บันทึกที่แล้วศึกษาเรื่อง สมรรถนะครูของ SEAMEO (อ่านที่นี่) เพื่อที่จะวางแผนกิจกรรมพัฒนาคุณลักษณะของความเป็นครู ผมต้องมีความรู้ให้แม่นยำเรื่อง "๙ มาตรฐานวิชาชีพครู" ที่กำหนดโดยคุรุสภา จึงไปหาความรู้เรื่องนี้ที่นี่ และเพื่อให้ง่ายในการอ้างอิงในการเขียนบันทึกครั้งต่อไป หรือเผื่อว่าเพื่อนผู้อ่านท่านใดจะหยิบไปใช้ จึงได้วาดรูปเหล่านี้ครับ




ศึกษาถึงตรงนี้ ผมมีความเห็นว่า
- เป้าหมายในการพัฒนาครูหรือผลิตครู ถูกกำหนดไว้ชัดเจนมาก ... ผมมีความเห็นว่า การกำหนดมาตรฐานวิชาชีพนี้ชัดเจนเกินไป ชัดเจนจนกลายเป็น CBE (Content-based Education) สังเกตว่า มีความรู้ (่สาระ) จำนวนมากที่เป็น "รูปแบบ" "ขั้นตอน" หรือ "กระบวนการ" แสดงว่า มาตรฐานนี้เน้นเรียนรู้รูปแบบ ... เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปในศตวรรษที่ 21 ยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไร้รูปแบบ จึงเป็นงานหนักยิ่ง หนักมากที่จะปฏิรูป
- นอกจากจะกำหนดไว้อย่างละเอียดแล้ว ในขั้นตอนการสอนของแต่ละวิชาที่ตอบมาตรฐานหลายๆ ข้อ ยังกำหนดละเอียดลงไปถึงระดับ "รูปแบบการคิด" "รูปแบบการทำ" หรือลึกถึง "รูปแบบการรับรู้" .... สรุปแล้วอาจเรียกว่า PBE (Pattern-based Education) การศึกษาในรูปแบบจะเหมาะกับที่กำลังจะสื่อบอก
- สมรรถนะที่แตกต่างจากสมรรถนะของ SEAMEO คือ การเป็นหุ้นส่วนสังคม (Engagment Community) ของครูหรือโรงเรียน
จบเท่านี้ก่อนครับ






สุดยอดเลยครับ อาจจะขออนุญาตนำใช้สอนในห้องเรียนครับ ;)…
เรื่อง ๙ มาตรฐานวิชาชีพครู นี้ ถ้าเราใช้สมรรถนะเป็นตัวตั้ง (แทนที่จะใช้สาระความรู้) เรื่องก็น่าจะง่ายและตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น รูปธรรมของเรื่องนี้ต้องไปดูที่เรื่อง การทดสอบความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภาว่าเป็นอย่างไร ผมไม่เคยเห็น แต่ภาพที่อยากเห็นคือ การใช้รูปแบบการทดสอบของพิซาและโอเนต คือ ไม่ทดสอบความรู้ แต่ทดสอบการใช้ความรู้ เนื้อหาที่ต้องรู้จริงๆจะเป็นเพียงเศษส่วนเล็กน้อยของความรู้ที่เรียนทั้งหมด ผมเรียกว่านี่คือเคล็ดไม่ลับของอาจารย์กวดวิชา ครูทั่วไปถ้ายังไม่รู้ก็ควรเรียนรู้ จะช่วยนักเรียนได้มาก ผมหมายถึงเมื่อสอนจบวิชาหนึ่ง กรุณาสรุปให้นักเรียนว่า เนื้อหาสาระที่สำคัญ คือต้องนำไปใช้ (รวมทั้งใช้ตอบข้อสอบ) มีอะไรบ้าง ยืนยันอีกทีว่า จะเป็นเพียงเศษส่วนเล็กน้อยของที่ครูสอนทั้งหมด
เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ