GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เสียง..การได้ยิน.. ขีดจำกัดของมนุษย์

หะดีษนบีบอกว่า มีเสียงที่มนุษย์เราไม่สามารถรับฟังได้ และวิทยาศาสตร์ก็สามารถอธิบายเสียงนั้นเรียกว่า Infrasonic และ Ultrasonic เป็นสิ่งยืนยันว่าคำกล่าวของนบีไม่มีเท็จ และวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ความจริงนั้นได้

 عَنْ ‏ ‏عَائِشَةَ ‏ ‏قَالَتْ دَخَلَتْ عَلَيَّ عَجُوزَانِ مِنْ عُجُزِ يَهُودِ ‏ ‏الْمَدِينَةِ ‏ ‏فَقَالَتَا إِنَّ أَهْلَ الْقُبُورِ يُعَذَّبُونَ فِي قُبُورِهِمْ قَالَتْ فَكَذَّبْتُهُمَا وَلَمْ أُنْعِمْ أَنْ أُصَدِّقَهُمَا فَخَرَجَتَا وَدَخَلَ عَلَيَّ رَسُولُ اللَّهِ ‏ ‏صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ‏ ‏فَقُلْتُ لَهُ يَا رَسُولَ اللَّهِ إِنَّ عَجُوزَيْنِ مِنْ عُجُزِ يَهُودِ ‏ ‏الْمَدِينَةِ ‏ ‏دَخَلَتَا عَلَيَّ فَزَعَمَتَا أَنَّ أَهْلَ الْقُبُورِ يُعَذَّبُونَ فِي قُبُورِهِمْ فَقَالَ صَدَقَتَا إِنَّهُمْ يُعَذَّبُونَ عَذَابًا تَسْمَعُهُ الْبَهَائِمُ قَالَتْ فَمَا رَأَيْتُهُ بَعْدُ فِي صَلَاةٍ إِلَّا ‏ ‏يَتَعَوَّذُ مِنْ عَذَابِ الْقَبْرِ 

ท่านหญิงอาอีชะห์(ภรรยานบี)-รอฎียัลลอฮุอันฮา- ได้เล่าว่า มีชายชราสองคนมาหาท่าน เป็นชาวยิวในมะดีนะห์ และกล่าวแก่ท่านว่า คนที่ถูกฝังในหลุ่มฝังศพกำลังถูกทรมานในหลุ่มฝังศพของพวกเขา ท่านกล่าวว่า ฉันก็ได้บอกว่าไม่จริง และฉันก็จะไม่เชื่อเขา และคนยิวทั้งสองก็ได้ออกไป ท่านนบี(ศอลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม)ก็ได้มาหาฉัน ฉันก็บอกแก่ท่านว่า โอ รซูลุลอฮฺ ! มีชายชราสองคนเป็นยิวในมะดีนะห์มาหาฉัน และหลอกฉันว่าผู้ที่ถูกฝังในหลุ่มฝังศพกำลังถูกทรมาน ท่านนบีก็ตอบว่า ใช่ เขาทั้งสองได้กล่าวในสิ่งที่ถูกต้อง จริงๆพวกเขาถูกทรมาน สัตว์จะได้เสียงนั้น ท่านอาอีชะห์ก็เล่าต่อว่า หลังจากนั้นฉันทุกครั้งหลังเสร็จสิ้นจากการละหมาด ฉันไม่เคยเห็นท่านนบีไม่กล่าวขอคุ้มครองให้พ้นจากการทรมานในหลุ่มฝังศพเลย รายงานโดยมุสลิม  

หะดีษนี้ มุสลิมได้จัดอยู่ในกลุ่มหัวข้อ(บาบ) ดุอาขอคุ้มครองจากการถูกลงทรมานในหลุ่มฝังศพ เพราะตอนท้ายของหะดีษนี้ท่านหญิงอาอิชะห์ได้บอกว่า ท่านไม่เคยเห็นเลยว่าท่านนบีจะไม่ขอดุอาให้อัลลอฮคุ้มครองจากการถูกทรมานในหลุ่มฝังศพ(กุโบร์)

อย่างเช่น.. หลังละหมาด ก็จะกล่าวว่า..

    اللّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ الْكُفْرِ وَالْفَقْرِ ، اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ عَذَابِ القَبْرِ

ความว่า : “ ข้าแต่อัลลอฮฺ ข้าพระองค์ขอคุ้มครองจากพระองค์ ให้พ้นจากการปฏิเสธการศรัทธา และความยากจน ข้าแต่อัลลอฮฺ ข้าพระองค์ขอคุ้มครองจากพระองค์ ให้พ้นจากการการทรมาณในหลุ่มฝังศพ

แต่ในที่นี้ เราจะมาศึกษาในส่วนคำกล่าวของนบีที่ว่า تَسْمَعُهُ الْبَهَائِمُ (สัตว์จะได้ยินเสียงนั้น) นั้นหมายถึง นอกจากเสียงที่เราได้ยินแล้ว ในโลกนี้ยังมีเสียงที่มนุษย์ไม่ได้ยิน แต่ที่แปลกไปคือเสียงนั้นสัตว์จะได้ยิน

ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า ..

เสียงคืออะไร..เสียงเกิดขึ้นอย่างไร .. มีกี่ชนิดเสียงชนิดใดที่คนเราสามารถรับฟังได้ ..  และเสียงชนิดใดที่ไม่สามารถรับฟัง

อวัยวะรับรู้สึกทางเสียงของคนเรา ทำงานกันอย่างไร

จากการศึกษาและค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์ทำให้เราสามารถหาคำตอบที่เกิดขึ้นจากหะดีษนี้ได้

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">เสียง เป็นพลังงานชนิดหนึ่ง จะอยู่ในรูปคลื่น และคลื่นเสียงเป็นคลื่นตามยาว (Longitudinal Wave) เกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ จะเดินทางผ่านตัวกลางทั้งทีเป็นของแข็ง ของเหลวหรืออากาศ (แต่จะไม่มีการเคลื่อนที่ในสุญญากาศ) การเคลื่อนที่ของเสียงเป็นการเคลื่อนที่แบบคลื่น (Traveling Wave)</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ในการได้ยินของคนเรานั้น ต้องมีต้นกำเนิดเสียง ตัวกลางที่จะนำเสียง และหูที่เป็นเครื่องรับเสียง</p>

เมื่อวัตถุ(ต้นกำเนิดเสียง)มีการสั่น เช่น เมื่อตีส้อมเสียง ส้อมเสียงก็จะสั่นทำให้เกิดเสียง อากาศที่อยู่รอบๆส้อมเสียงจะมีการอัดและขยาย ดังภาพ


·         ระดับเสียง(Pitch) หมายถึงเสียงสูง เสียงต่ำ     

แหล่งกำเนิดเสียงที่มีความถี่สูงจะให้เสียงแหลม และแหล่งกำเนิดเสียงที่มีความถี่ต่ำจะให้เสียงทุ้มความถี่ (Frequency) หมายถึง จำนวนคลื่นที่ผ่านจุดๆหนึ่งในเวลา 1 วินาที มีหน่วยเป็นรอบต่อวินาที (cps) หรือ เฮิร์ทซ์(Hertz ย่อด้วย Hz) ความถี่ของเสียงที่มนุษย์ได้ยินจะอยู่  20-20,000 Hz

·         ความดังของเสียง (Loudness) หมายถึง เสียงดัง เสียงค่อย

การวัดความดังของเสียง วัดจากจำนวนพลังงานเสียงที่ตกตั้งฉากกับพื้นที่ 1 ตารางหน่วย เรียกว่าความเข้มของเสียง (Intensity) มีหน่วยเป็น เบล

เสียงที่มีความเข้มต่ำสุดที่หูคนเราได้ยิน มีค่า เท่ากับ 0 เบล

ความเข้มเสียงที่มีขนาดเป็นสิบเท่าของของเสียง 0 เบล จะมีค่า 1 เบล

หน่วยเบลแบ่งเล็กลงไปอีก เป็น เดซิเบล ใช้สัญลักษณ์ dB

ความเข้มต่ำสุดที่คนเราได้ยิน ก็คือ 0 dB และสูงสุด 120 dB

-          ลมหายใจปกติ 10 dB (เกือบไม่ได้ยิน)

-          เสียงพูดคุย 60 dB

-          เครื่องเจาะถนน 90 dB (ฟังบ่อยๆระบบการได้ยินจะเสื่อม)

-          เครื่องบินไอพ่นขึ้น 150 dB (เจ็บปวดแก้วหู)

คนเราไม่ควรฟังเสียงดังเกินกว่า 85 dB วันละ 8 ชั่วโมง

 

·         หู อวัยวะรับฟังเสียง เป็นความโปรดปรานสิ่งหนึ่งที่อัลลอฮฺได้ประทานแก่มนุษย์

หู สามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วน ทำหน้าที่ต่างกัน

1.      หูส่วนนอก ประกอบด้วยใบหู รูหู และเยื่อแก้วหู

ใบหู มีหน้าที่ช่วยให้ปริมาณของพลังงานเสียงเข้าไปในรูหูมากที่สุด

รูหู มีหน้าที่ให้เสียงเข้ามารวมตัวกันทำให้ความเข้มของเสียงสูงขึ้น

เยื่อแก้วหู มีหน้าที่รับการสั่นสะเทือนของพลังงานเสียง เพื่อส่งต่อไปยังหูชั้นกลาง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 90pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 90.0pt" class="MsoNormal">2.      หูชั้นกลาง ประกอบด้วยกระดูกรูปร่างประหลาดสามชิ้น คือ กระดูกฆ้อน กระดูกทั่ง และกระดูกโกลน ทำหน้าที่ถ่ายทอดการสั่นสะเทือนจากแก้วหู ส่งต่อถึงหูชั้นใน</p>                        3.      หูชั้นใน ประกอบด้วยท่อกลางเป็นขดเรียกว่า คอเคลีย ซึ่งภายในจะมีของเหลวอยู่เต็ม กับท่อรูวงกลม ทั้งสองนี้จะถ่ายทอดการสั่นและส่งต่อไปยังประสาทรับฟัง เพื่อแปลเป็นความหมายต่อไป    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                        </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>

คลื่นใต้เสียงและคลื่นเหนือเสียง( Infrasonic and Untrasonic)

            คลื่นที่อยู่นอกเหนือจากการได้ยินของมนุษย์ ถ้าคลื่นนั้นมีความถี่ต่ำมากๆ ต่ำกว่า 20 Hz เราเรียก คลื่นอินฟราโซนิค(Infrasonic) หรือคลื่นใต้เสียง และคลื่นที่ความถี่สูง สูงกว่า 20,000 Hz เรียกว่า คลื่นอุลตร้าโซนิค (Ultrasonic) หรือคลื่นเหนือเสียง สัตว์บางชนิดเช่นสุนัขสามารถสร้างและรับฟังคลื่นที่มีความถี่ต่ำและสูงกว่าความถี่ที่มนุษย์รับฟังได้  

 

                ค้างคาวบางชนิดสามารถส่งเสียงที่มีคลื่นความถี่ถึง 100,000 Hz ความถี่เช่นนี้ค้างคาวจะส่งออกไปเป็นช่วงๆ และการสะท้อนกลับของคลื่นเสียงนี้ทำให้ค้างคาวสามารถรับรู้ว่าอะไรกีดขวางอยู่ หรือว่ารู้ว่าเหยื่ออยู่ตรงไหน จากการศึกษาในค้างคาวชนิด Eptesicus fuscus ในขณะบินอยู่ในอากาศพบว่าค้างคาวชนิดนี้จะส่งเสียงคลื่นสั้นๆ (หรือคลื่นความถี่สูง) ดัง คลิ๊ก..คลิ๊ก..ตลอดเวลาประมาณ 10 ครั่งต่อวินาที และจะเพิ่มเป็น 100 ครั้งต่อวินาทีเมื่อเข้าใกล้เหยื่อ เสียงนี้หูของคนเราไม่สามารถได้ยินได้ แต่สามารถรับรู้ได้โดยการใช้เครื่องมือพิเศษในการับฟัง

 

            เสียงที่เกิดขึ้นจากการลงโทษและทรมานผู้ที่อยู่ในหลุ่มฝังศพ หูของมนุษย์ไม่สามารถที่จะรับรู้หรือได้ยินได้ แต่สัตว์บางชนิดสามารถรับรู้ได้ ดังที่เราเคยได้ยินเสมอๆว่าบางครั้งสุนักร้องเสียงแปลกๆ ที่เราเรียกว่าหอน อาจจะเกิดขึ้นเพราะสุนัขได้ฟังเสียงที่เราไม่มีความสามารถพอที่จะฟังเสียงนั้นได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 64874
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 4
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (4)

เป็นบทความที่มีประโยชน์ครับ แต่ผมสนใจอยู่ที่ว่าช่วงเคลื่อนใด ที่สัตว์ส่วนมากได้ยิน แต่มนุษย์ได้ยิน ผมคิดว่าเราน่าจะลองรวบรวมช่วงคลื่นของสัตว์ ให้ได้มากที่สุด แล้วลองดูว่า มันน่าจะยู่ในช่วงคลื่นใด

วัสลาม

และสาเหตุที่วิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถจับคลื่นความถี่ดังกล่าว มาแปลงเพื่อความเข้าใจของมนุษย์ได้ เพราะเป็นประสงค์ของอัลลอฮ ที่ปิดบังเสียง ก็เพื่อทดสอบความศรัทธา แน่นอนถ้ามนุษย์ได้ยินเสียงดังกล่าว วัน ๆ หนึ่งของเขาจะไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรเลย มันคือความเมตตาที่พระเจ้าให้เรามวลผู้ศรัทธาได้รำลึกในสิ่งที่เราเข้าใจอยู่ อัลฮัมดุลิลละฮฺ

บทความอาจคล้าย ๆ กัน

http://www.iqraonline.org/forum/index.php?topic=914.msg4787;topicseen#msg4787

อัสสาลามุอะลัยกุม ไม่คล้ายหรอกครับ หลานผมเขาต้องการเผยแพร่ความรู้เลยก็อป ไปใส่ใน อิกเราะออนไลน์ เป็นการเพิ่มแหล่งเผยแพร่อย่างหนึ่งครับ และขอบคุณมากครับ ที่สังเกต และบอกเล่ามา มีอะไรแลกเปลี่ยนกันได้ครับ