อุปทานขันธ์ ตอนที่ ๓

sutti
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

            ...ทางหมดจดขั้นที่ ๓ ว่า อัตตภาพร่างกายอันนี้รู้กันอยุ่แล้วว่าไม่ใช่ตัวเพราะไม่เป็นไปในำนาจ จะว่าสักเท่าใดไม่เป็นไปในอำนาจ กายมนุษย์ไม่เป็นไปในอำนาจ กายมนุษย์ละเอียดก็ไม่เป็นไปในอำนาจ กายทิพย์กายทิพย์ละเอียด กายรูปพรหม กายรูปพรหมละเอียด กายอรูปพระหม กายอรูปพรหมละเอียด ไม่เป็ไปในอำนาจทั้งนั้น โครจะมีฤทธิ์มีเดชสักเท่าใดก็ตามเถอะไม่เป็นไปในอำนาจ พระพุทธเจ้าจะมีฤทธิ์มีเดชสักเท่าใดก็มีไป แต่ว่าอายอัตตภาพร่างกายไม่เป็นไปในอำนาจ แตกสลายไปอย่างนี้

           ดังนั้น อัตตภาพร่างกายอันนี้รู้กนอยู่แล้ว่่าไม่ใช้ตัว เรพาะไม่เป็นไปในอำนาจ เพราะเป็นปฏิปักษ์แก่ตัวเสียด้วย เป็นข้าศึกแก่ตัวเสียด้วย ถ้ายุ่งๆ หนักเข้าก็ได้รับความทุกข์ยากลำบากจิตใจ ไม่ใช่พอดีพอร้ายที่เดียวถ้าไปแก้หนักเข้าก็เดือดร้อนหนักเข้า ลองไปแก้เข้าซิ แก้แก่ แก้เจ็บ แก้ตายย แก้กันอย่างไร แก้ไม่ได้ เป็นขช้าศึกแก่ตัวแท้ๆ เพราะเป็นสภาพว่างเปล่า 

          อัตตภาพนี้น่ะเป็นสภาพว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย ไม่มีอย่างไร ก็บิดามารดาปู่ย่าตายายเล่าไปไหน เหลือแต่กระดูก หรือกระดูกอยู่ที่ไหนละ ได้ร้อยปีพันปีหายไปไหนหมดแล้ว ไม่มีเลย หายไปหมด นี้เป็นสภาพว่างอย่างนี้นะ เป็นของว่างอย่างนี้

           เมื่อเป็นของว่างเช่นนี้แล้ว ถามว่า ใครเล่าเป็นเจ้าของอัตตภาพเหล่านี้ กายมนุษย์ กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายทิพย์ละเอียด กายรูปพระหม กายรูปพระหมละเอียด กายอรูปพรหม กายอรูปพรหมละเอียด ใครเป็นเจ้าของ ไม่มีเจ้าของ ถามหาเจ้าของสักคนเดียวไม่ได้ ใครจะรับรองว่าของข้าละ เอ้า รับดูซิ แตกสลายหมด อ้ายคำรับน่ะไม่จริง หลอกลวง แตกสลายหมดหายหมด

          เมื่อรู้ความจริงอันนี้แลวท่านถึงสอนแนะนำไว้เป้นหลักเป็นฐานแน่นอนว่า สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา ธรรมที่ทำให้เป็นกายั้นๆ ธรรมที่ทำให้เป็น กายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพระหม กายอรูปพรหม ทั้งหยาบทั้งละเอียด ธรรมเหล่านั้นไม่ใช่ตัว สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา ธรรมทั้งหมดนั่นไม่ใช่ตัว เมื่อใดเมื่อนั้นย่อมเหนื่อยหน่ายในทุกข์ นีเป็นทางหมดจดวิเศษ เป็นทางบริสุทธิ์

         เพราะฉะนั้น จะแสดงทางบริสทุธิ์ให้ฟังในวันนี้นะ เวลาไม่เพียงพอเสียแล้ว ไม่ฉะนั้นแล้วละก็ ตรงนี้จะได้ฟังทางบริสุทธิ์ที่เดียว ทางบริสุทธิ์เป็นสำคัญนะ ทางบริสุทธิ์น่ำ ทางบริสุทธฺ์เฉพาะต้องไปเส้นเดียว สายเดียว รอยเดียวเท่านั้น จะไปทางอื่นไม่ได้ จะเอาใจไปจดอื่นไม่ได้ จะบอกต้นทางให้..

         ทางบริสุทธิ์น่ะ ก็ต้องเอาใจหยุด นั้นแหละเป็นทางบริสุทธิ์ เอาใจหยุดนึกที่ไหน ศุนยกลางดวงธรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ ใสบริสุทธิ์เท่าฟองไข่แดงของไก่ หยุดอยู่กลางดวงนั้นแหละ หยุดที่เดียว หยุดที่น้้นแหละ เป็นทางบริสุทธิ์ละถูกละ หยุดละ หยุดในหยุด พอรู้ว่าใจหยุดกึก ใจก็หยุดกลางของกลายๆๆๆๆ หยุดเรื่อยไปนั่นเเหละ นั่ง นอน ยืน เดิน ทำให้หยุดอยู่อย่างนี้แหละ นั่นแหละบริสุทธิ์ละ ราคะไม่มีอภิชฌาความเพ่งเพราะอย่างได้ไม่มี พยาบาทปองร้ายไม่มี เห้นผิดไม่มีโลภะความอยากได้ไม่มี โทสะความประทุษร้ายไม่มี โมหะความหลงงมงายไม่มี ราคะความกำหนัดยินดีไม่มี โทสะความขุ่นเคืองไม่มี โมหะความหลงงมงายไม่มี กามราคานุสัยไม่มี ปฎิฆานุสัยไม่มี อวิชชานุสัยไม่มี หยุดเข้าเถอะ หยุดนั่นแหละตั้งแต่ต้นจนพระอรหัตที่เดียว นี่แหละเขาเรียกว่าหนทางบริสุทธฺ์ละ ให้ไปทางนี้ 

        วันนี้ที่แจงแสดงมาเป็นปริยาย ต้องกานให้รู้ว่า หนทางบริสุทธิ์ที่ใจหยุดนี้ ภิกษุสามเณรถ้าทำให้หยุดตรงนี้ไม่ได้ละก็ ไม่พบทางบริสุทธิ์เลย อุบาสกอุบาสิกาปฏิบัติในศาสนา ทำใจหยุดไม่ได ก็ไม่พบทางบริสุทธิ์เลย เข้าทงบริสุทธิ์ไม่ถูกเลย หยุดนั่นแหละเป็นเป้าหมายใจกลางของพระพุทธศาสนา เป็นโอวาทของพระบรมศาสดาที่ทรงให้นัยแก่พระองคุลิมาล..

       ... ที่ได้ชี้แจงแสดงมาตามวาระพระบาลี คลี่ความเป็นสยามภาษาตามมรยาธิบายพอสมควรแก่เวลา เอเตน สจฺจวชฺเชน ด้วยอำนาจความสัจที่ได้อ้างธรรมปฏิบัติ ตั้งแต่ต้นจนอวสานนี้ สทาโสตฺถี ภวนฺตุ เต ของความสุขสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่านทั้งหลาย บรรดามาสโมสรในที่นี้ทุกถ้วนหน้าอาตมภาพชี้แจงแสดงมาพอสมควรแก่เวลา สมมุติว่ายุติะรรมมีกถาโดยอรรถนิยมความเพียงเท่านี้ เอว์ ก็มีด้วยประการฉะนี้...

        "หลักและวิธีเจริญสมถะและวิปัสสนากัมมัฎฐานเบื้องต้นถึงธรรมกาย" 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ปกใส



ความเห็น (0)