"'เราไร้ค่าหลังเกษียณ เพราะงานคือการอธิบายตัวตนของเรา' ..คนเกษียณที่ไม่ได้เตรียมตัวจะจิตตกเจียนตาย เพราะรู้สึกว่าตัวเองหมดคุณค่า หมดความสำคัญ ..เขาลืมไปว่า งานคือการอธิบายตัวตนของเรา ..เมื่อคุณหยุดอธิบายตัวเอง คนก็จะค่อยๆ ไม่เห็นคุณ”

            ผมอ่านบทสรุปข้อคิด..ของคุณวิกรม กรมดิษฐ์ จากกลุ่มไลน์ อ่านจนเข้าใจได้ว่า คนที่นำมาเขียนลงไลน์ น่าจะตัดตอนมาจากหนังสือที่คุณวิกรม..เขียน..

            คุณวิกรมเขียนหนังสือไว้มากมายหลายเล่ม คนที่สรุปใช้คำว่า “ข้อคิดล้ำค่า” ซึ่งก็ไม่น่าจะแปลกอะไร? เพราะข้อคิดดีๆ ไม่ว่าจะเป็นของผู้ใด ก็ล้วนแต่ล้ำค่าทั้งนั้น..?

            ผมอ่านจนจบ..เกือบ ๑๐ ข้อคิด..จนเข้าใจใน ๒ ประเด็นหลัก เป็นความคิดส่วนตัวของผมที่มองว่า..คุณวิกรม เป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวย ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน เป็นนักคิดนักเขียนที่มีความรู้ความสามารถ และมองภาคธุรกิจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

            อีกทั้งคุณวิกรม..เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูงมาก จึงกล้าพูดกล้าทำและคิดไม่เหมือนใคร ความ “ล้ำค่า” จึงอาจมองได้ในจุดนี้..

            ผมเองกลับมองว่า..ถ้าจะให้ฟันธงข้อคิดของคุณวิกรม..ต้องให้คนของภาคเอกชนตัดสินและให้คุณค่าเพื่อการนำไปปรับใช้ สำหรับผม..ยอมรับในบางประเด็นเท่านั้น

            ยกตัวอย่างข้อคิดข้อเขียนของคุณวิกรม..ในบางช่วงบางตอนก็ได้

           “'เงินเดือนเสี่ยงสุด' ..พอเกษียณแล้วไม่มีเงินเดือน แถมเดี๋ยวนี้เงินก้อนหลังเกษียณแทบไม่มี เพราะมันเป็นค่าใช้จ่ายที่บริษัทต้องตัดเป็นอย่างแรกเมื่อต้องการลดต้นทุน ธุรกิจ

            ข้อความนี้ คุณวิกรมไม่ได้พูดกับพนักงานของรัฐหรือ “ข้าราชการ” อย่างแน่นอน ยกตัวอย่างตัวผมเอง ที่กำลังศึกษาระเบียบการจ่ายเงินบำนาญที่จะประกาศใช้ในเร็วๆนี้

            ถ้าผมมีชีวิตรอดปลอดภัยจนเกษียณ..ผมจะได้เงินก้อนเมื่ออายุ ๖๐ ปี และได้อีกครั้งเมื่ออายุ ๖๕ ปี..แต่ทุกเดือนผมจะได้เงินบำนาญเดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท เป็นอย่างน้อย..ลดความเสี่ยงแน่นอน 

          'ลูกหลานเลี้ยงดูเราไม่ได้' ไม่ใช่ลูกหลานไม่กตัญญู แต่ตัวมันเองยังเอาตัวไม่รอด จะเอาปัญญาที่ไหนมาดูแลคนเกษียณอย่างเรา ..ภาระคือสิ่งแรกที่คนทิ้งเมื่อเกิดวิกฤต – อย่าทำตัวเราให้เป็นภาระเพราะวิกฤตเกิดประจำ”

            คำพูดของคุณวิกรมตรงนี้ คมมาก...เตือนสติคนใกล้เกษียณอย่างเรา หรือคนที่เกษียณแล้ว ได้สำนึกตรึกตรอง..จะมองเห็นเป็นสัจธรรมของชีวิต

            สำหรับผมสร้างหลักประกันไว้เป็นที่เรียบร้อย และบอกลูกหลานไว้แล้วด้วย ว่าผมจะพึ่งพาตัวเอง และจะทำตัวให้แข็งแรง เพื่อเป็นที่พึ่งของคนรอบข้างได้ เพราะบ้านไม่ต้องผ่อนและที่ดินก็มีพร้อม ที่นาอีก ๒๐ ไร่ จะใช้เกษตรทฤษฎีใหม่ทำเศรษฐกิจพอเพียง..เกิดวิกฤติก็จะไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น 

            "'เราไร้ค่าหลังเกษียณ เพราะงานคือการอธิบายตัวตนของเรา' ..คนเกษียณที่ไม่ได้เตรียมตัวจะจิตตกเจียนตาย เพราะรู้สึกว่าตัวเองหมดคุณค่า หมดความสำคัญ ..เขาลืมไปว่า งานคือการอธิบายตัวตนของเรา ..เมื่อคุณหยุดอธิบายตัวเอง คนก็จะค่อยๆ ไม่เห็นคุณ

             ที่คุณวิกรมพูดเช่นนี้ ก็มีส่วนถูก..แต่ไม่ทุกคน ผมเชื่อว่าจะเกิดขึ้นเฉพาะคนที่เป็นเจ้าใหญ่นายโต ที่บ้าอำนาจ..เมื่อหมดอำนาจวาสนา ก็ไร้ตัวตนคนจะมองไม่เห็นคุณค่า..

            “งานคือการอธิบายตัวตน..” คือคำพูดที่ตรงและถูกต้องที่สุด ข้าราชการที่เช้าชามเย็นชาม เห็นแก่ตัวและเอารัดเอาเปรียบ เบียดบังเวลาราชการ ตลอดจนไม่ตอบแทนคุณแผ่นดิน ผมเชื่อว่า..จิตตกเจียนตายทุกคน เพราะใช้ชีวิตอย่างประมาทและไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อน

             คุณวิกรม..พูดเรื่องเกษียณไว้อย่างน่าคิดว่า."'เกษียณแล้วฉันจะสบาย ไม่เป็นความจริง' ..ใครที่เกษียณแล้วสบาย คือมันสบายตั้งแต่ก่อนเกษียณ ..พวกที่พูดว่าเดี๋ยวเกษียณแล้วจะสบาย ซวยหนักทุกคนครับ"

             ตอนท้าย..คุณวิกรมให้ข้อคิดและคำแนะนำไว้ว่า “คำแนะนำของผมคือ ให้เปลี่ยนงานอดิเรกที่คุณรักให้เป็นเงินตั้งแต่คุณยังมีแรง ..แล้วชีวิตคุณจะ 'เล่นเป็นเงิน' ทั้งชีวิต เพราะเราดูแลตัวเองได้ และได้ทำสิ่งที่รัก ที่อธิบายตัวเราชั่วชีวิต นั่นแหละ การเดินทาง !!” 

              สำหรับข้าราชการ “พอเพียง” ที่รู้จักการวางแผนชีวิต ถ้าดูแลตัวเองได้และได้ทำในสิ่งที่รัก การเดินทางในเส้นทางที่เหลือ อาจไม่ต้องแสวงหาเงินก็ได้ เชื่อดิ

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๘  กันยายน  ๒๕๖๑