.ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย..ล้วนผ่านการเป็นผู้ช่วยในห้องปฏิบัติการฯ ได้เห็นตัวอย่างการทดลองจากผู้ทรงคุณวุฒิมาแล้วทั้งสิ้น..

            หากมองภาพรวมแล้วเรียกว่า “การศึกษา” ถ้าเจาะลึกเข้าสู่ห้องเรียน เขาเรียกว่า “การเรียนการสอน” ที่จะมีทั้งการสั่งและสอน..

            ถ้าครูสอนน้อย..ครูก็จะให้ตัวอย่างน้อย เด็กจะเบื่อถ้าครูเอาแต่สอน แนะนำ ชี้แจง โดยไม่ยกกรณีตัวอย่าง เพราะเด็กเขามองไม่เห็นภาพและตามไม่ทัน

            วงการศึกษาจึงเน้นย้ำให้ครูใช้สื่อและเทคโนโลยี  เข้ามาเป็นตัวช่วย แต่ในบางรายวิชา..เพียงแค่ให้ตัวอย่างซ้ำๆ ก็เพียงพอแล้ว

            ครูอย่าวางใจกับเด็กยุคใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม การสอนแบบปรนัย..ปากเปียกปากแฉะ แล้วสั่งงาน..สังเกตพัฒนาการและความสนใจใฝ่รู้กันหน่อย..ดีไหม?

            มันมีปัจจัยที่เป็นแรงต้านอยู่นะ..จริงๆครูก็รู้ ส่วนผมรู้แล้วรู้สึก “หนาว” เราสอนอย่าง เด็กทำอีกอย่าง..ผู้ปกครองไปอีกทางหนึ่ง..ประมาณว่า..ลูกหลานเป็นพระเจ้า..

            จะมีพ่อแม่สักกี่คนเชียว..ที่ห้ามลูกได้..ห้ามไม่ให้เล่นโทรศัพท์ เด็กเล่นโทรศัพท์ตั้งแต่กลับถึงบ้าน ต่อเนื่องไปจนดึก “การบ้าน” กำลังจะเป็นไม้เบื่อไม้เมา เป็นเรื่องไร้สาระสำหรับเด็กไปแล้ว..ก็ได้..

            สังเกตพบไหม?..เด็กมักจะง่วงเหงาหาวนอนในเวลาเรียน ตาลอยเหมือนไม่อยากรับรู้..สืบค้นดู..ก็หนีไม่พ้นโทรศัพท์..มันราคาถูก มันหาเล่นง่าย มันได้รับการตามใจ..จนเด็กไทยจะ “สมาธิสั้น”กันหมดทั้งบ้านทั้งเมือง แล้วมั้ง?

            ผมอาจคิดอยู่คนเดียว ก็เลยคิดเลยเถิดไปว่า มันน่าจะเป็นปัญหาระดับไอซียูของการศึกษาไทยเลยนะ..เป็นปัญหาใกล้ตัว ชนิดหายใจรดต้นคอครูกันเลยทีเดียว..

            แต่เอาล่ะ..ใครจะปล่อยก็ปล่อยเถอะ..กระทรวงศึกษาฯก็คงยังเยอะกับนโยบายฯ ยังวุ่นวายไม่เลิกกับการอบรมสัมมนา..อย่าหวังเลยว่าจะปฏิรูปการศึกษาได้

            เพราะปัญหา “เด็ก”ที่เป็นเรื่องใกล้ตัว มันใกล้จะสุกงอม พร้อมจะแตกให้เลอะเทอะเละเทะ..ในที่สุดแล้ว...อาชีพครู..ก็อาจถูกมองให้เป็นจำเลยของสังคมอีก..ก็เป็นได้..

            ผมใคร่แนะนำ..ให้เด็กลงมือทำ..ควบคู่กับการเรียนรู้ โดยดูตัวอย่างจากครูก่อน ผมเชื่อว่า..การที่ครูให้ตัวอย่างที่ดี มีขั้นตอน..ย่อมมีคุณค่ามากกว่าการ(สั่ง)สอน..คำถามคือ..ครูอดทน..พอไหม?

            อดทน..ตั้งแต่เรียนรู้ด้วยตนเอง..อดทนที่จะต้องเตรียมการ..และอดทนรอคอยผลที่หวานชื่น..

            ผมลองทำดูในระดับหนึ่ง..รู้สึกพึงพอใจ..ครูจะให้เด็กทำโครงงานใช่ไหม? ต้องรู้จักอะไรบ้าง? วัตถุประสงค์ วัสดุอุปกรณ์ ขั้นตอนการดำเนินงานสังเกตผล แล้วบันทึก จากนั้นก็นำเสนอ...

            เด็กเรียนรู้จากตัวอย่างโดย..ผอ.ทำให้ดู แต่เธอต้องเป็นผู้ช่วยครูนะ ช่วยหยิบช่วยจับ..มีการถามตอบ สร้างปฏิสัมพันธ์ก็ว่ากันไป...

            อย่าลืมนะครับ..ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย..ล้วนผ่านการเป็นผู้ช่วยในห้องปฏิบัติการฯ ได้เห็นตัวอย่างการทดลองจากผู้ทรงคุณวุฒิมาแล้วทั้งสิ้น..

            ผมเพาะเห็ดในตะกร้า..สาธิตให้เด็กดูมา ๒ วันแล้ว เหนื่อยก็ต้องยอม ร้อนก็ต้องอดทน เพราะคิดแล้วว่า..มันก็ดีกว่าสอนบนกระดานดำ..ดูเด็กจะมั่นใจว่าทำเองได้แน่

            ก็ต้องเปิดโอกาสให้เขาได้ทดลองพิสูจน์ตัวเอง..ในรูปแบบโครงงานง่ายๆ แต่สวยงาม..เพราะมันมีมิติแห่งการเรียนรู้ และหวังผลที่กินได้ด้วย

            “การเพาะถั่วงอก” ก็เช่นเดียวกัน เห็นป.๓ ตื่นตาตื่นใจ ถ้าหาก ผอ.สอนให้ทำ ชี้แจงแนะนำ แล้วทำลงกระดาษ..อีกกี่ชาติกว่าเด็กจะทำเป็น..มาลงมือช่วยครูกันดีกว่า..

            เราอยากให้เด็กมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มิใช่รึ..นี่เลย..การสาธิตให้เด็กเห็นตัวอย่างในกิจกรรมนอกสถานที่ จะเป็นสิ่งเร้าให้เด็กสนใจ ยิ่งครูพูดเสริมต่อ ก็ยิ่งกระตุ้นต่อม..ให้เด็กเข้าใจ เข้าถึง และอยากพัฒนาผลงานด้วยตนเอง

            ลองสังเกตหนังตัวอย่างสิ..ถ้าตัวอย่างดีๆ เราก็ยิ่งอยากติดตาม เพื่อจะได้ดูให้จบเรื่อง ..การเรียนรู้ของเด็กก็เหมือนกัน..เชื่อดิ

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑  สิงหาคม  ๒๕๖๑

<p></p><p></p><p></p> <p></p> <p></p>          <p>            </p><p>            </p>