(SET 4) ชุด หุ่นพยนตร์รุ่นพกพาและแบบซ้อนกล

ในชุดนี้เราขอนำเสนอผลิตภัณฑ์ของหุ่นพยนตร์รุ่นแปลกๆที่หาชมไม่ได้ทั่วไปในปัจจุบัน หุ่นพยนตร์นี้ ถ้าจะให้ทำความเข้าใจกันด้วยภาษาร่วมสมัย หุ่นพยนตร์ก็น่าจะหมายถึงพวก หุ่นแอนดรอยด์(Android) เพราะหุ่นพยนตร์นั้นคือสิ่งจำลองสิ่งมีชีวิต(ทั้งคนและสัตว์และอาจรวมถึงสัตว์ประหลาดด้วย)ที่ปฏิบัติตามคำสั่งแต่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจริง ในขณะที่ฝรั่งยังจำกัดศัพท์ของแอนดรอยด์อยู่ที่ หุ่นยนต์ที่ถูกสร้างเลียนแบบให้มีลักษณะคล้ายมนุษย์อยู่(รวมถึงเอาไปเป็นชื่อของอุปกรณ์สื่อสารไร้สายบางชนิด)

 

๑.ม้าพยนตร์(ม้าธนู?)ของลักษณะวงศ์-ม้าตัวนี้ฤๅษีได้เสกให้ลักษณะวงศ์โดยการปั้นคลึงจากขี้ผึ้ง(โบราณเรียกขีผึ้ง) พระเจ้าตาใช้แค่มือเดียวคลึงแล้วภาวนาคาถาจนกลายเป็นม้านิลพาชี(ม้าดำ-สีขี้ผึ้ง) นอกจากม้าพยนตร์ตัวนี้จะมีกำลังความเร็วสูงถึงขั้นเดินหลางหาว(เหาะ)ได้แล้ว ยังสามารถพูดเจรจาและให้คำปรึกษาได้ในหลายๆเรื่อง(คาดว่าสมองและระบบประสาท(พฤหัสบดี)จะถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์มาก เพราะตอนที่รบกับท้าววิรุญมาศพญายักษ์นั้น ม้าพยนตร์ตัวนี้สังเกตมองเห็นเขี้ยวในปากท้าววิรุญมาศที่แปลงเป็นพระอินทร์ จึงเตือนสติลักษณะวงศ์ที่กำลังหลงในร่างพระอินทร์แปลงจนได้สติคืนมา และทำให้พลิกสถานการณ์รบในขณะนั้นได้ ฉลาดมาก!) แต่เมื่อเราได้เกริ่นไว้แล้วว่าเป็นรุ่นพกพา ทางเราจึงขอแจ้งว่า ม้าพยนตร์รุ่นนี้สามารถย่อส่วนได้!!! โดยอัตราส่วนในเวลาที่ไม่ได้ใช้งานนั้นมีขนาดเท่าเล็บรึแมลงวัน(ประมาณ ๑-๑.๕ ซม.)เท่านั้น!!! ซึ่งนับว่าพระเจ้าตานั้น ปั้นของจิ๋วเก่งมากเลย ทำให้ม้าพยนตร์รุ่นนี้สามารถซ่อนไว้ตามเสื้อผ้าได้ นับว่าเป็นรุ่นที่พกพาได้สะดวกมากๆ(แต่ระวังหายนะเพราะมันตัวเล็กจริงๆ) ส่วนวิธีการเก็บม้านั้น ตามท้องเรื่องระบุไว้ค่อนข้างชัดเจนว่า ให้ตั้งจิตอธิษฐานถึงฤๅษี(ระลึกถึงครูบาอาจารย์นั่นแหละ) แล้วเสกใส่พญาม้า ๓ ที เท่านี้พญาพาชีก็จะเล็กเท่าแมลงวันได้แล้ว!!!(ยังไม่ทราบว่ารุ่นรี้กินอาหารรึไม่ แต่อาจต้องไม่กินก็ได้)



 

๒.สร้อยสังวาลพรายของโคบุตร-สร้อยนี้เป็น ๑ ในเทพศาสตราที่พระอาทิตย์พ่อของโคบุตรได้มอบให้(นัยว่าเป็นเครื่องประดับ เครื่องป้องกัน ไม่ใช่อาวุธ) ตามท้องเรื่องกล่าวว่า สร้อยเส้นนี้ เมื่อถอดออกอธิษฐานแล้วขว้างไปในอากาศ จะกลายเป็นฝูงเทวดาถือพระขรรค์ดารดาษทั่วท้องฟ้า จากการวิเคราะห์ทางเราคาดว่า สร้อยเส้นนี้น่าจะมีลักษณะคล้ายสายประคำและเทวดาถือดาบเหล่านั้นก็คือลูกประคำ ซึ่งจำนวนพลเทวดนั้นน่าจะมีอยู ๑๐๘ องค์ ตามจำนวนลูกประคำ(เทวดา ๑ องค์ ต่อ ประคำ ๑ ลูก) และลูกประคำเหล่านี้ไม่น่าจะเชื่อมต่อกันด้วยเส้นเชือก แต่ลูกประคำทั้ง ๑๐๘ นั้น จะต้องเป็นโลหะพิเศษ รึ โลหะเนื้อผสม ที่สามารถดูดติดกันได้แบบแม่เหล็ก เมื่อโยนขึ้นฟ้าลูกประคำเหล่านี้จึงแยกตัวเป็นอิสระจากกันได้ และเมื่อกลายเป็นเทวดาแล้ว สามารถส่งการ(เซ็ตโปรแกรม)ให้ทำการรบอย่างง่ายๆเพื่อถ่วงเวลาได้(หุ่นพยนตร์รุ่นปกติทั่วไปรับและทำได้แค่ทีละ ๑ คำสั่ง) ซึ่งสร้อยสังวาลนี้โคบุตรใช้ในตอนที่โคบุตรรบกับพญายักษ์หัศกัณฐ์(เนื่องจากใช้แหวน”ธำมรงค์สุริยกาญจน์”เทพอาวุธอีกชิ้นที่เราเคยวิเคราะห์ไว้ว่าเป็นแหวนที่ยิงเลเซอร์ได้ ๗ ทิศทาง สู้กับหัศกัณฐ์แล้วฆ่ามันไม่ตาย) หุ่นพยนตร์รูปเทวาเหล่านี้มีข้อดีตรงที่มีจำนวนเยอะ แต่ไม่สามารถสื่อสารได้ เป็นแบบออโต้ที่ทำตามคำสั่งเท่าที่ทำได้เท่านั้น หลังจากใช้เสร็จสามารถเรียกกลับได้ทันที คือ รูปนิมิตเทวาเหล่านั้นจะหายไปแล้วย่อกลับเป็นลูกประคำ(นึกถึงบาคุกัน)ต่อกลับสายแล้วลอยกลับสู่มือเจ้าของเองได้


 

๓.รัดพระองค์(เข็มขัด?)ของโคบุตร-เทพอาวุธชิ้นนี้เมื่อถอดออกโยนไปจะกลายเป็นฝูงพญานาคจำนวนมหาศาล(ท้องเรื่องว่าเป็นหมื่นแสน)รึแค่ตัวเดียวก็ได้ แต่พวกนี้ได้แค่ระบบเดียว คือ ทำหน้าที่เหมือนนาคบาศคอยไล่รัดมัดศัตรูเท่านั้นทำอย่างอื่นไม่ได้ แต่เข็มขัดนี้ก็มีข้อดีตรงที่หากผู้ใช้เผลอหลับ รึโดนสะกดให้หลับแล้วศัตรูคิดเข้ามาทำร้าย เข็มขัดนี้จะพุ่งใส่ศัตรูแล้วกลายเป็นนาครัดศัตรูทันที นับได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่เซฟชีวิตผู้ใช้ในยามประมาทได้ดีมาก(หากเจ้าของไม่ตื่นมันก็รัดไม่เลิกนะ)

 

๔.ยักษ์พยนตร์ในแท่นพยนตร์กลแห่งเมืองกาหลง-เป็นอุปกรณ์ชิ้นโตที่ท้าววิราชแห่งเมืองกาหลงสั่งให้อำมาตย์มนตรีที่รู้วิทยาคนหนึ่งประกอบขึ้นแล้วแกล้งนำไปถวายไว้ในตำหนักของนางอำพันธิดาท้าวกาหลงเพื่อจับชู้!ของพระธิดา(โคบุตรนั่นแหละ) การผูกพยนตร์ครั้งนี้ค่อนข้างลึกล้ำ คือ ด้านนอกทำเป็นแท่นวิเชียร(แท่นเพชร)แล้วซ่อนยักษ์พยนตร์ไว้ด้านใน วิธีการสร้างก็นับได้ว่าเป็นวิชาชั้นสูง คือ เริ่มด้วยการเอาเชือกมาวงไว้แล้วเสกบริกรรมด้วยวิทยา จากนั้นมัดหุ่นหญ้าวางไว้ด้วยจงใจ ตามด้วยบริกรรมซ้ำเสกข้าวสารซัด เชือกนั้นก็วิบัติผันแปรกลายเป็นบัลลังก์ที่นั่งหงส์ หุ่นหญ้าเองก็กลายเป็นยักษ์มาร พอเสกเสร็จอำมาตย์ก็ส่งกลองให้ใบหนึ่งแล้วภาวนาสั่งยักษ์พยนตร์(เซ็ตโปรแกรม)นั้นว่า บุรุษใดมาร่วมหลับกับนางอำพัน เมื่อนอนลงบนแท่นนี้จงตีกลอง ส่วนบัลลังก็ก็ให้กลับเป็นเชือกมัดตัวไว้(น่าจะทำงานแบบนาคบาศ) ตัวแท่นวิเชียรนี่ก็ไม่ธรรมดา เมื่อโคบุตรกับนางอำพันนอนลง แท่นกลนี้ก็จับเซนเซอร์ได้และทำการส่งเสียงประสานเพลงมโหรีปี่แก้วกล่อมจนหลับทั้งคู่(น่าจะเป็นคลื่นความถี่ต่ำแบบปี่พระอภัยฯ) เมื่อทั้งคู่หลับแล้วยักษ์พยนตร์ก็ออกมาตีกลองส่งสัญญาณดังสนั่นบอกให้คนรู้ ตัวบัลลังก์ก็กลับเป็นเชือกเตรียมรัดโคบุตรที่โดนสะกดไม่ยอมตื่นแม้เสียงกลองจะดังสนั่นแค่ไหน ขณะที่บัลลังก์เตรียมรัดโคบุตรนั้น ธำมรงค์สุริยกาญจน์และสังวาลพรายก็จับสัญญาณอันตรายได้ จึงแปลงเป็นจักรกรดตัดบัลังก์เชือกจนขาดลุ่ยเป็นจุณ หุ่นยักษ์เองก็ป่นยับ กลายเป็นผงคลีทั้งคู่(เข็มขัดมันจับอำมาตย์ตอนนี้แหละ คือ พอคนสร้างมันได้ยินกลองตีได้ ๒ ทีแล้วเงียบ เลยเข้าไปดูเห็นหุ่นตัวเองเละเป็นผงก็โกรธจัดกระโจนใส่โคบุตรที่ยังไม่ตื่น เข็มขัดเลยพุ่งออกไปชาร์จไว้ กลายเป็นนาคใหญ่พันตัวอำมาตย์จนหายใจไม่ออก อำมาตย์เลยอ่านมนตร์คลายสะกดให้โคบุตรตื่นก่อนมันเองจะตายนั่นแหละ)

 

๕.หุ่นรบตัวแทนวิรุญจำบังจากรามเกียรติ์-เมื่อครั้งสงคราม ฝ่ายลงกากำลังเสียท่า วิรุญจำบังที่นำทัพขณะนั้นเห็นท่าไม่ดี จึงถอกผ้าโพกหัวออกแล้วระลึกถึงคุณพรหมเมศนาถา(นาถา-ผู้เป็นที่พึ่ง) ลงยันตร์พันผูกหุ่นตามตำรา(มัดผ้าให้เป็นรูปคน?) แล้วร่ายเวทวิทยาเป่าไปหุ่นนั้นก็กลายเป็นยักษ์ขี่ม้า(น่าจะเอาหุ่นนั่งหลังม้าที่ตัวเองขี่) แล้ววิรุญจำบังจึงส่งหอกให้แล้วเซ็ตคำสั่งให้ไล่ฆ่าวานรในทัพพระราม จากนั้นตัวเองก็ชิ่งเพราะกลัวศรพรหมมาสตร์โดยการแกว่งคทาธรเหาะหนีไป หุ่นผ้านั้นก็ใช่ย่อยแกว่งหอกขี่ม้าล่ฆ่าทหารได้มากมาย ลิงหลบกันจ้าละหวั่น จะเข้าจับหุ่นก็จับไม่อยู่ ศาสตราวุธทิ่มแทงหลายต่อหลายทีมันก็ไม่ตาย เป็นรูปหุ่นที่ยืนยงคงอาวุธฆ่าไม่ตาย พิเภกจึงแนะให้พระรามหยุดการเคลื่อนไหวของหุ่นนั้นไว้ก่อนโดยการแผลงศรเป็นข่ายเพชรล้อมผ้าพยนตร์นั้นไว้ถึง ๗ ชั้น แล้วส่งหนุมานไปฆ่าตัวจริงเพื่อยุติการทำงานของตัวหุ่น นับได้ว่าหุ่นพยนตร์รุ่นนี้เป็นรุ่นที่เหมาะสำหรับใช้ในสงครามโดยเฉพาะอย่างแท้จริง ทำงานได้ดีมากและยังเชื่อมต่อกับผู้สั่งการโดยตรงด้วย ตราบใดที่ผู้สั่งการยังไม่ตายหุ่นรุ่นนี้ก็จะทำตามคำสั่งอย่างสุดความสามารถ ไม่มีใครทำลายได้ น่ากลัวมาก!(ร้ายกาจๆ)

 

    หุ่นพยนตร์ต่างๆที่เสกให้เป็นสิ่งมีชีวิตจะเหมือนสิ่งมีชีวิตทุกประการไม่ว่าจะภายนอกรึภายใน ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆก็เช่นกัน แต่พวกนี้ก็"ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจริง" ฉะนั้นเมื่อหุ่นพยนตร์เหล่านี้ตายรึถูกฆ่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับหุ่นพยนตร์ทุกครั้ง คือ การกลับคืนสู่สภาพเดิม หุ่นพยนตร์ทั้งหมดเมื่อตายลงจะคืนสู่สภาพของวัตถุดิบต้นกำเนิดในสภาพที่ถูกทำลายแล้ว เช่น หุ่งฟางก็จะกลับเป็นเศษฟางขาดๆไม่เป็นรูปร่าง หุ่นดินก็จะสลายเป็นกองดินแตกๆ ฯลฯ เป็นต้น ดังนั้น ในสงครามของหุ่นพยนตร์จึงไม่เหลือซากศพใดๆไว้พิสูจน์การเคยมีอยู่ของการสู้รบนั้นมาก่อน เพราะมันจะสลายไปตามธรรมชาติจนหมดสิ้น(เป็นการรบที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติมาก ไม่เหลือซากศพให้เน่าเหม็นเป็นมลภาวะในธรรมชาติเลยแม้แต่น้อย)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ประดิษฐกรรมวิทยาศาสตร์ล้ำยุคในวรรณคดีไทย

คำสำคัญ (Tags)#วรรณคดี#นิทานพื้นบ้าน#แฟนตาซี#ของวิเศษ#ไซไฟ

หมายเลขบันทึก: 649274, เขียน: 01 Aug 2018 @ 17:24 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)