ผมไปเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์๒ ครั้ง    ครั้งแรกเย็นวันที่ ๒๑ พฤษภาคมหลังกลับจากประชุม    ไปเที่ยวช่วง ๑๘ - ๑๙.๒๐น. (สวนเปิดให้เข้าชม ๘.๐๐ - ๑๙.๓๐น.) ไม่เสียเงิน  

วันที่ ๒๑ ไปวนเวียนอยู่เลยทางเข้าที่อยู่หน้าWTO  ไม่ไกล    ตรงที่มีธารน้ำและไม้ดอกหลากหลายชนิด    ในหลากหลาย ecosystem    ดอกไม้สวย   และมีป้ายบอก Family, Genus และ Species ของไม้ดอกแต่ละชนิด    จากหลากหลายภูมิภาคในโลก   

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑

วันนี้ผมตัดสินใจไม่ไปประชุม WHA เพราะยังไงก็ต้องไปขึ้นรถไฟไปสนามบินราวๆเที่ยง    ใช้เวลาตอน ๘ - ๑๑ น. ไปชมและถ่ายรูปต้นไม้และดอกไม้ในสวนพฤกษศาสตร์    โดยนั่งรถสาย ๒๕ ไปเหมือนเมื่อวันที่ ๒๑  

ผมเดินเลยบริเวณที่เที่ยวแล้วเมื่อวันที่๒๑ ไปยัง glasshouse    เข้าไปชมต้นไม้ทั้งในระนาบสายตาและขึ้นบันไดไปชมจากเรือนยอด  โดยผมผูกขาดเรือนกระจกนี้คนเดียว   ต้นไม้ในเรือนกระจกนี้เป็นต้นไม้ในบ้านเรา จำพวกปาล์มเป็นพื้น     

ออกจากเรือนกระจก เดินผ่านคอกแพะไปทางเรือนกระจกหลังยาว     ระหว่างทางแวะชมสวน ethnobotany    ที่เป็นอาหาร ยาสมุนไพร  เครื่องปรุงอาหาร  น้ำหอม ยาไล่หรือฆ่าแมลง  ให้เส้นใย  รวมทั้งใช้เป็นไม้ประดับ ฯลฯ     เขามีป้ายพร้อมคำอธิบายเสียดายมีแต่ภาษาฝรั่งเศส ผมอ่านไม่ออก   

พอเดินไปถึงหน้าเรือนกระจกหลังยาว(ที่เขาปิด ไม่ให้เข้า) ผมก็นึกออกว่าเคยไปชมกับสาวน้อยเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว    เดินถ่ายรูปดอกไม้ข้างนอกก็สวยจับใจแล้ว   ที่น่าประทับใจคือเขาปลูกไม้ดอกหลากชนิดที่ผนังกำแพง    สวยงามมาก   ได้ถ่ายรูปแบบไม่ยั้ง

แล้วเดินไปเข้าเรือนกระจกไม้เมืองร้อนชื้น  พอเข้าไปแว่นตาและเลนส์กล้องถ่ายรูปมีฝ้าจับหมด   ต้องคอยเช็ดจึงพอถ่ายรูปได้ และมองเห็น   ต้นไม้เหล่านี้คือของบ้านเรานั่นเอง    ที่นี่ก็เช่นกัน มีผมเข้าไปชมคนเดียว   

ออกจากเรือนกระจกร้อนชื้น ไปเจอแปลง Lillyหรือพุทธรักษา    ระลึกได้อีกว่าเคยไปถ่ายมาแล้วแต่คราวนี้ดอกยังสดกว่าตอนไปเมื่อสองปีก่อน  ไล่ถ่ายรูปดอกและป้ายชื่อจนรอบ   มีดอกหลากสีหลากรูปทรง   

เดินไปพบครูสองคนชายหญิงพานักเรียนอนุบาลราวๆ สิบคนไปชมสวน   แล้วเดินไปทางทิศเหนือไปพบป้ายนิทรรศการ ๒๐๐ ปีสวนพฤกษศาสตร์ (1817 – 2017)  “The Garden : 200 Years ofPassion”    ที่บางส่วนมีภาษาอังกฤษ    จึงถ่ายรูปไว้    มาอ่านบนเครื่องบิน จึงรู้ว่าคนริเริ่ม(อย่างมีความหลงใหล – passion) ชื่อ Augustin-Pyramusde Candolle   แผ่นป้ายบอกว่าความคลั่งใคล้เอาจริงเอาจังเรื่องพืช ทำให้เขาได้ชื่อว่า เป็น academicgardener    สวนพฤกษศาสตร์ย้ายมาอยู่ที่ปัจจุบันในปี1904       

อ่านภาพถ่ายป้ายนิทรรศการแล้วเข้าใจชัดถึงความยิ่งใหญ่ของ Candolle ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศส  และของสวิตเซอร์แลนด์   และใช้ชีวิตไปๆ มาๆ ระหว่างเจนีวา ปาริสและมองเพลลิเยร์    แต่ในที่สุดก็ปักหลักที่เจนีวา    ความยิ่งใหญ่นั้นคือความหลงใหลเอาจริงเอาจัง   

ป้ายนิทรรศการนี้น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนรุ่นหลัง  ว่า “รู้สิ่งใดรู้กระจ่างเพียงอย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล”   เพราะมีข้อความที่บอกอุดมการณ์ของ Candolleว่า ตนมีแรงบันดาลใจ ๓ อย่าง (๑)ความอยากรู้อยากเห็นเพื่อการค้นพบ  (๒)ต้องการมีชื่อเสียง  (๓) ในแผ่นป้ายไม่ระบุ 

  ผมเดินชมและถ่ายรูปจนเวลาประมาณ ๑๑ น. จึงเดินไปขึ้นรถสาย ๒๕ กลับโรงแรม

วิจารณ์ พานิช

๒๓ พ.ค. ๖๑

บนเครื่องบิน Turkish Airline จากอิสตันบูลกลับกรุงเทพ     



 

 

1 Dictamnus turkestanicus

2 ลำธารและไม้น้ำ

3 Silene flos -  cuculi

4 ไม่ทราบชื่อ

5 Phlox douglasii

6 ความงามของสวน

7 กว่าต้นไม้จะให้ร่มเงาเช่นนี้

8 เรือนกระจก

9 ดอกกระบองเพชรในเรือนกระจก

10 ดอกเต่าร้างในเรือนกระจก<p></p><p>11 เฟิร์นในเรือนกระจก</p><p></p><p>12 อะไรเอ่ย</p><p></p><p>13 Allium schoenoprasum</p><p></p><p>14</p><p></p><p>15</p><p></p><p>16</p><p></p><p>17</p><p></p><p>18</p><p></p><p>19</p><p></p><p>20</p><p></p><p>21 Iris Violin</p><p></p><p>22 Iris Camelot Rose</p><p></p><p>23 Iris Broadway Star</p><p></p>24 Iris Sparkling Sunrise<p></p><p>25 Iris Tillamook</p><p></p>26 Iris versicolor