ในวันที่ ๑๗ - ๑๘ พ.ย.ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่ วัดสวนร่มบารมี

 นอนหนึ่งคืน ครับ ได้ข้อคิดมาพอสมควรครับ และที่สำคัญ ควรที่จะแบ่งปันให้คนอื่นได้รู้ พระท่านบอกว่าคนเราทำความดีนั้นส่วนมากจะอายคนอื่น บ้างก็ว่ากลัวเค้าว่าเชย กลัวเด่น กลัวเขิน กลัวไปหมด แล้วทำไมไม่คิดบ้างว่า หากไม่ทำความดี โลกมันจะแย่ลง มัวแต่กลัวนู่นกลัวนี่ สุดท้ายโลกมนุษย์ก็จะถอยหลังเข้าคลอง เพราะฉะนั้นเวลาทำความดีไม่ต้องอาย การทำอะไรเด่นดี อาจมีแรงเสียดทานจากสังคมรอบข้างบ้าง ให้เรายึดมั่นในสติ ทำความดีเพื่อสังคม ทำความดีเพื่อประเทศชาติ ไม่ใช่มาใช้ทรัพยากรของประเทศชาติ แล้วก็ไม่ตอบแทน เป็นคนเนรคุณ เอาแต่ได้ พฤติกรรมคนเราส่วนมากจะไหลลงสู่ที่ต่ำ มักชอบ มักหลงในแสงสี ดังนั้นในฐานะปัญญาชน ต้องยึดมั่นถือมั่นในสติ ใช้สติก่อนอารมณ์ ยึดความดีเป็นที่ตั้ง แล้วทำงานด้วยความหวังดี

 

       คนเราส่วนมากมักโทษคนอื่น เกิดไรขึ้นมาก็หาว่าใครผิด พระท่านสอนว่า อย่าหาว่าใครผิด ให้หาว่าอะไรผิดแล้วแก้เสีย หากจะหาคนผิดให้มองว่าตนเองผิด ไม่ต้องมองว่าใครผิด ให้คิดว่าเราผิดแล้วเราจะแก้ความผิดนี้ยังไง แล้วเอาความคิดนั้นไปแก้ปัญหา ไม่ต้องไปโทษใคร เพราะการโทษใครนั้นจะทำให้เรานั้นมีอัตตา มีความอหังการ ทุกวันนี้คนจำพวกที่ไม่ยอมรับความผิดของตนเองนั้นมีมากพออยู่แล้ว และปกติคนเรานั้นก็ไม่มีใครดี ๑๐๐ % ต้องมีผิดพลาดกันได้ และการผิดพลาดนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติแต่อย่างใด ดังนั้นเมื่อเห็นใครผิดจงอย่าไปกล่าวโทษเค้า จงให้อภัยแล้วชี้แนะเพื่อการพัฒนา และเมื่อผิดพลาดได้ก็ถูกนินทาได้ เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัวครับ ยึดมั่นในสติในการทำความดี เพื่อโลก เพื่อสังคม เพื่อลูกหลาน

 

     ตอนที่ผมปฏิบัติธรรมนั้นพระท่านสอนหลายอย่างครับ ส่วนมากก็จะเป็นเรื่องที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ทั้งนั้น และที่สำคัญที่สุดครับ พระท่านย้ำเสมอว่าให้เราเป้นคนตรงต่อเวลา ซึ่งข้อคิดเหล่านี้ผมพยายามนำมาปรับใช้กับชีวิตของผม ซึ่งการไปปฏิบัติธรรมครั้งนี้ได้ผลตอบแทนที่ดีมาก อย่างน้อยก็ลดความวุ่นวายใจ กลับมาสงบจิตสงบใจได้อีกเยอะ อยากให้ผู้อ่านนำไปลองใช้นะครับ ข้อคิดพวกนี้ มีประโยชน์ทั้งนั้น

 

Keyword : ยึดมั่นในสติ ตรงต่อเวลา การผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ อย่ากลัวที่จะทำความดี

 

 

ขอให้ทุกท่านเจริญในธรรม