วันนี้อยากมาคุยเรื่องหนึ่งเรื่องที่ขงเบ้งหลอกสุมาอี้เนื่องจากมีกำลังน้อยสู้ไม่ได้และอยู่ระหว่างถอยเมื่อไม่ทันก็เลยใช้วิธีการเปิดเมืองรับและตัวเองก็ขึ้นไปดีดพิณสุมาอี้มาเจอเกิดระแวงเพราะเคยแพ้มาหลายรอบเลยหนีแบบไม่คิดชีวิตขงเบ้งเลยรอดตัวเหตุการณ์นี้เราจะยกย่องปัญญาของขงเบ้งมากปฏิบัติการขำของขงเบ้งทำให้ขงเบ้งเอาตัวรอดจากภัยคุกคามได้ไม่พอทำให้สุมาอี้กลายเป็นตัวตลกในประวัติศาสตร์เรียกว่ายับเยินมากๆ  

ในฐานะวันนี้ที่ผมหันมาอยู่กับ #ทีมขงเบ้ง .. 


ไม่ว่าคนจะมองเรื่องนี้อย่างไรรู้สึกทึ่งเรื่องนี้มากเพราะอะไรครับ ...เพราะนี่คือการใช้สมองที่ชาญฉลาด ...แสดงว่าถ้าเราจะแก้ปัญหาที่น่ากลัวเป็นภัยคุกคามเราควรมองแบบขงเบ้ง...

ประเทศไทยมีปัญหาที่แก้ไม่ได้มากมายเอาเป็นว่าเรามาสำรวจวิธีการแบบขงเบ้งดู...อาจเจอคำตอบอะไรบางอย่าง..

ผมนึกถึง Dan Pink กูรูด้านบริหารสุดยอดคนท่านนี้ได้ศึกษาปรากฏการณ์ของโลกค้นพบว่าโลกปัจจุบันเปลี่ยนไปเร็วมากๆสิ่งที่คุณทำอยู่อาจไม่มีใครต้องการโดยที่คุณไม่รู้ตัวผมเองทำงานเป็นที่ปรึกษาให้องค์กรบางแห่งก็กำลังเจอสภาวะนี้ครับ ...อยู่ดีๆใครก็ไม่ต้องการคุณ...อาจารย์ Dan บอกว่าเราจะใช้สมองซีกซ้ายที่เป็นตรรกะต่อไปไม่ได้คุณต้องใช้สมองซีกขวา...ในโลกที่ผันผวนบ้าคลั่งขนาดนี้คนใช้สมองซีกขวาจะครองโลก ...อาจารย์แดนเพิ่งพูด...ผมอ๋อเลยนี่ไงโลกยุคนั้นตระกูลโจตIะกูลสุมาปวดประสาทอยู่เกือบ 100 ปีด้วยฝีมือคนใช้สมองซีกขวาเก่งๆอย่างขงเบ้ง ...  

Credit ภาพ:http://freakonomics.com/podcas...


มาลงลึกตามหลักวิชาปัจจุบันว่าขงเบ้งทำอะไร ...

อาจารย์แดนบอกว่าการใช้สมองซีกขวาสร้างอะไรใหม่ๆหาคำตอบที่ใครทำไม่ได้มีหกแนวทางอาจารย์ท่านเรียกว่า Six Senses นั่นคือ

  1. Design คุณต้องเชื่อมโยงผู้บริโภคที่ความรู้สึกไม่ใช่แค่การใช้งาน...  นั่นหมายถึงการออกแบบอะไรก็คำนึงถึงความรู้สึกด้วยเช่นบริษัทหนึ่งออกแบบครัวเขาก็ไปดูว่าคนมีปัญหาอะไรเขาไปเจอผู้สูงอายุร่างกายหดไม่สูงยื่นมือไปเอาของในครัวรูู้ลำบากเขาเลยทำให้เตี้ยลง..ก็ขายดีขึ้น 
  2. Story มีเรื่องราวผลิตภัณฑ์ดังๆมักมีเรื่องราวเสมอเช่น Steve Jobs  ถ้าไม่มีเรื่องราวมักจะธรรมดาดังนั้นคุณต้องขุดเรื่องดีๆขององค์กรมาเล่าด้วย
  3. Symphony เน้นนวัตกรรมไม่ใช่เอาแต่รายละเอียด ...หมายถึงอะไรครับชัดเลยเช่น App ทั้งหลายของ Apple ที่ทำให้คุณไม่ต้องรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการเขียน Programme แต่ก็ใช้งาน Appได้ 
  4. Empathy ไปให้ไกลกว่าตรรกะต้องใช้อารมณ์และลางสังหรณ์ให้มากขึ้น  ตอนนี้ผู้บริหารสูงสุดของรถไฟฟ้าสิงค์โปร์ขายรถและหันมาขึ้นรถไฟบริษัทตนเองไปทำงานทำตัวปนเปไปกับผู้โดยสารทำให้เห็นปัญหามากกว่า
  5. Play เล่นครับเล่นเราต้องใส่อารมณ์ขันและความสนุกเข้าไปด้วยก็จะแก้ปัญหาได้... ฝรั่งคนหนึ่งแก้ปัญหาเด็กที่ไม่ไปโรงเรียนในอาฟริกาเนื่องจากต้องคอยไปตักน้ำในที่ไกลๆให้ครอบครัว เขาเลยออกแบบม้าหมุนที่มีกลไกถ้าหมุนไปก็สูบน้ำขึ้นมาเก็บไม่ต้องใช้ไฟ.   เด็กๆก็เลยไปโรงเรียนเหมือนเดิมและเด็กๆก็จะลงมาเล่น เจ้าม้าหมุนนี่ก็จะสูบนำ้ไปเก็บไว้ ผู้ปกครองก็ได้น้ำ ไม่ต้องใช้เด็กไปตักน้ำในที่ไกลๆ มาส่งเด็กมาโรงเรียนก็ตักน้ำกลับบ้านไป ...ที่สุด เด็กก็ไปโรงเรียนได้สุดยอดไหมครับ  ลองดู Clip ครับชื่อ Play Pump ...

6. Meaning แปลว่ามีความหมายการมีความหมายแปลว่าให้มากกว่ารับ ...  ไม่ใช่ขายของ ...เช่น Starbucks ซื้อเมล็ดกาแฟจากชาวไร่โดยตรง..แบบไม่บีบราคาแต่เดิมชาวไร่โดนกดราคา.. Starbucksไม่โลภครับพัฒนาชาวไร่ไปด้วยยกระดับมาตรฐานไปด้วยที่สุดชาวไร่ก็มีความสุขลูกหลานได้ไปโรงเรียน  Starbucks ก็ได้ของดี   

ผมคงไม่ลงลึกตัวอื่นแต่ที่ขงเบ้งทำเรียกว่าการเล่น (Play) 

เล่นนี่แหละครับที่ผมอยากบอกสุดยอดมากๆๆๆ  ถ้าขงเบ้งไม่ทำอย่างนี้จ๊กก๊กคงจบไปนานแล้ว...

เล่นจึงเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่  

เล่นทำให้เรื่องใหญ่เป็นเรื่องเล็ก 

อะไรที่ยากๆเราอาจต้องเล่นกันบ้างจริงไหมครับมาดูตัวอย่างการเล่นที่ทำให้เกิดการแก้ปัญหายากๆได้ในบ้านเรา

1.ปัญหาการศึกษาประเทศเรากำลังบ่นเรื่องการศึกษาคุณภาพที่ย่ำแย่ปรากฏว่ามีอาจารย์ผมมาเล่าให้ฟังว่าแถวอำเภอจตุรัสเมื่อ 10 กว่าปีก่อนเด็กที่นี่สอบได้รางวัลชีววิทยาโอลิมปิกของโลก...ของโลก ...  คุณคงคิดว่าที่นี่มีครูจากรร. เตรียมมหิดลวิทย์ไปสอน ..ไปติวมีเครื่องมือวิจัยเพียบ ..ไม่ใช่ครับไม่มีอะไรไม่มีอะไรจริงๆ ..ครูเลยให้เด็กไปเรียนชีววิทยาจากทุ่งนาไปศึกษาชีวิตแมงกุดจี่ศึกษาไส้เดือน...พอไปสอบระดับโลกได้ที่ 1 นี่ไงครับไม่ได้สอนวิทย์แห้งๆประสาทๆท่องชื่อสารเคมีแต่ไม่รู้ของจริงเป็นอย่างไร ... ผมไปถามโรงเรียนอเมริกันที่เก็บค่าเรียนแพงๆเขาก็เรียนชีวะในทุ่งหญ้าครับ... ท้องนาทุ่งหญ้าคือแหล่งที่มาของความรู้ไม่ใช่หนังสือสูตรวิทยาศาสตร์แห้งๆ ... จบลงด้วยการติวเข้าหมอวิศวะอย่างเดียว..แล้วคิดอะไรไม่เป็น..ซื้อจากต่างประเทศอยู่ดี..มันวิทย์ตรงไหน (ฟะ) ...เล่นกันบ้างพี่เล่นครับพี่ ...แสดงว่าเรามีสิทธิสร้างนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกได้โดยแทบไม่ใช้งบอะไรเลย  เพียงเปลี่ยนวิธีคิดเท่านั้น

2. ศาสตราจารย์สุชัชวีย์อธิการพระจอมเกล้า ลาดกระบัง (อาจารย์เอ้) แทนที่จะพาอาจารย์มาต้อนรับนักศึกษาอย่างเย็นชาชวนหลับ  แล้วก็ไม่รู้เรื่อง  ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์กับนักศึกษาตั้งแต่แรก เพราะความยิ่งใหญ่ทำให้เกิดช่องว่างอย่างที่เป็นกันมา..ช่องว่างอะไรจริงๆอาจารย์ทั้งหลายมีประสบการณ์ชีวิตมามากบางสาขาสัมผัสกับเอกชน รู้วัฒนธรรมอะไรใหม่ๆอะไรที่เลิกทำอะไรที่ต้องมองล่วงหน้า ผู้ใหญ่กลุ่มนี้รู้ครับ...ไม่ครับด้วยวิธีการรับน้องปฐมนิเทศน์แบบเดิมไม่เปิดโอกาสให้เด็กเข้าไม่ถึงผู้ใหญ่ระดับนี้... หลายที่ช่องว่างนี้ถูกเติมเต็มด้วยระบบ SOTUS ของรุ่นพี่บักหำน้อยที่แก่กว่ากันปีเดียว... แต่กลับทำตัวมีประสบการณ์กร้านโลก ... หนักสุดมีการทำร้ายร่างกาย ทำร้านจิตใจกีดกันคนคิดต่าง ถ้าปัญญาอ่อนสุดก็น่าจะเป็นเรื่องให้นักศึกษารุ่นน้องอมลูกอมวนๆ กันไป  แม้ผมจะไม่เคยเจอเรื่องงี่เง่าระดับนี้ แต่ก็รู้สึกไม่มีความสุขที่ได้ยินเรื่องรับน้อง หรือการปฐมนิเทศน์ที่ทำกันมา 

ผมได้แต่วิพากษ์วิจารณ์..แต่อาจารย์เอ้ ท่านไม่ว่าใคร ไม่ตำหนิใคร ท่านพาเล่นซะเลย ...ท่านจัดการปฐมนิเทศน์แบบใหม่... พาผู้บริหารคณบดี Rap เพลงต้อนรับเด็กใหม่อย่างอบอุ่นจริงๆแกทำแนวนี้มาก่อน ...สิ่งที่เห็นคือเด็กปีหนึ่งเรียกอธิการว่าพี่..บางทีแวะมาหาที่ห้องอธิการมาปรึกษาปัญหากับผู้ใหญ่ที่เก่งจริงๆรู้ Trend แนะนำได้จริง.. ช่องว่างบางอย่างที่เคยมีมันเริ่มหายไป... เพราะสมัยผมเรียนผมไม่รู้จะไปหาอาจารย์ผู้ใหญ่ที่ไหนมีปัญหาก็ต้องเก็บไว้คนเดียวจะไปคุยกับรุ่นพี่ก็ได้ครับแต่ทุกคนก็ไม่ได้มีประสบการณ์จริงๆ ..มันเห็นชัดสมัยเวลาโตมาว่าผู้ใหญ่สำคัญอย่างไร ...โดยเฉพาะปริญญาเอกการได้คุยได้เรียนได้มีความสัมพันธ์กับอาจารย์ที่เป็นผู้นำในสาขานั้นๆมันเปลี่ยนชีวิตจริงๆแต่ตอนป.ตรีผมไม่มีครับ  ไม่รู้เสียโอกาสอะไรไปบ้าง...  อยากให้เล่นกันแบบอาจารย์สุชัชวีย์ครับการศึกษาไทยอาจไปไกลกว่าเดิม 

3. คนที่เล่นต่อมาคือลูกศิษย์ผมเองผมเรียกเขาว่าอาจารย์ม่อน ..อาจารย์ม่อนเป็นลูกศิษย์ที่ MBA ขอนแก่น อาจารย์ม่อนเป็นคนเรียนเก่งเลยเป็นมือติวของรุ่นจบมามาทำธุรกิจที่ปรึกษาก็เริ่มเห็นปัญหาครับ ..คนเรียนบริหารไม่ใช่ทุกคนจะ get เพราะมันคือวิทยาศาสตร์และศิลปะ  บางคนอาจเก่งบางวิชาแต่เชื่อมโยงไม่ได้บางคนไม่เห็นความสัมพันธ์ว่าทำอย่างนี้ไปจะทำให้อะไรเกิดอะไรส่งผลถึงอะไร ... อาจารย์ม่อนเห็นลูกเล่นโดมิโนเลยเดิแรงบันดาลใจเอาเกมโดมิโน่มาดัดแปลงให้ผู้ใหญ่เล่น ตั้งชื่อว่า "Domino Business Game " เป็นเกมส์บริหารธุรกิจทำไปทำมากลายเป็นอาชีพสามารถใช้เกมส์นี้มาให้ผู้บริหารเล่นแก้ปัญหาองค์ได้จริงตอนนี้อาจารย์ม่อนมาเป็นอาจารย์รับเชิญที่ MBA KKU ด้วยมาสอนผู้บริหารเล่มเกมส์เล่มเกมส์อ.ม่อนสองวันนี่ทำให้เชื่อมโยงทุกวิชาที่เรียนมาได้ ...สุดยอดไหมครับนี่ครับการเล่น  (ลองเข้าไปดูใน Website ของอาจารย์นะครับ http://www.dominobg.com/)

4. ผมเองก็พยายามพัฒนาการเล่นมาใช้ในการสอน  ผมใช่ไพ่ทาโรต์ Roots of Asia มาช่วยนักศึกษาค้นหาตัวเองว่าอยากทำอาชีพอะไรที่จะทำให้ตัวเองมีความสุขที่สุดคือหา Passion ในอาชีพปรกติใช้เวลานานเป็นชั่วโมงตอนนี้ผมใข้เปิดไพ่เอา (ไม่ใช่ทำนาย) ให้นักศึกษาคิดเชื่อมโยงจากส่ิงที่เห็นในไพ่ไปหาสิ่งที่ตัวเองชอบทุกคนจะมองออกเองด้วยวิธีการเล่นๆของผมนี้ล่าสุดผมช่วยคนประมาณ 10 คนค้นหาตัวเองได้ทำทีละค้นภายในสองชั่วโมง (ปรกติถ้าทำตามหนังสือก็ 2 ชั่วโมงต่อคน)   เอาง่ายๆ ผมใช้สามใบถามหา Passion ...ซึ่งคือคุณชอบทำอพะไรมากๆ ชนิดนักแบบเจาะลึกสามเรื่อง...เพื่อเลือกเรื่องที่คุณชอบไปต่อยอดไปอาชีพ... สมัยก่อนผมให้เติมคำในช่วงว่าง..จำนวนมากใบ้ครับ..พอใช่ไพ่..เช่นสามใบข้างล่าง ดูภาพหรือคำก็ได้นึกถึงอะไรที่คุณชอบมากๆ    

"น้ำนมแห่งความดี ผมนึกถึงผู้หญิง..ผมชอบชอบการบริหารงานที่เน้นคุณภาพชีวิตสร้างความสมดุลชีวิตให้คนกับบ้าน ไม่ใช่ใช้เขาทำงานจนดูแลครอบครัวไม่ได้" ถ้าใครมาเจอไพ่นี้แล้วชอบมาแนวนี้ ผมจะแนะนำให้ไปต่อยอดทำเรื่อง Positive Organzation Schorlarship ที่เน้นการสร้างวัฒนธรรมที่ดีในการทำงาน สร้างสมดุลชีวิต เป็นที่ปรึกษา เป็นอาจารย์ก็ได้  หรือจะเอาแนวคิดนี้ไปสร้างองค์กรของคุณก็ได้ ถ้าคุณเป็นผู้นำ... เป้นต้นครับ ... 

...วิธีการนี้ผมจะเล่าให้ฟังโดยละเอียดในตอนต่อๆไป...นี่ครับเล่น..จนเห็นอาขีพ... 

สรุปครับอะไรยากๆหาคำตอบไม่ได้ก็เล่นซะเลยวิธีการเล่นทำอย่างนี้ครับเท่าที่ผมสำรวจมา

  1. เอางานอดิเรกของตนเองไปแก้ปัญหาครับ ...เช่นขงเบ้งเล่นพิณเป็น Hobby ก็ใช้พิณในการสงครามลูกศิษย์ผมชอบเล่นเกมส์ก็เอาเกมส์มาเชื่อมโยงแก้ปัญหาแล้วทดลองดูอาจารย์ MBA ท่านหนึ่งชอบอาหารมากเลยพาลูกศิษย์ไปฝึกภาวะผู้นำด้วยการฝึกเป็น Chef สุดยอดมากครับ เครื่องมือเปลี่ยนโลกอาจอยู่ไกล้ตัวคุณมากกว่าที่คิด
  2. สังเกตคนที่เล่นเก่งๆดึงมาช่วยคิด...อาจารย์สุชัชวีย์มีลูกศิษย์เป็นนักดนตรี Rap และมีภาควิศวกรรมการดนตรีกลุ่มนี้เขาเล่นสุดๆอยุ่แล้วก็ดึงมาช่วยผลออกมาอย่างที่เห็น...
  3. สุดท้ายอย่าสิ้นหวังอะไร เพราะแก้ไม่ได้คุณหาวิธีเล่นครับ ขยี้มันเลย เล่นไม่เป็น ดึงคนที่เล่นเป็นไปช่วย ..ผมเองตอนหลังสอนผมเล่นแบบอ.ม่อนไม่เป็นเราก็ร่วมทีมสอนด้วยกันซะเลย 

อยากแก้ปัญหาได้แบบขงเบ้ง ต้องเล่นเป็นครับ.. 

ว่าแล้ว..

มาทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็กกัน มาเล่นกันครับ

บทความโดย

ดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์

www.aithailand.org

Note:  หนังสืออ้างอิงเรื่อง Six Senses