ในแต่ละวัน..ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทำงานแทบไม่ทัน ทั้งงานประจำและงานพิเศษ งานในแผนที่ตั้งไว้ และงานในใจที่ต้องการให้คืบหน้า..ทำได้ไม่หมด
แต่ก็ได้ทำ จะหวังความครบสมบูรณ์ ค่อนข้างยาก ในการศึกษายุคนี้ ที่ต้องก้าวทันตลอดเวลา มิฉะนั้น..อาจกลายเป็นโรงเรียนที่มีปัญหา เป็นภาระของต้นสังกัด..
บางครั้ง..มองว่า “คุณภาพ” ก็ต้องแลกด้วยการจัดการเรียนการสอน ที่เต็มที่ เต็มเวลา เต็มความสามารถ เท่านั้น
ปัจจุบัน..คุณภาพ..หมายรวมไปถึง..ต้องสื่อสารกับเขตพื้นที่ตลอดเวลา ต้องรายงานฯให้ทันตามกำหนด..สงสารโรงเรียนที่ไม่มีผู้บริหาร และมีครูไม่ครบชั้น..
ผมมีครูครบชั้น.เพราะจ้างพิเศษ จากเงินของภาคเอกชน ที่มีจิตศรัทธาโรงเรียน มิอาจทนเห็นผมพึ่งตนเอง จึงรับอาสามาช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องยาวนาน..
ผมจ้างครูพิเศษ ๓ คน..สอนชั้นอนุบาล ๒ คน สอน ป.๑ อีก ๑ คน เงินเอกชนดังกล่าว เข้าบัญชีเป็นเงิน”รายได้สถานศึกษา” จัดจ้างครูตามระเบียบอย่างถูกต้อง
วันนี้..ดูข่าว พบว่า โรงเรียนขนาดเล็กหลายโรง จากทั่วประเทศ ขาดครู..และจ้างครูด้วยเงินผ้าป่าการศึกษา ให้ค่าตอบแทนครูเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท
ที่โรงเรียนผมจ้างเดือนละ ๘,๐๐๐ บาท..ไม่ได้หมายความ..ผมทำได้ดีกว่า แต่จะบอกว่า..โรงเรียนสมัยนี้..ถ้าจะอยู่ได้..ก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง..ไม่เช่นนั้นไปไม่รอด
สวนทางกับนโยบาย..ที่กระทรวงศึกษาธิการ ประชาสัมพันธ์ว่ามีโครงการฯที่จะพัฒนาโน่น นี่ นั่น ตลอด..คือ.อยากได้คุณภาพมากเหลือเกิน..แต่ในสภาพจริง มันยาก
ปัญหาอัตรากำลัง..ยังแก้ไขไม่ได้ จะไปคาดหวังการปฏิรูปการศึกษา..ล้มเหลวตั้งแต่คิดแล้ว..จริงๆ..บางเรื่องราว ศธ.ไม่ต้องไปคิดฟุ่มเฟือย นำเงินมาใช้เป็นค่าตอบแทน(จ้างครู) น่าจะเหมาะสมกว่า
วันนี้..ครูไปราชการ ผมจึงเข้าสอนแทน ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารอเนกประสงค์ ขณะที่สอน..ก็คิดได้..ว่าแท้ที่จริงนั้น..เด็กประถมฯเรียนรู้ให้เชี่ยวชาญใน ๒ สาระหลักก็อยู่รอดแล้ว..นั่นคือ ภาษาไทย กับ คณิตศาสตร์..เป็นพื้นฐานของทักษะชีวิต
ภาษาไทย..ก็พัฒนาไป ให้อ่านคล่อง เขียนคล่อง..คณิตศาสตร์ ก็ต้องทำให้เด็กคิดคำนวณได้..เด็กก็จะนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการใช้ชีวิต
จากการสอน..พบว่าเด็กอ่านได้ และอ่านคล่อง จึงมองเห็นอนาคต ที่เป็นภาพรวมของ “คุณภาพ”โรงเรียน..ไม่น่าจะมีปัญหาในด้านผลสัมฤทธิ์ฯ
ขณะที่สอน..มีงานเข้ามา..แต่ก็เป็นงานที่รอคอย ความช่วยเหลือจากเทศบาล ส่งพนักงานตัดหญ้ามาช่วยพัฒนาให้โรงเรียนดูสะอาดเรียบร้อย
โรงเรียนขนาดเล็ก..ถ้าขาดการสนับสนุนช่วยเหลือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น..ไม่อยากคิดเลยว่า..การศึกษาจะออกมาในรูปไหน?
บ่าย..คณะครูดูแลการฝึกซ้อมพิธีไหว้ครูประจำปีการศึกษา ๒๕๖๑..ผมตั้งใจจะเคลียร์งานธุรการ..สะสางเอกสารให้เป็นปัจจุบัน..มีโทรศัพท์มาจากเขตพื้นที่ฯ
ให้ผู้บริหาร..ในฐานะที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการบริหารการศึกษา ให้เข้าไปกรอกข้อมูลออนไลน์ให้ สพฐ. คิดในใจทันทีว่า..มันจะอะไรกันนักกันหนา ขยันคิดงานกันหรือเกิน..ล้วนเป็นความสูญเปล่าทางการศึกษาทั้งสิ้น
แทนที่ให้กรอกง่ายๆ..แจ้งเมลล์มาแบบสะดวกรวดเร็ว กระชับรัดกุม แต่ไม่เลย ต้องไปหาในถังขยะ..ของเมลล์ ทั้งที่ผมเอง..ก็ไม่เคยนำงานราชการไปลงถังขยะ..
คือ..สพฐ.ทำให้มันยากซะงั้น..ทำให้นึกถึงโรงเรียนชายขอบ หรือห่างไกลกันดาร นับวัน..ยิ่งอยู่ยาก และผมก็เชื่อว่า..ประเทศชั้นนำด้านการศึกษา เขาน่าจะไม่ได้บริหารจัดการ..แบบที่เมืองไทยเป็นอยู่..แน่นอน
ก่อนกลับบ้าน..เห็นสภาพแวดล้อมร่มรื่น สะอาดเรียบร้อยทั้งด้านหน้าและด้านหลังอาคาร..ก็รู้สึกสบายใจ..ที่ได้ทำงานตามแผน..
ผู้ปกครองเห็นก็คงอุ่นใจ ที่โรงเรียนในชุมชนของเขา มีความพร้อมและปลอดภัย แม้จะเป็นเพียงโรงเรียนหลังเล็กๆก็ตาม
หรือเป็นเพราะ ผมคิดและทำงานแบบนี้..จึงมีเด็กเพิ่มขึ้นทุกปี มีผู้ปกครองย้ายเด็กมาเรียนอย่างไม่ขาดสาย...วันนี้..เอาที่สบายใจ ขอระบายเท่านี้พอ..
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๖ มิถุนายน ๒๕๖๑
<p> </p>
เป็นกำลังใจให้ ผอ. นะคะ
ผมพึ่งอ่าน (ย้อนหลัง)ครับ