้ เด็กๆ วางแผนการเรียนรู้เอง

เขียนตำราเรียนเอง

แล้วนำความรู้ที่ได้มานั้น     

ไปขยายผลต่อยอด

ไปเผยแพร่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

เขียนมาถึงตรงนี้ก็จะมีเสียงถามว่า แล้วเด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้จะทำอย่างไร

ขอตอบว่า เด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้นั้น เขาคิดเป็น เขาทำเป็น

ครูต้องจัดกิจกรรมการเรียนรู้หรือสร้างบทเรียนให้สอดคล้องกับเด็ก ๆ เหล่านั้น

อ่านเป็นเล่มได้ที่นี่ ครับ https://docs.google.com/docume...