ตามที่ครูอ้อยต้องทำหน้าที่นอกเหนือจากการสอนนักเรียนแล้ว  ครูอ้อยต้องดูแลนักเรียนที่อยู่ในความปกครอง  เมื่ออยู่ในเหตุการณ์หมิ่นเหม่ต่อความเดือดร้อน และเป็นผลเสียแก่ตัวนักเรียน

ครูอัอยเคยเขียนบันทึกเรื่องราวของครูอ้อยกับ ด.ช.คมกฤษณ์  ในบันทึกชื่อ  การจัดการความรู้กลุ่มคำ...ความคาดหวัง..กับ....ความห่วงใย

และจากนั้น  ครูอ้อยได้ติดตามพฤติกรรมของนักเรียนที่ชื่อ  ดช.คมกฤษณ์คนเดิม  และเขียนบันทึกชื่อ การจัดการความรู้กลุ่มคำ....ความห่วงใย.....ความหมางเมิน อีกครั้ง

เรื่องราวที่เกี่ยวกับนักเรียน ครูอ้อยเขียนบันทึกในคราวที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นครูเวรประจำวัน  เรื่อง  การจัดการความรู้ครูเวร.....กับนักเรียนเล่าเรื่องในอดีต
จากนั้น ด.ช.คมกฤษณ์ ไม่เข้าใจในเจตนาของครูอ้อย  ครูอ้อยจึงเขียนบันทึกไว้เพื่อเป็นร่องรอยแห่งรอยร้าวในมิตรภาพ ในบันทึกชื่อ การจัดการความรู้กลุ่มคำ...ความเอื้ออาทร.....หมิ่นหยามน้ำใจ
วันหนึ่ง .....ครูอ้อยเดินตรวจตราโรงเรียนและทักทายนักเรียนในคราวที่ครูอ้อยปฏิบัติหน้าที่เป็นครูเวร
ครูอ้อยแอบดู  ด.ช.คมกฤษณ์  เล่นอยู่กับเพื่อนๆของเธออย่างสนุกสนานเฮฮา.......ครูอ้อยจึงไม่ได้ไปรบกวน  เพียงแต่แอบดูเธออยู่ห่างๆ
และครูอ้อย ก็พบว่า  ด.ช.คมกฤษณ์ เธอยังเป็นเด็กที่ต้องการความสนุกสนานเฮฮากับเพื่อนๆในวัยเดียวกัน
ส่วนครูอ้อย  เป็นครู...... มีวัยวุฒิ  คุณวุฒิ และอาวุโส  ต้องอยู่กับตนเอง  นักเรียนพึงพอใจมาช่วยครูก็ขอต้อนรับ  หากไม่พึงพอใจมาช่วยครูอ้อย  ก็ไปเล่นกับเพื่อนๆได้ตามอัธยาศัย ครูอ้อยไม่ได้บังคับนักเรียนที่จะต้องมาเอาอกเอาใจช่วยเหลือครูอ้อยเลย
ครูอ้อยแอบมองดู ดช.คมกฤษณ์อีกครั้ง  มองครั้งนี้ไม่ใช่มองด้วยความเกลียดชัง  ที่ ด.ช.คมกฤษณ์  พูดจาดูถูก  หมิ่นเกียรติ  เหยียดหยาม ...ครูอ้อย  หรือ  น้อยอกน้อยใจแต่อย่างใด 
เพียงแต่เรา  คงจะต้อง  เดินทางคนละสายของถนน  หาก เธอไม่เข้าใจเจตนาของครูอ้อย
เพียงแต่เรา  คงจะต้อง  มีวัตถุประสงค์ในการเดินทางไปข้างหน้า  ที่แตกต่างกัน  คนละแนวทาง  คนละความคิด
ส่วนมิตรภาพที่มีต่อกัน  ความรัก  เอื้ออาทร  ที่เสมือนเป็น.......บ่อน้ำ  ที่เธอจะมาตักตวงดื่มกิน  ก็ยินดีต้อนรับเสมอ
ครูอ้อยชายตามองดู.....ด.ช.คมกฤษณ์  อีกครั้ง  ก่อนเดินทางจากไป โดยไม่เหลียวหลังมามองเธออีกเลย