ในระยะนี้ ฉันได้มีโอกาสได้รู้จักใครหลายๆคนโดยบังเอิญ ผ่านคนแบบบังเอิญๆที่ฉันได้รู้จัก (งง มั๊ย) เพราะจะว่าด้วยในอดีตชาติเรามีเวรมีกรรมผูกพันกันมาก่อน หรือว่าชาตินี้มีการตามมาชำระความกันก็ตาม แต่บุคคลต่างๆเหล่านั้น ก็ทำให้ฉันได้เรียนรู้จนก่อให้เกิดความผูกพันกันจนงัดออกจากกันยาก ดูๆไปฉันว่ามันเหมือนกับฉันได้เครือข่ายกัลยาณมิตรของแท้จริงๆ หลายคนที่ได้รู้จักผ่านการแนะนำของคนที่คุ้นเคยคนหนึ่ง และหลายๆคนก็แนะนำเรื่องของฉันเป็นทอดๆไปยังคนสนิทของเค้าที่ฉันไม่เคยรู้จัก แต่ก็ได้มารู้จักกันจนได้ จากผิวเผิน เป็นคุ้นเคย จากคุ้นเคยเป็น สนิทใจ สนิทใจจนเราต่างก็สามารถพึ่งพากันและกันได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ หลายคนไม่ได้คุ้นเคยกับฉันแค่เพียงตัวตนของเค้า แต่ยังชักนำความคุ้นเคยนี้ไปสู่ครอบครัวของเค้าทั้งที่เราแปลกหน้ากัน แต่ด้วยจริตของฉันที่มักจะสร้างความคุ้นเคยกับใครได้ไม่ยาก ทำให้ฉันสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองว่า ใครมิตรแท้ ใครของเทียม ใครเป็นประเภทชอบให้ และใครเป็นประเภทอยากได้ สิบกว่าปีในแวดวงงานพัฒนา ฉันต้องทำงานพบปะผู้คนมากมาย หลากหลายสถานะ หลากหลายความคิด หลากหลายสถานการณ์ที่มันสอนให้ฉันต้องอดทน ต้องเข้มแข็ง ต้องคิดว่า "มันเป็นเช่นนั้นเอง" ทั้งๆที่ฉันเป็นคนประเภทมองโลกในแง่ดีมาตลอด แต่ก็มักจะไม่ใช่สิ่งดีๆที่ฉันมองเห็นอยู่เสมอไป แต่เหนือสิ่งอื่นใด ในหัวใจของคนทำงานพัฒนาเช่นฉัน ก็ยังอดมองโลกในแง่ดีอีกไม่ได้ว่า ธรรมมะย่อมชนะอธรรม   อาจเป็น พราะฉันถูกฝึกให้มองคนเหมือนมองข้าวกล้อง พวกข้าวเปลือกที่มาแบบสวยๆจึงต้องสแกนกันลึกหน่อย

"เพราะคน หาผลประโยชน์ที่ชอบมาแบบเนียนๆยังมีอยู่เรื่อยๆ"