เช้าวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ผมไปร่วมประชุมสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนอธิการบดี เป็น ผศ. ดร. นิวัติ แก้วประดับ จึงมีวาระสำคัญ คืออธิการบดีนำเสนอแผนการทำงานใน ๔ ปี (๒๕๖๑ - ๒๕๖๕)
ท่านอธิการบดีคิดมาอย่างดี ดีในแง่ของการตั้งประเด็นเพื่อการอภิปราย และในแง่ของความครอบคลุม และในฐานะที่ มอ. มี ๕ วิทยาเขตกระจายไปทั่วภาคใต้
หลังจบการนำเสนอของท่านอธิการบดี ท่านนายกสภา ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลา ชี้ให้กรรมการสภาพูดทุกคน ผมตั้งใจฟังพร้อมทั้งใช้โทรศัพท์ Galaxy Note 8 ที่เพิ่งซื้อใหม่ได้สองวัน จดสาระสำคัญของแต่ละท่านไว้ และสรุปสาระสำคัญของคำอภิปรายได้เป็น ๓ กลุ่ม
- เสนอแนวทางพัฒนาจากฐานเดิม
- เปลี่ยนไปวางฐานใหม่
- เน้นทำความเข้าใจกับประชาคมภายใน
ที่จริงผู้บริหารต้องวางยุทธศาสตร์บริหารสถาบันโดยทั้ง ๓ แนวคิดข้างบนให้สมดุลและเกิด synergy แต่ผมชอบสัดส่วน 20 : 60 : 20 ในการลงแรงลงสมอง
ผมมีความเห็นว่า ต้องสร้าง working platform ใหม่ ในการทำหน้าที่มหาวิทยาลัยแห่งอนาคต มิฉะนั้นมหาวิทยาลัยอาจไปไม่รอด หากยังใช้ working platform เดิม
ผมเสนอ working platform ใหม่ ที่ประกอบด้วย 4 keyword คือ
- Innovation เป็นเป้าหมายการทำงาน หมายถึงทำงานเลยจากวิจัยหรือสร้างความรู้ใหม่ ไปสู่นวัตกรรม ซึ่งหมายถึงการสร้างสินค้าใหม่หรือวิธีการใหม่ ที่ขายได้ กินได้ มีผู้ประกอบร่วมลงทุนสร้างนวัตกรรม และเอาไปขาย มหาวิทยาลัยได้ผลงานวิชาการ ได้มีแหล่งฝึก นศ. และมหาวิทยาลัยมีรายได้
- Integration หมายถึงบูรณาการภารกิจหลักของมหาวิทยาลัย คือ สอน วิจัย บริการ และทำนุบำรุงคุณงามความดี เพื่อทำงาน engagement และบูรณาการศาสตร์ในการทำงาน engagement
- Engagement หมายถึงทำงานเป็นภาคีหรือหุ้นส่วนกับภาคทำมาหากิน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐ งานนี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยมีรายได้ และช่วยให้ นศ. ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง (ตามด้วยการใคร่ครวญสะท้อนคิด) รวมทั้งอาจารย์ได้มีผลงานวิชาการ
- Collaboration หมายถึงร่วมมือกับ strategic partner ทั้งภายในและภายนอกประเทศ และร่วมมือข้ามศาสตร์ เพื่อให้บรรลุผลงานตามเป้าที่กำหนดโดย engagement partner
การประชุมสภามหาวิทยาลัย ไม่ว่ามหาวิทยาลัยใด เป็น “ห้องเรียน” ของผม
ผมลืมเสนอเรื่อง open badge ต่อที่ประชุม จึงนำมาเสนอไว้ ณ ที่นี้ มหาวิทยาลัยกลุ่มเดียวกัน (มอ. เป็นมหาวิทยาลัยวิจัย) ควรรวมตัวกันพัฒนา “ระบบรับรองสมรรถนะ” (open badge) ที่ทั้งผู้เรียนตามหลักสูตรปกติ และหลักสูตรระยะสั้นเฉพาะด้าน ได้รับ “คำรับรอง ออนไลน์” ที่มีรายละเอียด ให้ผู้ต้องการตรวจสอบเข้าไปตรวจสอบได้ เป็น “คุณวุฒิ” สมัยใหม่ ที่เหมาะต่อการรับรองความสามารถในการทำงานจริงๆ
วิจารณ์ พานิช
๒๑ มิ.ย. ๖๑