หลายคนอ่านสามก๊กและมักได้ยินจากผู้รู้ว่าสามก๊กมันนานมาแล้วมีอะไรปนๆมามากเรื่องจริงไม่จริงบ้างเช่นเรื่องสามพี่น้องสาบานในส่วนดอกท้อนี่ก็ไม่จริง หลายเรื่องปนเปไปมาคนแต่งเอาจากยุคโน้นยุคนี้บ้าง
คำถามคือเราจะปฏิบัติต่อสามก๊กอย่างไรในฐานะคนรุ่นใหม่ตกยุคแล้วมั๊งอะไรก็ดูไม่จริงรู้ได้ไงวิเคราะห์กันเองเออเองเยอะแยะไปหมด
คงเคยสงสัยใช่ไหมครับแม้กระทั่งคนที่อินกับสามก๊กมากๆ
ยังดีนะครับสามก๊กมีเรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้าง..
ฟังตะวันตกโกลาหลกว่าเยอะนิทานอิสปที่มีความเก่าแก่กว่า 2,000 กว่าปียาวนานมาตั้งแต่สมัยอายรธรรมกรีก
คุณว่านิทานอีสปเป็นเรื่องจริงเหรอครับเด็กเลี้ยงแกะเอยหนูกับราชสีห์เอย ..ร้อยเรื่องที่อีสปเล่ามาล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องจินตนาการ จะว่าไปไม่มีเรื่องจริงผสมเลย..
หลายคนคงคิดว่าแน่สินิทานหลอกเด็กมันก็ต้องจินตนาการเอาทั้งนั้นสามก๊กไม่ได้เอาไว้หลอกเด็กนะ
อย่าลืมครับจริงๆมันมีบริบทของประวัติศาสตร์ อีสปเป็นนักปราชญ์แต่เกิดในยุคสมัยกษัตริย์กรีกที่ตอนนั้นยังเป็นนครรัฐกษัตริย์บางคนเก่งไม่ฟังใครใครเถียงเจอตัดหัว เลยไม่มีใครกล้าเถียงกษัตริย์ของอีสปก็เช่นกันเก่งแต่ไม่ฟังใครมีครั้งหนึ่งมีกษัตริย์ต่างเมืองมาท้ารบท่านก็จะออกไปรบเพื่อรักษาศักดิ์ศรี ฉิบหายแน่ๆอีสปมองแล้วสิ้นชาติชัวร์ว่าแล้วอาศัยจังหวะเผลออิสปเลยเล่านิทานให้กษัตริย์ฟังกษัตริย์ได้คิดหันมาวางแผนใหม่ที่สุดก็รบชนะ ... ไม่มีนิทานเรื่องนั้นกรีกคงสิ้นชาติไปนานอีสปคงหายจากประวัติศาสตร์ไปแล้ว เราคงไม่มีนิทานมาสอนลูกหรือเตือนผู้ใหญ่แบบเนียนๆกันอีก
ย้อนกลับมาดูเรื่องของอิสป ...เรื่องเล่าของอิสปสามารถเปลี่ยนการตัดสินใจของคนได้นั่นหมายถึงเรื่องเล่าเปลี่ยนสมองคนได้ ..เพราะการตัดสนใจมาจากสมองเปลี่ยนสมองเปลี่ยนการตัดสินใจเปลี่ยนการกระทำและเปลี่ยนชะตากรรมได้
ยิ่งกลับมาดูหนังสือเรื่อง A Whole New Mind ที่อธิบายความสำเร็จของคนจากมุมมองของทฤษฎีสมอง (Neuroscience) อาจารย์แดนผู้แต่งบอกว่าปัจจัยเรื่องหนึ้งสิ่งที่สร้างการเปลี่ยนแปลงสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจก็คือ “เรื่องเล่า” เพราะเรื่องเล่าเปลี่ยนสมองคุณได้ ... คุณลองสิว่าผลิตภัณฑ์ดังๆล้วนแล้วแต่มีเรื่องเล่าของบริษัทมาทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นสตีฟจ๊อบหรือบิลล์เกต อาจารย์แนะนำว่าองค์กรสมัยใหม่ต้องสร้างเรื่องเล่าด้วยถึงจะสำเร็จได้
A Whole New Mind ทำให้ผมเข้าใจอิสปและหลัวกว้านจงผู้แต่งสามก๊กวรรณกรรมนี้คงเปลี่ยนสมองคนทำให้คนตัดสินใจได้ดีขึ้นมามากต่อมากรวมทั้งผมเอง
ลองมาย้อนดูอำนาจของเรื่องเล่ากันไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือปัจจุบัน ..
เอาว่ามหาวิทยาลัยที่เราเรียนกันการศึกษาทั้งหลายนี่จะว่าไปมาจากอิทธิพลกรีกนั่นคือยุคสมัคเฮเลนนิสติก (ก่อนโรมัน) ยุคนี้เริ่มจากการที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชบุกเอาชนะเปอร์เชียไปจนถึงอินเดีย .. ทำให้อารยธรรมกรีกหลอมรวมเข้ากับอารยธรรมของเอเชียเกิดเป็นวัฒนธรรมเฮเลนิสติกมีการตั้งโรงเรียนสถาบันการศึกษาแบบกรีกเพื่อรวมวัฒนธรรมที่ต่างกันเข้าเป็นหนึ่งเดียวการศึกษาแบบกรีกนี่เองเชื่อว่าเป็นต้นแบบของการศึกษา การปกครอง วิทยาศาสตร์ ปรัชญา และวิทยาการทุกอย่างในยุคปัจจุบัน
ว่ากันว่าพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชมักถือหนังสือเรื่อง Iliad หรือสงครามเมืองทรอยซึ่งพูดถึงอคิลิสวีรบุรุษผู้ทุ่มเทชีวิตเพื่อให้มีชื่อเสียงไปอีกพันปีคนตายไปแต่ชื่อเสียงยังอยู่ใครจะบอกได้ครับมหาวิทยาลัยที่เป็นต้นกำเนิดภูมิปัญญาของมนุษยชาติในระยะหลังอาจมาจากนิทานที่จริงครึ่งไม่จริงครึ่งนี่ก็ได้ที่ผลักดันอเล็กซานเดอร์ไปสุดขอบฟัาทั้งวิทยาการวัฒนธรรมและการศึกษา
มาถึงเด็กๆทุกคนได้ยินนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงใช่ไหมครับเด็กๆฟังแล้วเป็นไงครับผมว่าแทบทุกคนจะมีวัยหนึ่งที่พอฟังเรื่องนี้จะเริ่มคิดได้เองว่าต้องระวังคนแปลกหน้านะ.. ไม่งั๊นอาจเป็นหมาป่าจับไปกินได้ ...นิทานเรื่องนี้คุณว่าอายุกี่ปี ...เห็นมาแต่เกิดใช่ไหมครับ ..50-60 ปีน่าจะยาวนานประมาณนี้ .. จริงๆจากการวิจัยนิทานเรื่องนี้อายุมากกว่า 700 ปี ..นิทานเรื่องนี้น่าจะช่วยคนไม่รู้กี่พันล้านคนไม่ให้หลงทางไปตายอยู่ในป่าหรือถูกจับไปเรียกค่าไถ่..ตอนนี้มีการวิจัยลงลึกครับว่านิทานอย่างแจ็คผู้ฆ่ายักษ์นี่อายุยาวนานกว่า 6,000 ปีไปโน่น คนโบราณเก่งครับใช้เรื่องเล่าเปลี่ยนคนมาเยอะ
ไทยก็มีมาตั้งแต่สุโขทัยนั่นคือ.. เรื่องไตรภูมิพระร่วง.. สอนเรื่องนรกสวรรค์..ผมว่าเรื่องนี้มีอิทธิพลต่อสังคมไทยมากและอาจมีส่วนสำคัญของความเป็นชาติไทยที่เรียกกันว่าสยามเมืองยิ้มก็ได้. เอาเป็นว่าสมัยเด็กๆสังคมไทยดูสงบคนเกรงกลัวบาปผมได้ยินเรื่องนรกสวรรค์บ่อยๆสังคมไทยอาจอยู่มาได้ด้วยเรื่องเล่าแนวนี้คนไทยดูรักสงบเกรงกลัวบาปมานานเป็นไปได้ไหมครับถ้ามีแต่เรื่องขุนช้างขุนแผน คนไทยอาจเป็นชู้กันเปรอะฆ่าลูกควักท้องกันเป็นประเพณี เป็นสยามเมืองหื่นเท่านั้น.. โชคดีที่เรามีไตรภูมิพระร่วงมาถ่วงดุล..เลยดีมาถึงทุกวันนี้..แต่ตอนนี้ได้ยินแต่อะไรไม่รู้ ดูเหมือนสังคมแปลกๆขึ้นเรื่อยๆฤาเราต้องกลับมารื้อฟื้นกัน
คุณอาจคิดว่าประเทศไทยตอนนี้เรากำลังก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 แล้วเด็กๆควรให้ความสนในเรื่อง STEM) วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) เรื่องเล่านิทานอะไรสามก๊กนี่ไม่เอาแล้วหากินไม่ได้เราต้องการป้อนคนเข้าตลาดแรงงานใจเย็นพี่ๆ ฟังเรื่องเล่าครับ
คุณรู้จักหนัง Startrek ไหมครับ ...เป็นหนังอวกาศพูดถึงการสำรวจจักรวาลของคนในยุคหลายร้อยปีข้างหน้าด้วยยานอวกาศที่บรรทุกคนได้เป็นพันเดินทางได้เร็วกว่าแสงมีมานับร้อยๆตอนหลายคนเป็น FC จะรู้จักกัปตัน Kirk และสป๊อกเป็นอย่างดี..
นิทานยุคใหม่นี้ว่ากันว่าจุดประกายให้เกิดนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่และนักบินอวกาศจำนวนมากเช่น Mae Jamison คนๆนี้เป็นนักบินอวกาศผิวดำคนแรกเรียนจบวิศวะแล้วไปเป็นนักบินอวกาศจนอิ่มตัวแล้วกลับมาเรียนหมอตอนนี้เป็นคุณหมอไปแล้วท่านนี้บอกเองเลยว่าได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง Startrek นี่ไงครับเช่นกันไม่มีหนังเรื่องนี้อาจไม่มีคุณหมอนักบินอวกาศผู้สร้างประวัติศาสตร์คนนี้เด็กคนนี้อาจได้ดูแต่ละครน้ำเน่าที่สอนว่าคนรวยไม่ผิดเสมอและมักได้เมียรวยโดยไม่ต้องทำมาหากินคุณหมอท่านนี้อาจคิดใช้สมองอันเปรื่องปราดไปเป็นเจ้าแม่เงินกู้นอกระบบก็ได้
เรื่องนี้มาใกล้ตัวผมอีกมีวันหนึ่งผมไปสอนที่พระจอมเกล้าลาดกระบังผมไปให้อาจารย์เล่าเรื่องที่ภาคภูมิใจให้ฟังว่าท่านภูมิใจอะไรที่สุดมีอาจารย์ท่านหนึ่งเล่าว่าเขาภูมิใจที่มีลูกศิษย์ตอนรับปริญญาบอกว่า “อาจารย์เป็นคนเปลี่ยนชีวิตเขา” เปลี่ยนยังไงเธออาจารย์งงก็เห็นเป็นเด็กเก่ง “ผมไม่มีจุดหมายชีวิตอะไรมาเรียนวิศวะเพราะคำนวนเก่งเรียนไปก็ไม่เห็นภาพอะไรมีความทุกข์มากมีวันหนึ่งอาจารย์เชิญวิศวกรรุ่นพี่ภาควิชาวิศวะเคมีมาบรรยายรุ่นพี่เล่าว่าวิศวกรรมเคมีนี่ประยุกต์ใช้ได้หลากหลายมากไม่ใช่แค่ไปทำโรงงานผลิตสารเคมีมันทำได้ตั้งแต่ดอกไม้ไฟไปถึงยานอวกาศหรืออยากจะไปทำหนัง Hollywood ก็ยังได้
การบรรยายครั้งนั้นเปิดหูเปิดตาผมมากผมตื่นเต้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนรู้สึกวิศวกรเคมีเป็นอาชีพที่น่าตื่นเต้นเปลี่ยนโลกผมไปตลอดกาลจากเด็กที่ด้านชากับชั้นเรียนอยู่ไปวันๆไม่เห็นอนาคตหันกลับมาเรียนอย่างเมามันจนจบมาด้วยเกรดดีมีความฝันมีงานดีๆกราบขอบคุณอาจารย์ครับ” นี่ไงเรื่องเล่าไหมถ้าไม่มีวันนั้นเราอาจไม่มีวิศวกรรุ่นใหม่ที่มี Passion มีความฝันในอาชีพอาจมีวิศวกรจบใหม่ที่ผ่านการเรียนอย่างสาหัสมาพร้อมกับความไม่มั่นใจไปทำอะไรก็ไม่ได้เพราะอะไรมันก็ตีบตันไปหมดทั้งความรู้และความฝัน คนๆเดียวกันนี้อาจหันไปทำธุรกิจสอนพิเศษติวเด็กเข้าวิศวะที่พอเข้าได้ก็มาเบลอเหมือนคนติว ..ไปกันใหญ่ไหมครับ
สุดท้ายผมคงต้องขอบคุณสมองอันชาญฉลาดของหลัวกว้านจงที่บรรจงสร้างสรรค์งานสามก๊กวรรณกรรมที่ทำเราเห็นทุกอารมณ์ของมนุษย์ มีสำเร็จลับมาล้มเหลว ล้มเหลว กลับมาสำเร็จ ..ไม่ใช่ละครประโลมโลกที่เห็นพระเอกไม่ทำงานวนเวียนอยู่กับการหาเมียและความรวยที่ไม่มีที่มาสร้างค่านิยมผิดๆให้สังคม..
นอกจากนี้ยังขอขอบคุณอิสปผู้สร้าง Startrek และใครก็ไม่รู้ที่สร้างหนูน้อยหมวกแแดงพระมหาธรรมราชาลิไท มหาราชแห่งอาณาจักรสุโขทัย ผู้ประพันธ์ไตรภูมิพระร่วงรวมทั้งนักเล่าเรื่องทุกท่านที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนสมองมนุษย์ ผู้เปลี่ยนเส้นทางประวัติศาสตร์จากทำลายล้างมาสร้างสรรค์มากขึ้น สมองนักเล่าเรื่อง จึงเป็นสมองนักเปลี่ยนแปลงโลกที่แท้จริง
สำหรับผมว่าประเทศไทย 4.0 หรือจะพัฒนาไปถึง 11.0 ขนาดไหนก็ยังต้องการเรื่องเล่าดีๆ
เล่าไปเถอะครับนิทานเรื่องจริงหรือปนๆกันขอให้เป็นเรื่องดีๆมีคุณธรรมศีลธรรมหรือทำให้เห็นชีวิตในทุกมุมหรือเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจก็ได้ดีทั้งนั้นครับ
วิธีการสร้างเรื่องเล่าดีๆ
- อ่านสามก๊กแล้วเอาประเด็นที่คุณชอบไปเล่าให้เหมาะกับสถานการณ์อันนี้แล้วแต่ถนัดถ้าไม่เก๋ามาเริ่มจากสามก๊กฉบับวณิพกก็ได้เอาตอนที่คุณชอบไปเล่าเล่าได้หลายตอนเลยครับ
- ค้นหาเรื่องเล่าของคนดีๆในทุกสังคมอารยธรรมไปเล่าก็ได้
- ดูหนังก็ได้สมัยนี้มีคนทำเรื่อง “ดูหนังหาแก่นธรรม” หนังละครดีๆสอนธรรมะสอนบริหารได้ดีมากๆ
- เรื่องเล่าอื่นเช่นชาดกพระเจ้า 500 ชาติใช้ได้หมด
- ให้คนในองค์กรทุกคนเล่าเรื่องที่ภูมิใจเล่าเรื่องของตนมาเหมือนที่ผมทำให้ลาดกระบังก็จะได้เรื่องเล่ามาใช้งานในองค์กรของคุณ
ด้วยรักและปราถนาดี
ดร.ภิญโญรัตนาพันธุ์


