โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่า การสื่อสารเรื่องดีๆ ที่เราได้ประพฤติปฏิบัติไปสู่สาธารณะ ผมถือเป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่ง เป็นการบ่งปัน หรือการให้ในอีกมิติอย่างไม่ต้องสงสัย

วันนี้เป็นวันแรกที่มีโอกาสได้นั่งคุยกับทีมทำงานเครือข่ายนิสิตจิตอาสาทำดีเพื่อสังคม  (ทำดีเพื่อพ่อ ทำดีเพื่อแผ่นดิน)  รวมถึงกลุ่ม ๙ ต่อ Before After  ซึ่งระยะแรกเป็นการพบปะร่วมกันระหว่างนิสิต  รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต  ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต กลุ่มงานกิจกรรมนิสิต  มีประเด็นสำคัญๆ ของการพบปะ คือ

  • ทบทวนการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา
  • การเปิดตัวคณะทำงานของนิสิต
  • การหารือเรื่องแนวคิดและรูปแบบการจัดกิจกรรมในวันที่ 13 ตุลาคม 2561  ที่ประกอบด้วยการเปิดศูนย์จิตาสาฯ  และการจัดกิจกรรมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9

ในห้วงดังกล่าว  ผมได้เสริมข้อมูลเพื่อเติมเต็มการรับรู้และเรียนรู้แก่นิสิตในเชิงประวัติความเป็นมาของการขับเคลื่อนงานจิตอาสา-จิตสำนึกสาธารณะ หรืองานอาสาสมัครในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  โดยปักหมุดในยุคปี 2550-2551  ภายใต้กลุ่มคนอิสระที่มีชื่อว่า "กลุ่มไหล"  จนเป็นที่มาของวาทกรรมหลายวาทกรรม เช่น ใจนำพาศรัทธานำทาง  น้ำท่วมชาวบ้านจะให้ฉันสุขสำราญได้อย่างไร  ฯลฯ

พร้อมๆ กับการเชื่อมโยงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างงานในระบบเพื่อรองรับวิถีเหล่านี้  จากกลุ่มงานกิจกรรมนิสิตสู่งานพัฒนานิสิต  และวกกลับเข้าสู่ที่มาที่ไปของการเกิดเครือข่ายนิสิตจิตอาสาทำดีเพื่อสังคม

หลังการประชุมอย่างเป็นทางการ  ผมกลับเข้ามาพบกับนิสิตอีกรอบ เป็นการพบปะพูดคุยเชิงรุกในกลุ่มแกนนำหลักๆ   เพื่อลงรายละเอียดให้ลึกกว่าครั้งแรก  

ครั้งนี้  ผมพูดในหลายประเด็น  โดยเฉพาะการบริหารคน บริหารงาน-บริหารองค์กรสู่การเรียนรู้ในมิติของการจัดการความรักคู่กับการจัดการความรู้  ที่อยู่บฐานของการทำงานด้วยความสุข ความถนัด ความชอบ  และการนำความสามารถฉพาะบุคคลออกมาพัฒนาทีมงาน-องค์กร  

ทั้งนี้ผมย้ำว่าเป็นไปได้ก็อยากให้แต่ละคนในทีมได้วิเคราะห์และเปิดเปลือยตัวเองว่า  แท้ที่จริงแล้วมาร่วมทีมด้วยเหตุผลใด  อยากทำอะไรเป็นพิเศษ  และมีความสามารถพิเศษใดที่อยากนำออกมาใช้ ฯลฯ


อีกเรื่องที่ผม  ไม่ลืมที่จะเน้นย้ำให้นิสิตได้ตระหนักก็คือ  กระบวนการจัดทำสื่อเผยแพร่กิจกรรม  ทั้งก่อน และหลังการจัดกิจกรรม  ทั้งที่เป็นรายบุคคลและในนามองค์กร

ยกตัวอย่างเช่น  ในอนาคตจะมีอบรมการเขียน Blog  เพื่อพัฒนาทักษะการคิดการเขียน และการสื่อสารในมิติ Blogger  เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่ทำไปสู่สาธารณะ   

โดยส่วนตัวแล้ว  ผมมองว่า การสื่อสารเรื่องดีๆ ที่เราได้ประพฤติปฏิบัติไปสู่สาธารณะ  ผมถือเป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่ง  เป็นการบ่งปัน หรือการให้ในอีกมิติอย่างไม่ต้องสงสัย  

นั่นคือสิ่งที่ผมคิด และเชื่อ-


หรือแม้แต่การสื่อสารผ่านเพจ ป้ายประชาสัมพันธ์ในสังคมออนไลด์ก็เป็นเรื่องที่ผมย้ำเน้นมากในวันนี้  โดยยกตัวอย่างให้ฟังว่า  เมื่อจัดกิจกรรมนอกหลักสูตรเสร็จแล้ว  แต่ละคนสามารถทำเพจภาพขึ้นมาคนละชิ้นสองชิ้นก็ได้  โดยประกอบด้วยภาพกิจกรรม  ชื่อโครงการ วันเวลา สถานที่ ข้อความที่สื่อถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ ฯลฯ

หรือแม้แต่เพจภาพที่รวมภาพต่างๆ ไว้ในเพจเดียว  แต่ดูแล้วให้รู้เลยว่า ใครทำอะไร  ทำที่ไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร  โดยคำว่าอย่างไรนั้น  ผมสื่อสารว่าภาพจะเป็นคนบอกเล่าเรื่องราวที่ว่านั้นเอง ฯลฯ

กรณีดังกล่าวผมยกตัวอย่างผ่านเพจการบริจาคโลหิตที่ขับเคลื่อนในแบบสหทีมทั้งเครือข่ายนิสิตจิตอาสาฯ / ชมรมอาสายุวกาชาด และกลุ่ม ๙ ต่อ Before After  ซึ่งเพจๆ เดียว สามารถรู้เลยว่าใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ และได้ผลอย่างไร

ครับ-สรุปคือผมให้ความสำคัญกับกระบวนการสื่อสารผ่านสื่ออย่างไม่ต้องสงสัย  ไม่ว่าสื่อนั้นจะถูกเผยแพ่ในมิติใด  ผมแค่อยากให้นิสิตได้ฝึกทักษะในการสร้างสื่อ และใช้สื่อในสังคมปัจจุบันอย่างสร้างสรรค์  เป็นการสร้างสื่อบนฐานคิดว่า "ทำเรื่องดีๆ แล้วต้องเผยแพร่"

ใช่ครับ-เผยแพร่ด้วยจิตอันบริสุทธิ์  มิใช่เพื่อความเด่นกังของเราเอง  แต่ทำเพื่อสร้างคลังข้อมูลและแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ไปสู่สังคม นั่นเอง

จนในที่สุด  นิสิตก็เสนอตัวที่จะจัดอบรมการเขียน Blog และทำสื่อให้กับคณะทำงาน

ฟังแล้วก็ชื่นใจ และมีความสุขจริงๆ

หมายเหตุ

เขียน : วันที่ 29 กันยายน 2561

ภาพ : เครือข่ายนิสิตจิตอาสาเพื่อสังคม / ๙ ต่อ Before After