เรื่องสั้น #ละเลงความคิดในตัวอักษร "ระหว่างเพื่อนกับคนรัก ใครสำคัญกว่ากัน" #ต่อจากเรื่้องที่แล้ว ตอนจบ

ความคิด

อานาวินนอนอยู่อย่างไม่มีสติในห้องไอซียู ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศฟินแลนด์ โดยมี นาซีฟะห์  หรือ นางฟ้า สำหรับอานาวิน ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนสนิทและรุ่นน้องอานาวิน นางฟ้าเป็นชาวมาเลเซีย  หน้าตากลม ผมยาวหยิก สูง 150 ซม. นั่งรออานาวินหน้าห้องไอซียูอย่างเป็นห่วง ยูมินท ขาว ตี๋ สูง 170 ซม.  คนรักของนางฟ้า เป็นชาวญี่ปุ่น เดินเข้ามาพานางฟ้าอย่างหน้าจริงจังและเป็นห่วงอานาวิน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอ

“วิน เป็นอย่างไงบ้าง”

นางฟ้ารีบเข้าไปกอดยูมินท พร้อมตอบ “ฟ้าไม่รู้ อาการยังไม่คงที่ ยู เราจะทำยังไรต่อ ฟ้ากลัว”

ยูมินทกอดปลอดใจนางฟ้า “ไม่เป็นไรแล้วนะ เดียวทุกอย่างก็จะผ่านไป”

“แต่วินยังไม่สติเลยนะ ฟ้ากลัว” นางฟ้าแย้ง

“ฟ้า ไอ้วินเขาเก่ง เขาต้องดีขึ้น เชื่อผม” ยูมินท ยังกอดปลอดใจนางฟ้า

 

อาศิราได้สติขึ้นมาเห็นกันต์ที่นั่งจับมือเขาอยู่ข้างๆ แต่อาศิราไม่สนใจ ใจของเธอมีแต่ความเป็นห่วงอานาวิน อาศิรารีบลุกจากเตียง  แล้วคว้าโทรศัพท์ โทร.จองตั๋วเครื่องบินที่เร็วที่สุดไปฟินแลนด์  กันต์มองด้วยความเจ็บปวดใจที่คนที่รักมีความเป็นห่วงชายอื่นต่อหน้าต่อตาเขา

“น้องศิ... จะไปแล้วหรอ?” กันต์ทัก

“ค่ะ ศิขอตัวก่อนนะคะ” อาศิราตอบแล้วก็จากไป

ยูมินท ได้รับโทรศัพท์จากบ้านว่า ธุรกิจที่บ้านมีปัญหา เธอต้องกลับบ้านด่วน ยูมินทหนักใจที่จะต้องทิ้งนางฟ้าอยู่คนเดียวในวันที่เพื่อนสนิทอย่างอานาวินนอนขาดสติอย่างนั้น แต่ทางบ้านเร็งให้เธอกลับ

 

ยูมินทไปหานางฟ้าที่โรงพยาบาล เพื่อเยี่ยมอานาวิน นางฟ้าที่นั่งรอปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับเพื่อนสนิทของเธอ

อาศิราเดินทางขึ้นเครื่อง เพื่อไปตามหาหัวใจของตัวเอง อาศิรานั่งอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อให้ถึงฟินแลนด์เร็วๆ “ฉันกำลังไปหาคุณแล้วนะนายปากเสีย รอฉันหน่อย ฉันรักคุณมาก รอฉันหน่อยนะ” ความในใจอาศิรา

พอยูมินทถึงหน้าห้องไอซียู ทางบ้านยูมินทโทร.หายูมินท ยูมินทมองทางกระจกเห็นนางฟ้านั่งเฝ้าอานาวินอยู่ด้านในห้องเลยรับโทรศัพท์

“Yes, Mamy” ยูมินท์รับโทรศัพท์

“Yomin, When are you back home?” คำถามจากคุณแม่ของยูมินท

“มามี ที่นี้มีปัญหาอยู่นะครับ ผมกลับบ้านไม่ได้หรอก” ยูมินทตอบด้วยความออมน้อม

“ยูมินท ถ้าลูกไม่กลับ บ้านเราจะล้มละลายได้นะลูก กลับมาช่วยเถอะนะ แม่ขอร้อง” คำขอร้องจากผู้เป็นแม่

นางฟ้าออกมาได้ยิน ก็รอฟังคำตอบของยูมินทฃ

“มามีให้เวลาผมหน่อยนะครับ” ยูมินทต่อร้อง

“อย่านานนะ มามีรออยู่” แม่ยูมินทตอบ

“ครับ” ยูมินทรับปาก ก่อนจะว่างโทรศัพท์ แล้วหันไปทางห้องอานาวิน

นางฟ้ายืนรออยู่

“ฟ้า! ยืนทำไรตรงนั้นล่ะ” ยูมินทตกใจที่เห็นนางฟ้า แต่พยายามเก็บสีหน้าไว้

“ทางบ้านมีปัญหาหรอ” นางฟ้าไม่ตอบ แต่ถามยูมินทกลับ

 

“ก็นิดน้อย ไม่มีอะไรมากจ้า” ยูมินทตอบด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะถามอาการเพื่อนรัก “อานาวินเป็นยังไงบ้าง?”

“คุณแม่ยูมินท ไม่โทร.ถ้าไม่มีเรื่องด่วน ฟ้ารู้จักคุณแม่ยูมินทดี คุณแม่ยูมินทเป็นห่วงยูมินทเสมอ ไม่ชอบรบกวนยูมินท อะไรที่คุณแม่จัดการเองได้ คุณแม่จะไม่รบกวนยูมินทหรอกนะ ถ้ายังคิดว่า เรายังรักกันอยู่ ขอร้อง ช่วยบอกหน่อยได้ไม่ รักกันต้องไม่ปิดบังนะยูมินท” นางฟ้าพยายามเข็นความจริง

“คือ ทางบ้านผมกำลังจะล้มละลายครับ มามีเลยอยากให้ผมกลับไปจัดการครับ” ยูมินทตอบด้วยเสียงอ่อน

“อะไรนะ ยูมินทนี้เรื่องใหญ่นะ คุณรู้ตัวหรือป่าว” นางฟ้าถามด้วยความตกใจ

“ทำไม่ ถ้าผมไม่มีอะไร คุณจะทิ้งผมว่างัน เราต้องเลิกกันว่างัน ทำไม่นางฟ้า ทำไม่ เงินเรื่องใหญ่มากหรอสำหรับคุณ ใหญ่มากหรอ ผมไม่แคร์หรอกนะนางฟ้า แต่ถ้าคุณเห็นว่ามันสำคัญ ก็แล้วแต่คุณ” ยูมินทตะโกนตอบ

“เปรียง” เสียงตบหน้า

นางฟ้าตบหน้ายูมินท “คุณดูถูกฉัน” น้ำตาไหลรินแก้มนางฟ้า “ถ้า...ความเป็นห่วงของฉันคุณคิดได้แค่นี้ คุณก็ไม่เคยรักฉันจริงๆ ไม่เคยแม้แต่จะรู้จักฉัน”

“ฟ้า ผมขอโทษ” ยูมินทจับมือนางฟ้า

“แม้แต่คุณไม่มีอะไร ใจของฉันก็ยังรักคุณ ถ้าคุณยังเป็นคุณ ฉันก็ยังรักคุณ” นางฟ้าตอบด้วยเสียงสะอึก

“ฟ้า ผมขอโทษ” ยูมินทยังอ้อนวอนนางฟ้า

“เอาเถอะคะ เรื่องของยู ฟ้าขอไม่ยุ่งล่ะกันนะคะ ไม่อยากทะเลาะกันอีก” นางฟ้าเอามือยูมินทออก ก่อนจะเดินออกไป

 

ยูมินทนั่งนิ่งหน้าห้องไอซียู เฝ้าดูอาการอานาวิน นางฟ้ากลับมาพร้อมกับกาแฟแก้วหนึ่ง

“อ๊ะ ดื่มสะ จะได้ผ่อนคลาย”

ยูมินทรับกาแฟ “ยกโทษในผมแล้วหรอ”

“ไม่ได้โกรธ” นางฟ้าตอบ “แค่ผิดหวังเฉยๆ”

“อ่าว ผมขอโทษ ผมแค่...” ยูมินทพยายามหาเหตุผล

“ไม่ต้องหาเหตุผล ยังไง ถ้าคุณยังเป็นคุณ ฉันก็รักคุณแหละ ไม่เปลี่ยน” นางฟ้าตอบอย่างเข้าใจ

“ขอบคุณนะ เออจะว่าไป ถ้าผมกลับไป ฟ้าจะไหวหรอ ไหนจะคลาส ไหนจะดูแลอานาวิน เหนื่อยนะ เพราะถ้าจะจ้างพยาบาลพิเศษก็แพงอยู่นะ” ยูมินทถามด้วยความเป็นห่วง

“ไหวสิ ฟ้าคิดไว้แล้ว ว่า ฟ้าจะทำเรื่องหยุดเรียนหนึ่งเทอม ให้เรื่องร้ายๆนี้ผ่านไปก่อน แล้วค่อยเรียนต่อ เพราะว่า ถ้าอยากให้เรียนตอนนี้ ฟ้าเรียนไม่ผ่านหรอกคะ” นางฟ้าตอบพร้อมเหตุผลประกอบ

“เอางันก็ได้ เพราะถ้าเป็นยู ยูก็จะตัดสินใจแบบนั้นอยู่แล้วล่ะ” ยูมินทเสริมตามด้วยรอยยิ้ม “ยู จะขึ้นเครื่องตอนบ่ายนะ ยังไง มีอะไรบอกยูด้วย โทรศัพท์ห้ามแบตฯหมดนะ ยูติดต่อยาก”

“คะ ยูดูแลตัวเองนะ ฟ้าคงไม่ไปส่งแล้วนะ” นางฟ้าลา

“ยูเข้าใจ” ยูตอบก่อนจะกอดลา แล้วยูมินทก็รีบจากไป เพราะกลัวตกเครื่อง

อาศิราถึงสนามบิน ประเทศฟินแลนด์... ยูมินทที่พึ่งมาถึงสนามบินก็รีบเดินเข้าไปที่เช็คอิน อาศิราเดินอย่างรีบร้อน ยูมินทที่กดโทรศัพท์ไปด้วย... ทำให้ชนกับอาศิรา

“I’m sorry” ยูมินทกล่าวขอโทษหลังจากที่เธอชนอาศิรา

 “ไม่เป็นไรค่ะ Or I’m mean…” อาศิราจะพูดต่อ

“เป็นคนไทยหรอครับ” ยูมินทแทรกขึ้นด้วยตกใจ

“ค่ะ คุณเป็นคน...” อาศิราถามด้วยความแปลกใจ เพราะจากหน้าตาไม่น่าเป็นคนไทย

“ป่าวครับ พอดีผมมีเพื่อนที่เป็นคนไทย แล้วคุณมาเที่ยวหรอคะ” ยูมินทถามต่อ

“ป่าวคะ มาหา... เพื่อนคะ” อาศิราด้วยเสียงเศร้า

เมื่อยูมินทเห็นความเศร้าแต่เธอต้องรีบเข้าไป ก็เลย ยิ้มให้กำลังใจ “ผมต้องรีบไปแล้วนะครับ ยังไรก็ขอโทษอีกครั้งที่ผมชนคุณ” แล้วก็จากไป

อาศิรายิ้มรับกำลังใจแล้วตรงไปยังโรงพยาบาล

นางฟ้านั่งเฝ้ารออานาวินอย่างมีความหวัง อาศิราเดินตรงทางเข้าโรงพยาบาลก่อนจะเข้าไปถามพยาบาลเรื่องห้องพักรักษาตัวอานาวินสักครู่ใหญ่และแล้วก็เดินตรงไปยังห้องไอซียูที่อานาวินพักรักษาตัวอยู่ พออาศิราไปถึงเห็นผู้หญิงคนหนึ่งจับมืออานาวินอยู่ มองอานาวินด้วยสายตาที่มีความหวัง อาศิราผงะครู่ใหญ่ และรวบรวมสมาธิเปิดประตู่เข้าไปในที่สุด

อาศิรายกมือไหว้ตามมารยาท ก่อนจะแนะนำตัว “ดิฉันชื่อ อาศิรา เป็นเพื่อนพี่วิน จากประเทศไทยคะ”

นางฟ้ายิ้มพร้อมรับไหว้ “ฉันนางฟ้าคะ เพื่อนสนิทวินเขาที่นี้จ้า”

“อาการพี่วินเป็นอย่างไรบ้างคะ หมอบอกอย่างไรบ้าง?” อาศิราถามพร้อมคมความรู้สึกหึ่ง

“ยังไม่รู้เลยคะ หมอยังไม่สามารถสรุปอะไรได้อีกเลยคะ ตอนนี้หมอจะดูอาการเป็นระยะๆคะ” นางฟ้า อธิบายอาการเบื้องต้นของอานาวินให้อาศิราฟัง

อาศิราเดินเข้าไปจับมืออานาวินเบาๆ “พี่วิน ศิมาหาพี่วินแล้วนะคะ รีบตื่นสิ”

 

นางฟ้ามองสายตาอาศิราที่เห็นแต่ความหวัง แต่ก็ไม่คิดอะไรมาก และปล่อยๆไป

นางฟ้าเห็นเขาพากระเป๋าใบใหญ่มา เลยรู้ว่า เขาไม่น่าเข้าพักที่โรงแรมแน่ เลยเข้าไปถาม

“คุณเพิ่งถึงหรอคะ”

อาศิรายิ้มเศร้าๆก่อนจะตอบ “คะ”

นางฟ้าเงียบสักครู่หนึ่ง

อาศิราหันไปยังอานาวินที่กำลังนอน

“แล้วคุณพักที่ไหนหรอคะ?” นางฟ้าถามอีกครั้ง

“ยังไม่หา น่าจะโรงแรมแถวๆนี้ จะได้ดูแล... เออเยี่ยมพี่วินได้ง่ายด้วย”

“ขอโทษนะคะ คุณมาทำอะไรที่นี้หรอคะ” นางฟ้าพยายามเก็บรายละเอียด เพราะไม่แน่ใจว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เพื่อนเหมือนที่เขาแนะนำตัวหรือว่า คนรักของอานาวินกันแน่

“ฉันมา...” อาศิราผงะกับภาพที่เขาเห็นก่อนที่เขาจะเข้าห้องนี้ “ผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นคนน่าจะเป็นคนสำคัญของพี่วินป่าว ขืนบอกความจริง เรื่องจะยุ่งเป็นแน่ ตอนนี้พี่วินต้องการกำลังใจจากทุกคน ไม่ใช่แค่ฉัน”

“ว่าไงคะคุณอาศิรา?” นางฟ้าทักหลังเห็นเขาเงียบนาน

“คือฉันมาตามหาคนรักที่นี้อ่า พอดีพี่ปีมงคล เพื่อนพี่วินอ่าคะ โทร.บอกศิว่าพี่วินประสบอุบัติเหตุ ศิเลยเข้ามาหาก่อนคะ” อาศิราพยายามตอบอย่างโกหกที่น้อยที่สุด

“แล้วนี้จะไปหาแฟนเลยป่าว” นางฟ้าถามด้วยความเป็นหวง

“ขอรอดูอาการพี่วินก่อนคะ เดียวถ้าพี่วินอาการดีขึ้น ศิก็จะไปคะ” อาศิราตอบด้วยความเศร้า

“งัน คงอีกสักพัก... คุณพักกับฉันที่คอนโดก่อนไม่คะ?” นางฟ้าถามด้วยความหวงใย

 “ไม่เป็นไรค่ะ ศิเช่าโรงแรมดีกว่า จะได้เจอคนรักง่ายด้วยคะ” อาศิราตอบอย่างมีอารมณ์หึง ก่อนจะมองหน้านางฟ้าแล้วคิดในใจ “ศิ ไม่แปลกเลย ถ้าพี่วินเลือกคนนี้แทนที่ศิ เพราะเข้าใจดีสมชื่อ” ก่อนที่จะยิ้มให้กัน

 

ยูมินทขึ้นเครื่อง กลับญี่ปุ่น... พอลงเครื่อง... ยูมินทรีบขึ้นรถกลับบ้าน โดยมีคุณแม่ของเธอกับคู่หมายของเธอรอตอนรับที่บ้าน

“Welcome Yomin” คำทักทายของแม่ยูมินท เมื่อยูมินทลงจากรถ

“สวัสดีครับคุณแม่” คำตอบรับจากยูมินท พร้อมเข้าไปกอดผู้เป็นแม่ “คุณแม่สบายดีนะครับ?”

“ก็เรื่อยๆจ้า” คุณแม่เธอตอบ ก่อนจะหันไปยังคูหมายของยูมินท “อ๋อ...ลูกจ้า นี้หนูอาคิโก๊ะ จัง ลูกสาวของท่าน โคโคโร คุง จ้า  จำน้องได้ไม่เอ๊ย?”

“สวัสดีคะ พี่ยูมินท Welcome นะคะพี่ชาย” อาคิโก๊ะทักทาย

“สวัสดีครับ ไม่เจอกันนาน แต่สวยขึ้นนะเราเนี๊ยะ” ยูมินทตอบรับ พร้อมแซ่วเบาๆ

“ขอบคุณคะ พี่ชายก็ดูดีนะคะ” อาคิโก๊ะตอบอย่างเขินเบาๆ

“มั่วแต่คุยกันอยู่นั้นแหละ เข้าบ้านกัน” คุณแม่ยูมินทพูดขึ้น

 

อาศิราเห็นอาการของอานาวินยังคงเหมือนเดิม แล้วนางฟ้ายังคงดูแลอานาวินไม่ห่างเลยถือโอกาสไปหาโรงแรมเช่า นางฟ้ายังคงรอดูอาการอานาวินที่โรงพยาบาล

อาศิราออกจากห้องอานาวิน ก็แอบดูนางฟ้าที่รอค่อยการฝืนของอานาวินอย่างมีหวัง ใจของอาศิราคิดตาม “เขาคงรักพี่วินมากนะคะ ถ้าเขารักพี่ขนาดนี้ ศิก็ยอมถอย แต่พี่วินลืมศิจริงๆหรอ”

 อาศิราหันกลับจากทางเดิน แล้วเดินหน้าต่อไป

ณ บ้านยูมินทที่ประเทศญี่ปุ่น อาคิโก๊ะลากยูมินทออกจากห้อง ตอนที่คุณแม่ยูมินทเข้าไปเช็คอาหารในครัว

“ลากพี่มาทำไม่ครับ” ยูมินทถามด้วยความสงสัย

“อาคิโก๊ะขอโทษคะ หากเสียมารยาท แต่อาคิโก๊ะมีเรื่องอยากคุยด้วยคะ” อาคิโก๊ะพูดขึ้น

“อะไรหรอครับ แล้วทำไม่คุยกันในบ้านไม่ได้” ยูมินทถามอย่างงงๆ

“ไม่ได้ เป็นเรื่องที่คุณหญิงแม่รู้ไม่ได้” อาคิโก๊ะพยายามจะอธิบาย

“ห่ะ แล้วเรื่องนั้นคืออะไรล่ะ” ยูมินทพยายามตั้งคำถาม

“คือ หนูเป็นคูหมายที่ครอบครัวจับหมั้นหมายกับพี่” อาคิโก๊ะพูดขึ้น

“อะไรนะ ล้อพี่เล่นป่าว” ยูมินทพยายามปลอดใจตัวเอง กลบความตกใจ

“ไม่เล่นคะพี่ชาย ที่เรียกพี่กลับนี้ ที่บอกว่า บ้านล้มละลายนั้น ไม่มีความจริงเลย คุณหญิงแม่อยากให้เราหมั้นกัน แล้วแต่งงานกัน แล้วให้หนูไปอยู่ที่ฟินแลนด์กับพี่ เพราะหนูอยากเรียนที่นั้นคะ” อาคิโก๊ะพูดขึ้น

“อะไรกัน นี้คือเรื่องจริงหรอ” ยูมินทเบลอ

“แต่หนูมีคนรักอยู่แล้วนะคะพี่ชาย เขาเรียนที่ฟินแลนด์คะ หนูอยากขอร้องพี่ชายอย่ารับหมั้นนี้ ปฏิเสธเลย เพราะพี่ชายมีคนรักอยู่แล้วเหมือนกันใช่ป่าวคะ” อาคิโก๊ะอธิบายต่อ

“รู้ด้วย” ยูมินทเบลอจนจับต้นชนปลายไม่ถูก “สรุปให้พี่กลับทำไม่ แล้วรู้ได้ไงว่าพี่มีคนรักแล้ว” ยูมินทพยายามรวบสติถาม

“พี่ชายจำเฟส Areen Binti Mukhriz ได้ไม่คะ ที่ทักและกดถูกใจภาพของพี่ชายมาตลอดไม่คะ”

“ครับ น้องเองหรอ” ยูมินทถามกลับ

“ใช่คะ หนูเอง คนที่หนูอยากใช้ชีวิตด้วยต้องเป็นคนที่หนูรู้ว่า เขาชอบและไม่ชอบอะไร แล้วเข้ากับหนูได้ไม่ หนูขอโทษด้วยนะคะพี่ชายที่ทำแบบนั้น” อาคิโก๊ะพูดขึ้น

“ไม่เป็นไรครับ” ยูมินทพูดตอบ

“ที่จริงหนูอยากบอกพี่ชาย ก่อนที่พี่ชายกลับ แต่ พี่ชายไม่ออนเฟสบ้างเลย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อาคิโก๊ะพูดต่อ

“เพื่อนพี่เข้าโรงพยาบาล พี่เลยยุ่งๆ ไม่ทันเล่นเฟสเลย” ยูมินทตอบ

“เพื่อนพี่เป็นไงบ้างแล้วล่ะตอนนี้” อาคิโก๊ะถามด้วยความเป็นหวง

“อาการยังไม่คงที แฟนพี่ดูแลเขาอยู่” ยูมินทตอบแบบสั้นๆ ก่อนจะถามอาคิโก๊ะอย่างจริงจัง

“แล้วน้องจะทำไงล่ะ ถ้าไม่แต่งกับพี่ แล้วการเรียนต่อ หรือ คนรักจะกลับมา”

“ป่าวคะ พี่เขาไม่ได้กลับมาหรอก พี่ชายแค่ปฏิเสธงานหมั้นและงานแต่ง แล้วรับปากว่า จะดูแลหนูตอนอยู่ที่โน้นในฐานะน้องสาว แล้วจะศึกษาดูใจกัน หากเข้ากันได้ ก็จะเรียนให้คุณพ่อทราบ แล้วจะแต่งงานกัน แต่ถ้าเข้ากันไม่ได้ก็จะดูแลหนูในฐานะน้องสาว ดีกว่า แต่งโดยไม่ศึกษากันก่อน แล้วต้องเลิกกันในภายหลัง จะเสียทั้งชื่อและตระกูลได้” อาคิโก๊ะพูดในสิ่งที่เธอคิด ก่อนจะต่อ “พี่ชายก็ลองอ้างเรื่องความสุขและทุกข์ที่คนไม่รักกันหรือเข้ากันไม่ได้แล้วปรับตัวเข้าหากันสิ เรียงเท่านี้กับคุณพ่ออาคิโก๊ะ อาคิโก๊ะเชื่อ ถ้าพี่ชายพูดคุณพ่อจะเข้าใจ”

ยูมินทนิ่งคิดตาม ก่อนจะตั้งคำถาม “แล้วทำไม่อาคิโก๊ะไม่เรียนท่านโคโคโรเองล่ะครับ”

“แม้พี่ชายคะ อาคิโก๊ะไม่กล้าพูดหรอก เดียวจะทำให้อาคิโก๊ะไปเรียนไม่ได้อีกหรอก ยุงกันใหญ่ พี่ชายช่วยอาคิโก๊ะหน่อยนะ อาคิโก๊ะสัญญาเลยคะ ถ้าอาคิโก๊ะได้ไปเรียนต่อ อาคิโก๊ะจะเชื่อฟังพี่ชายทุกอย่าง ไม่ง้อแง ไม่ทำให้พี่ชายต้องเดือดร้อน จะตั้งใจเรียน” อาคิโก๊ะทำท้าสัญญาอย่างจริงจัง

“ได้ แต่จะสำเร็จหรอ” ยูมินทไม่มันใจ

“อาคิโก๊ะรู้จักคุณพ่อดีคะ เขารักพี่ชายจะตาย แต่พี่ชายห้ามเผลอพูดถึง คนรักของพี่โดยเด็ดขาดนะ เพราะคุณพ่อไม่ชอบให้ใครมาเทียบลูกของท่านกับคนอื่น เข้าใจเนอะ” อาคิราพูดก่อนจะยิ้มให้กำลังใจ

“ได้ ไม่มีปัญหา” ยูมินทตอบ

“อ๋อ อย่าพูดถึงคนรักของน้องด้วย เดียวจะพามากราบยาก” อาคิโก๊ะย่ำ

“เยอะน๊าเราเนี๊ยะ” ยูมินทพูดเอาขำๆ แต่อีกฝ่ายไม่ค่อยขำเท่าไร

“เอาคุยอะไรกันอยู่หรอจ้า สองคนนี้” คุณแม่ของยูมินทที่เพิ่งออกจากครัวเดินตรงมายังที่ๆพวกเธอยืนคุยกัน

“เดียวคุณพ่อจะมานะ พี่ชายเตรียมพร้อมล่ะ” อาคิโก๊ะกระซิบพอได้ยิน ก่อนจะเดินไปหาคุณแม่ของยูมินท

ทิ้งยูมินทอยู่ด้วยความตกใจ

 

อาศิรา ว่างของที่โรงแรมก่อนจะอาบน้ำแต่งตัว แล้วเดินทางกลับโรงพยาบาล แต่นางฟ้าก็ยังอยู่ดูแลอานาวินไม่ห่างไปไหน

อาศิราเดินมาถึงโรงพยาบาล และตรงไปยังห้องไอซียู ห้องที่อานาวินพักรักษาตัวอยู่ ถึงหน้าห้อง อาศิราแอบมองทางกระจก เห็นนางฟ้าหลับจับมืออานาวินอยู่ อาศิราเปลี่ยนใจไม่เข้า แล้วเดินไปยังร้านกาแฟ ซื้อ กาแฟร้อนกับขนมเค้ก แล้วเดินตรงไปยังห้องอานาวินอีกครั้ง นางฟ้าที่หลับเมื่อกี้ ออกมาจากห้อง อาศิราเดินมา ก็ยิ้มหวานให้

 

 

“อ่ะ เราให้”อาศิรา ยืนกาแฟร้อนกับขนมเค้กให้นางฟ้า “คือเราเห็นว่า เธอยังไม่ได้ทานอะไรเลย เลยซื้อมาฝาก เธอจะได้อยู่ใกล้ๆพี่วิน ไปต้องห่างไง”

“วิน รู้สึกตัวแล้ว” นางฟ้าพูดขึ้น

“อะไรนะ พูดจริง” อาศิราดีใจมาก จะเข้าไปในห้อง

“ยังเข้าไปไม่ได้ หมอตรวจอยู่” นางฟ้าห้าม

อาศิราหันมาทางนางฟ้า ยิ้มอย่างมีความสุข ถึงเธอก็ทราบดี ว่าความสุขนั้น ไม่นานก็จะจากไป

“ขอบใจนะ” นางฟ้าพูดขึ้น แล้วโชว์กาแฟกับขนมเค้กให้อีกฝ่ายดู

อาศิราเข้าใจ แล้วยิ้มให้...

 

คุณโคโคโร คุง มาถึงบ้านของยูมินท  ทุกคนนั่งที่โต๊ะอาหาร อาคิโก๊ะยิ้มให้กำลังใจพี่ชายอย่างยูมินท และพยายามส่งสายตาว่า ยูมินทคือความหวังของเธออยู่ตลอดเวลา

“เป็นไงบ้างลูกชาย ไปอยู่เมืองนอกเมืองนาน” คุณโคโคโร คุง เริ่มการสนทนา

“ดีครับ บ้างวันมีเรียน บ้างวันไม่มีก็เที่ยวครับ” ยูมินทตอบ ก่อนจะเล่าเรื่องอานาวินให้ทุกคนบนโต๊ะอาหารทราบ “ แต่ก่อนที่ผมกลับ เพื่อนผมจากเมืองไทยคนหนึ่งโชคร้าย ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตอนนี้อาหารยังไม่คงทีเลยครับ”

“อ่าว แล้วตอนนี้ใครดูแลเขาที่โน้นล่ะ” อาคิโก๊ะที่กำลังตัดกับข้าวใสจานตัวเองถามขึ้น

“เพื่อนพี่จากมาเลเซียเฝ้าอยู่จ้า ตอนนี้ทำการหยุดเรียนหนึ่งเทอมแล้วนะ” ยูมินทตอบ

“ทำไม่ถึงต้องขนาดนั้นล่ะ” อาคิโก๊ะถามขึ้น

“ก็ไม่มีคนเปลี่ยนเฝ้า พี่ก็ไม่ว่าง ดันมีธุระที่บ้าน ต้องกลับบ้านด่วน เลยทิ้งให้เขารับคนเดียว”

 

“เขาต้องเป็นคนดีแน่เลย หนูเริ่มอยากรู้จักเพื่อนพี่คนนี้แล้วล่ะ ท้าทางจะเป็นผู้หญิงใช้ป่าวคะพี่ชาย” อาคิโก๊ะถามขึ้น

“ใช่ครับ อาคิโก๊ะเดาไม่ผิดหรอก เป็นผู้หญิง เดียวมีโอกาส พี่จะแนะนำนะ ไว้ว่างๆไปเที่ยวฟินแลนด์สิ” ยูมินทเริ่มเปิดประเด็นใหม่

“ที่จริงอาคิโก๊ะจะไปเรียนต่อฟินแลนด์เหมือนกัน” อาคิโก๊ะตามเกม

“ดีสิครับ เดียวพี่ดูแลเอง น้องสาวพี่ทั้งคนพี่ดูแลได้อยู่แล้ว ถ้าไม่ดือไม่สน ฟังที่พี่พูด พี่ดูแลได้” ยูมินทพูดขึ้นด้วยอารมณ์ขำ ก่อนจะหันถามคุณโคโคโร “คุณอาอนุญาตให้น้องอาคิโก๊ะเรียนต่อที่เดียวกับผมด้วยหรอครับ”

“อา ไม่มีปัญหา ถ้ามีคนดูแล” คุณโคโคโร พูด

“งันดีเลย เดียวผมดูแลน้องเองครับ” ยูมินทรีบแทรก

“ไม่ใช่ดูแลแบบน้องสาว ถ้าเป็นไปได้ อาอยากให้ทั้งสองแต่งงานกันได้ไม่ อาจะได้สบายใจ” คุณโคโคโรพูดขึ้นอีกครั้ง

“คือ เรื่องแต่งเป็นเรื่องใหญ่นะครับอา ผมไม่ใช่ว่า ไม่อยากแต่งกับน้องเขา แต่ ผมไม่รู้ว่า สามารถทำหน้าที่สามีให้น้องได้ป่าว ผมกับน้องเข้ากันได้มากน้อยแค่ไหนยังไม่รู้ ผมรู้จักน้องตอนเด็ก เอ็นดูน้องเป็นน้องสาว ถ้าแต่ง อยู่ๆเข้ากันไม่ได้ขึ้นมา น้องจะเสียหายนะครับอา แต่ถ้า อาให้โอกาสผมกับน้องได้ศึกษาดูใจคอกัน ถ้าเข้ากันได้ผมจะเรียนให้อาทราบอีกครั้งหนึ่ง แต่ถ้าไม่ได้ ผมจะดูแลน้องในฐานะน้องสาว และอย่างน้อยๆ น้องอาคิโก๊ะไม่เสียหายนะครับ ให้โอกาสผมกับน้องได้ไม่ครับอา” ยูมินทอธิบายความในใจ

“ลูกชาย มีคนรักอยู่แล้วรึ” คุณโคโคโร ถาม

ยูมินทพยายามคุ่มสติก่อนตอบ “อย่างที่ผมพูดเมื่อครู่ครับ เพื่อนผมอยู่โรงพยาบาล ยังไม่ได้สติ ผมในฐานะเพื่อนคงไม่มีความรู้สึกจะคิดเรื่องนี้หรอกครับ”

 

“อาถามว่า มีคนรักอยู่แล้วรึ” คุณโคโคโรถามอีกครั้ง

“แม้คุณพ่อ จะซักถามอะไรพี่ชายล่ะคะ ตอนนี้พี่ชายเป็นห่วงพี่ที่อยู่โรงพยาบาลนะคะ” อาคิโก๊ะแย้ง

“เอาล่ะคะ ท่านคิดอย่างไรคะ ให้โอกาสลูกชายดิฉันไม่คะ” คุณแม่ยูมินทถามขึ้น

โคโคโร คุง เงียบ

“น๊าๆๆพ่อ ให้หนูไปเรียนต่อเถอะน๊า” อาคิโก๊ะวอน

“เอางันก็ได้ อย่างน้อยพ่อก็สบายใจที่มีพี่เขาดูแลลูก” คุณโคโคโร ตอบ

 

นางฟ้าพยายามติดต่อยูมินท แต่ก็ไม่มีการรับสายจากปลายทาง คุณหมอออกจากห้อง นางฟ้ารีบเก็บโทรศัพท์

“พี่วินเป็นไงบ้างคะคุณหมอ” อาศิรารีบถาม

“ดีมากครับ ตอนนี้ก็จะดูอาการเป็นระยะๆ” หมอตอบพร้อมรอยยิ้ม แล้วเดินจากไป

นางฟ้ารีบเข้าห้องดูอานาวิน

“เป็นไงบ้าง เจ็บตรงไหนไม่” นางฟ้าทักถามอานาวิน

“นี้นางฟ้าไม่เรียนหรอ” อานาวินถามขึ้น

“ยังมีหน้ามาถามเรื่องเรียนอีกน๊า เจ็บตรงไหนบ้างล่ะ เป็นห่วงรู้ไม่” นางฟ้าอ้อน พร้อมจับมืออานาวินแล้วมาว่างไว้ที่แก้มตน

อานาวินได้แต่ยิ้ม “ขอบใจมากนะที่อยู่ใกล้ๆฉันอ่า”

“รู้ด้วยหรอ” นางฟ้าทำท้าตกใจ “ถ้างันรู้เอาไว้ด้วย วันหลังขับรถระวังๆกันหน่อยหรือถ้าไม่ไหว ก็โทร.หาฉัน ไม่ใช่ฝืนงี้ ห่วงรู้ไม่ กลัวนายไม่กลับมาหาฉันอีก” นางฟ้าบ่น

“ต่อจากนี้จะดูแลตัวเองให้ดีเลย ให้สมกับที่เธอต้องมานั่งร้องไหทุกวันที่นี้” อานาวินแซว

อาศิรายื่นฟังอยู่ที่ประตู

อานาวินเห็นเค้กที่อาศิราซื้อให้นางฟ้าบนโต๊ะ เลยแซว “นี้ซื้อเค้กเตรียมให้ฉันด้วยหรอ รู้ใจฉันนะเนี๊ยะ ซื้อเค้กโปรดฉันด้วย”

“เค้กไหน” นางฟ้างง

“ก็...” อานาวินชี้ไปที่เค้ก

“ไม่ใช่ของนาย นั้นของฉัน” นางฟ้าแย้ง

“กินเค้กตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอไม่กินเค้กน๊า อย่าอายเลย” อานาวินยังไม่หยุดแซว “หรือว่าของไอยูว๊ะ นายนั้นยิ่งไปกันเลย รสนั้นไอยูไม่กินหรอก”

“นั้นของฉัน คุณอาศิราซื้อฝากมา” นางฟ้าพูดขึ้น ทำเอาคนที่ฟังตรงหน้าและคนที่แอบฟังพากันตกใจกันไป

“ใครนะ? อาศิราหรอ” อานาวินถามเพื่อความแน่ใจ

“ใช่ เขาบอกว่าเป็นเพื่อนนายจากเมืองไทยอ่า” นางฟ้าตอบ

“แล้วเขามากับใครหรอ?” อานาวินถามด้วยความกังวล

“คนเดียว เห็นบอกว่า มาตามหา...” นางฟ้าพูดไม่ทันจบ

อาศิรารีบออกมาแสดงตัว “สวัสดีคะพี่วิน เป็นไงบ้างคะ” อาศิราทักทาย

“อ่านี้ไง เพื่อนนาย” นางฟ้าพูดขึ้น

อานาวินยังคงตกใจ แต่ก็ควบคุมสติ “ไอกันต์ล่ะ ไม่มาด้วยกันหรอ”

“พี่กันต์อยู่เมืองไทยคะ พี่กันต์หายดีแล้ว ศิ... เออ ดิฉันเลยถือโอกาสมาเที่ยว แต่ได้ยินข่าวว่า พี่วิน... คุณประสบอุบัติเหตุ ดิฉันเลยเข้ามาเยี่ยมคะ” อาศิราตอบ พยายามใช้ถ้อยคำที่ทางการ

“ผมโอเคแล้ว ตอนนี้มีนางฟ้าดูแล ยังไงขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมนะ ผมขอตัวนอนก่อน” อานาวินพูดแล้วรีบแอนตัวลง

นางฟ้าเห็นแล้วงงกันใหญ่

“งันศิกลับก่อนนะคะ คุณฟ้า” อาศิราพูดก็รีบตรงไปที่ประตู น้ำตาคลอก็ไหลรินออกมา

นางฟ้ารีบตามไป...

“คุณคะ เดียวก่อนคะ” นางฟ้าเรียกอาศิรา

“คะ” อาศิราหันมา

“เป็นอะไรหรือป่าวคะ” นางฟ้าถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นตาอาศิรามีคราบน้ำตาที่ยังไหลออกมาไม่หยุด

“คุณเป็นคนดี ดีมาก สมแล้วที่พี่วินรักคุณ” อาศิราพูดพร้อมปักน้ำตาตัวเอง

“อะไรน๊ะ” นางฟ้าตกใจกับคำพูดของอาศิรา

“ฝากดูแลพี่วินด้วยนะ และจำไว้ พี่วินเป็นคนดี เขารักแล้ว เขาก็จะให้สิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณตลอดไป ฝากบอกเขาด้วยว่า ฉันจะไม่มารบกวนพี่วินอีก” อาศิราพูดจบก็จากไป ทิ้งคนที่ตามมาด้วยความอึ้ง

 

“ขอบคุณมากนะคะพี่ชาย ที่ช่วยน้องอ่าคะ” อาคิโก๊ะพูดขึ้น

ยูมินทยิ้มรับ ก่อนจะตอบ “พี่ก็ตัองขอบคุณน้องเหมือนกันที่มาบอกพี่ก่อน”

 “สบายมากคะ” อาคิโก๊ะตอบ “น้องกลับก่อนนะคะ”

“ครับ” ยูมินทตอบ อาคิโก๊ะก็รีบออกไป ยูมินทขึ้นห้อง ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู “อ่าว นางฟ้าโทร.หาเรานี้”

 

อานาวินถูกย้ายไปห้องพักธรรม พอย้ายตัวเสร็จ อานาวินรีบนอน นางฟ้านั่งรอ...อานาวินตื่น เสียงโทรศัพท์ดั่งก็ไม่สนใจ อานาวินรู้นางฟ้ากำลังรอการตื่นของเธอ เลยพยายามหลับไม่ยอมลุกไปให้นางฟ้าเห็น

นางฟ้ารู้อานาวินตื่นแล้ว แต่แกล้งหลับ เพื่อหลีกคุยเรื่องที่เธอสงสัย นางฟ้ารู้และเห็นใจที่อานาวินเพิ่งฝืนจากโคม่า เลยตามเลย รออานาวินพร้อมตื่นมาคุย เธอถึงจะคุย

 

คุณแม่เดินเข้าหายูมินทที่กำลังกดเบอร์โทรศัพท์หาใครสักคน

“ยูมินทลูก” คุณแม่ทักทาย

“ครับแม่” ยูมินทหันมารับคำทักทาย

“แม่มีเรื่องอยากคุยด้วย” คุณแม่เปิดประเด็น

“แม่ครับ นี้ก็มืดแล้ว คุณแม่พักผ่อนดีกว่านะครับ ไว้คุยกันพรุ่งนี้” ยูมินทพูดด้วยความห่วงใย

“งันก็ได้” คุณแม่ตอบด้วยรอยยิ้ม

“ผมไปส่งที่ห้องนะครับ” ยูมินทจับมือคุณแม่ไปส่งที่ห้อง

การรออานาวินตื่นนานเกิน นางฟ้ารู้สึกหิ้วขึ้นมา เลยออกไปซื้ออาหาร แต่ลืมโทรศัพท์ที่ห้องพักของอานาวิน พอนางฟ้าออกไป อานาวินตื่น เห็นโทรศัพท์ว่างไว้บนโต๊ะ อานาวินรีบหยิบมันขึ้นมา กดเบอร์ปีมงคล นางฟ้าจำได้ยูมินทโทร.หา แต่เธอไม่รับ เลยคว้าโทรศัพท์ในกระเป๋า แต่ไม่พบ

“อ่า ลืมที่ห้องแน่ๆเลย” นางฟ้ารำพึง  แล้วรีบกลับห้องเอาโทรศัพท์

ปีมงคลพาน้ำรินไปออกมาซื้อของ พอมีสายเข้าจากเบอร์ที่แปลก เลยไม่รับสาย

“ไอ้ปี ทำไรอยู่ว๊ะ ทำไม่ไม่รับสาย” อานาวินหงุดหงิด

นางฟ้ามาถึงห้องพอดี เลยทันได้ฟัง นางฟ้าแกล้งเปิดประตูให้เสียงดั่ง เพื่อให้อานาวินรู้ว่า ตนกลับมา อานาวินได้ยินเสียงประตูดั่งขึ้น เลยรีบว่างโทรศัพท์ไว้ที่เดิม โดยที่ไม่ทันลบเบอร์ปีมงคล ก่อนจะทำท้าหลับ

“โทรศัพท์อยู่นี้นี่เอง” นางฟ้าพูดขึ้น ก่อนจะหยิบมันออกไป

อานาวินหายใจเฮือกใหญ่เลย หลังนางฟ้าออกไป

น้ำรินเลือกซื้อโน้นนี้นั้น เพลินเลย

นางฟ้ารีบกดดูเบอร์ที่อานาวินโทร.ออก โดยมีความหวังว่า อานาวินไม่ลบเบอร์นั้นออก โชคเข้าข้างนางฟ้า เพราะมีเบอร์แปลกที่เพิ่งโทร.ออก นางฟ้าไม่รอช้า รีบโทร.ออกทันที

ปีมงคลเห็นเบอร์แปลกนั้นโทร.มาอีก เลยสงสัย เพราะหลายสายมาก จึงตัดสินใจรับสาย

“สวัสดีครับ” เสียงทักทายจากปลายสาย

“จากเมืองไทยนี้” นางฟ้าคิดในใจ ก่อนจะตั้งสติ “สวัสดีคะ”

“ครับ ขอโทษนะครับ ใครพูดคะ แล้วต้องการสายกับใครครับ” ปีมงคลถามขึ้น

“คุณรู้จักอานาวินไม่คะ อานาวินที่มาเรียนต่อที่ประเทศฟินแลนด์คะ” นางฟ้าไม่ตอบแต่ถามคนในสายกลับ

“ครับ มีอะไรเกิดขึ้นกับวินหรือป่าว” ปีมงคลถามด้วยความตกใจ

“มีอะไรหรือป่าวคะพี่ปี” น้ำรินที่เดินเข้ามาถาม

“สายจากฟินแลนด์ครับ” ปีมงคลตอบสั้นๆ

“พี่อาศิราหรอคะ” น้ำรินสงสัย

ปีมงคลยกมือขึ้น ทำท่าให้หยุดพูดก่อน นางฟ้าได้ยินเสียงผู้หญิงที่พูดถึงอาศิรา เลยได้คำตอบตามที่เธอต้องการ

“คือ จะโทร.มาบอกอาการของคุณอานาวิน ตอนนี้ฝืนแล้ว รอการตรวจจากหมอเป็นครั้งสุดท้ายในวันพรุ่งนี้คะ” นางฟ้ารายงาน

“ครับ แต่คุณเป็นใครหรอครับ แฟนเขาอยู่ไหนหรอครับ” ปีมงคลถามด้วยความสงสัย

“พี่ปี ที่โทร.นั้น แฟนใหม่ของพี่วินป่าว” น้ำรินพูดขึ้น พร้อมกับตีแขนเบาๆ

“ดิฉันเป็นเพื่อนวินคะ ส่วนแฟนนั้น คุณหมายถึงคุณอาศิราล่ะก็ วินไล่เขากลับล่ะคะ” นางฟ้าแจ้งความประสมของเธอ “ยังไง ดิฉันแค่โทร.มาบอกเรื่อง อาการของวินเท่านั้นคะ” พูดจบ นางฟ้าก็รีบว่างสาย

ปีมงคลงงๆกับข่าวที่ได้รับ ทำให้น้ำรินต้องรีบตบหน้าเบาๆเพื่อเรียกสติ

“พี่ปีคะ พี่ปี เป็นอะไรป่าว” น้ำรินถาม

“ไอ้วิน ไล่คุณศิ” ปีมงคลตอบน้ำริน

“พี่วิน ฝืนแล้วหรอเนี๊ยะ” น้ำรินรำพึง

“ไป เราไปฟินแลนด์กัน เรื่องนี้พี่เป็นคนจุไฟ พี่ต้องรับผิดชอบ” ปีมงคลตัดสินใจอย่างเด็ดเดียว  น้ำรินได้แต่ผยับหน้าเห็นเดียว

อาศิราที่เดินออกจากโรงพยาบาล ก็รีบกลับโรงแรม เตรียมเสื้อผ้า เพื่อกลับบ้านเกิด แต่จู่ๆ ก็มีเสียงโทร.เข้ามา

“พี่ศิ อยู่ไหนคะ” เสียงปลายทางที่กังวล

“มีอะไรป่าวคะน้องริน พี่ก็อยู่ที่ฟินแลนด์สิคะ” อาศิราตอบด้วยการกดเสียงเศร้า

“อยู่กับพี่วินหรอคะ พอดีหมอที่โน้นโทร.หาพี่ปีอ่าคะ บอกว่า พี่วินฝืนแล้ว รินขอคุยกับพี่วินหน่อยได้ไม่คะ” น้ำรินพยายามหลอกถาม

“พี่ไม่ได้อยู่กับคุณวินหรอกคะ คุณวินแฟนเขาดูแลอยู่ ตอนนี้อาการดีขึ้นมากแล้วคะ พี่ว่า พี่จะกลับเมืองไทยแล้ว แต่ขอเที่ยวพักใจก่อน” อาศิราตอบน้ำตาไหลออก

“พี่เปิดใจให้พี่กันต์ไม่ พี่กันต์รออยู่นะ” น้ำรินถามขึ้น

“คุณกันต์อ่า เป็นคนดี ดีมาก พี่หักหลังความรู้สึกของเขามามากละ แค่เขาให้อภัย พี่ก็ดีใจมากแล้ว ไม่ต้องถึงกับเขายอมรับพี่หรอก” อาศิรากล่าว

“งันพี่ก็ดูแลตัวเองน๊า” น้ำรินทิ้งท้าย ก่อนจะมุ่งหน้าไปสนามบิน ซึ่งปีมงคลรออยู่ที่สนามบิน

 

ยูมินทเตรียมตัวบินกลับไปเรียนต่อที่ฟินแลนด์ พร้อมกับอาคิโก๊ะ คุณโคโคโรส่งเธอที่ประตู่บ้าน แล้วรถที่บ้านไปส่งเธอที่สนามบิน ยูมินทหลังติดต่อนางฟ้าไม่ได้ ก็รีบร้อนลาคุณแม่ มาที่สนามบิน คุณแม่ปล่อยไป โดยที่ไม่มีข้อแม้ เพราะอาคิโก๊ะขอร้องไว้ เธอบอกว่า เธอก็ไปด้วย 

“พี่ปี ทำใจสบายๆ ตอนนี้เราก็ตามไปแล้วนี้” น้ำรินจับมือปีมงคล

“ครับ” ปีมงคลตอบสั้นๆ ก่อนจะหันมายิ้มให้น้ำรินเพื่อ แสดงถึงความไม่เป็นไร

 

คุณหมอเข้ามาตรวจ ผลออกมา ทุกอย่างปกติ แต่คุณหมอขอดูอาการอีกสักวันให้แน่ใจ เพราะร่างกายของอานาวินฝืนตัวเร็วมาก

นางฟ้ายังคงดูแลอานาวินตามปกติ แต่ไม่ค่อยคุย เพราะเธออยากให้อานาวินบอกเธอด้วยความเต็มใจ

อาศิราแอบเข้ามาดูอาการอานาวินทางกระจกประตูห้อง ทำให้เธอเห็นอานาวินดีขึ้นมาก และนางฟ้าปอนข้าวต้มอยู่ อาศิราก็จะออกไป

ตรงกับเวลาที่ยูมินทมาถึง ก็เห็นอาศิรายื่นมองๆที่ประตู พออาศิราหันมา ทำให้เธอจำได้ว่า นั้นคือคนที่เธอชนที่สนามบิน

“อ่าวคุณเจอกันอีกแล้วนะ” ยูมินททักทาย

“คะ?” อาศิราตอบ มือกำลังปัดน้ำตาออก

“คุณเป็นอะไรป่าว” ยูมินทถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรคะ ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” อาศิราตอบแล้วรีบจากไป

ปีมงคลมาถึงโรงพยาบาลที่อานาวินพักรักษาตัวอยู่ ก็รีบไปที่ห้องอานาวินเลย

ยูมินทรีบเข้าห้อง เห็นเพื่อนรักฝืนแล้ว

“เฮ็ย ฝืนตัวเร็วว๊ะ” ยูมินททักทาย รีบเข้าไปกอด

“ปัญหาที่บ้านเป็นไงบ้าง” อานาวินถามขึ้น

“เรียบร้อย” ยูมินทตอบก่อนจะหันมากอดนางฟ้า “ที่รัก เหนื่อยไม่”

“ไม่เลย แต่เจ็บใจ ผิดหวังกับคนป่วยมากกว่า” นางฟ้าตอบด้วยอารมณ์เสีย

“เกิดอะไรขึ้น?” ยูมินทถามขึ้นด้วยความงง

 

ปีมงคลเปิดประตู่ห้องพักฝืนอานาวินขึ้น ตามด้วยน้ำริน อานาวินที่ยิ้มปริบกำลังจะเล่าเรื่องตลกๆให้ยูมินทฟัง เห็นหน้าปีมงคลเข้ามาพร้อมน้ำริน ใจหนึ่งดีใจที่เขามาเยี่ยมแต่อีกใจก็ใจหายที่เห็นหน้าปีมงคล

“เป็นไงบ้าง สบายดี มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นไม่พออีกหรอ” ปีมงคลถามขึ้น พร้อมกับเข้าไปกระชากเสื้ออานาวิน นางฟ้ากับยูมินทตกใจกันเป็นแถว

น้ำรินเข้าห้าม “ค่อยๆพูดสิพี่ปี” พร้อมกับดึงปีมงคลออกไปด้านนอก แล้วขอให้นางฟ้าและยูมินทออกไปก่อน

“พี่วินเป็นไงบ้างคะ” น้ำรินถามขึ้น

“ทุกอย่างดีครับ น้องน้ำครับ ไอ้ปีเป็นไรของมัน” อานาวินถามขึ้นด้วยความตกใจ

“คือ พี่ศิมาที่นี้ พี่ปีได้ข่าวมาว่า พี่วินไล่พี่ศิไป คือ ที่ไทยทุกคนรู้เรื่องกันหมดแล้ว วันที่พี่วินประสบอุบัติเหตุ เป็นวันเดียวกับที่พี่กันขอพี่ศิแต่งงาน แต่พี่ศิปฏิเสธแล้วบอกความรู้สึกของตัวเองให้พี่กันต์รู้ แต่ไม่ต้องหวงนะ พี่กันต์เข้าใจ ตอนนี้พี่กันต์ก็หายดีแล้วและกำลังจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นนะ ความสัมพันธ์พี่กันต์กับพี่ศิ เหลือเพียงพี่น้อง แล้วพี่ศิก็บินมาดูแลพี่นี้ แต่พี่กลับไล่เขา แล้วบอกว่าพี่มีแฟนใหม่ พี่ปีไม่พอใจที่พี่ทำแบบนั้น เพราะเขารู้สึกผิดมาตลอดที่พี่เป็นคนเสียสละ ความจริงเขาไม่อาจมีความสุขกับรินเลยถ้าพี่ไม่เสียสละและเข้าใจความรักของเรา แต่พี่วินกลับต้องโดดเดียวคนเดียว” น้ำรินจะพูดต่อ แต่อานาวินไม่ฟัง ลุกจากเตียงพร้อมไปเปลี่ยนชุด

“พี่วินจะไปไหนคะ” น้ำรินถามขึ้น

“ไปหาศิ” อานาวินตอบ

น้ำรินจับตัวไว้ “แล้วคิดหรอว่าพี่จะยอมอ่า แล้วพี่ก็ยังออกจากที่นี้ไม่ได้ด้วย”

 “พี่ไม่สน เพราะไม่อยากเสียศิไปอีก” อานาวินตอบ

“น้ำเน่ามากเนอะ” น้ำรินย้อน “ไม่ต้องไปหรอก เดียวช่วงบ่ายๆพี่ศิจะเข้ามา” น้ำรินพูดขึ้น

“หมายความว่าไง” อานาวินไม่เข้าใจความหมาย

“ก็พี่ศิจะเข้ามาดูอาการพี่ทุกวัน วันล่ะสองครั้ง คือเช้ากับเย็น แล้วไม่ต้องถามนะว่ารู้ได้ไง พี่ศิบอกรินว่า ถ้าพี่ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไรเข้าจะรีบกลับเมืองไทย ตอนนี้ขอเวลาพักใจก่อน แล้วตอนเช้าก่อนที่พวกเราจะเข้ามาในห้องนี้ เห็นพี่ศิด้วย และพี่ศิเหมือนร้องไหด้วย ทำให้พี่ปีโกรธมากขึ้น” น้ำรินกล่าว

 

อาศิโก๊ะเช่าห้องข้างๆของยูมินท และนอนพักผ่อน ส่วนยูมินทกับนางฟ้าก็นั่งเคลียร์ปัญหาที่เกิดระหว่างทั้งสองที่ดากฟ้า และยูมินทสัญญาจะพาไปเจออาคิโก๊ะ ทำให้นางฟ้าเชื่อใจยูมินทยิ่งขึ้นที่เธอไม่ปิดบังความจริงที่เกิด

 

อาศิรามาแอบดูอาการอานาวินตามเคย อาศิราแอบมองทางกระจก รอบนี้ไม่เห็นอานาวินอยู่บนเตียงแต่มีลูกโป่งลูกหนึ่ง แขวงอยู่โดยมีตัวอักษรที่ลูกโป่งนั้นว่า Sorry อาศิราเห็นแล้วก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ยื่นมองหาคนป่วยว่าไปไหน

“หาใครหรอครับ” อานาวินที่มาจากด้านหลังเธอ

“คือ...คนป่วยห้องนี้คะ” อาศิราเผลอตอบ ก่อนจะหันมาดูเจ้าของเสียง เมื่อเห็นหน้าอานาวินที่เป็นเจ้าของเสียง ก็รีบหันกลับแล้วจะเดินหน้า

“คุณเห็นลูกโป่งให้ห้องผมแล้วใช่ไม่” อานาวินถามขึ้น แต่อาศิราไม่ฟังเดินหน้าไป อานาวินตาม “มันเป็นของคุณ ผมอยากให้คุณ ผมขอโทษ ผมไม่ได้ต้องการการยกโทษจากคุณหรอก"

อาศิรายังคงเดินหน้าต่อไป อานาวินตาม

“คุณเกลียดผมขนาดนี้เลยหรอ” อานาวินตะโกน

“นี้คุณ นี้โรงพยาบาลนะ” อาศิราหันมาพูดตอบ

อานาวินรีบช่วยโอกาส รีบเข้าไปอุ้มอาศิราแล้วพากลับที่ห้องเธอ

“นี้คุณปล่อยฉัน ทำบ้าอะไรห่ะ” อาศิราโวยวาย

“นี้โรงพยาบาลนะคุณ อย่าเสียงดั่ง” อานาวินยอน

พอถึงที่ห้องอานาวินรีบว่างเธอลง อาศิราหันหลังให้อานาวิน อานาวินเข้าไปกอดอาศิราจากด้านหลัง “ผมขอโทษนะ อย่าทิ้งผมเลย ผมผิดไปแล้ว”

“แต่คุณมีคุณนางฟ้าแล้วที่ค่อยดูแลนะ เธอใจดีมาก” อาศิราพูดขึ้น

“ฟ้าไม่ใช่แฟนผม เขาเป็นแฟนเพื่อนผม” อานาวินตอบ อาศิราโล่งใจ “แล้วตอนนี้แฟนเขากลับมาแล้ว ส่วนผมก็มีคุณ ผมสัญญาว่าผมจะดูแลคุณอย่างดีที่สุด เพราะผมไม่อยากเสียคุณไปอีก”

“หรอ แล้วไล่ทำไมอ่า” อาศิราถามเล่นตัว

“ไม่ได้ไล่นะ แต่ศิเข้าใจแบบนั้นเองนี่” อานาวินตอบตามความจริง “ความหึงของศิอย่างเดียวเลย”

“ก็คนมันรักนี้” อาศิราตอบซึ้ง หันมากอดอานาวิน

“พี่ก็รักศิ รักมาก มากที่สุด ถ้าพี่หายดีแล้ว เราแต่งงานกันนะ ศิ” อานาวินบอกความในใจ

“นี้คือการขอแต่งงานของพี่หรอเนี๊ยะ” อาศิราถาม

“ป่าว ไม่ได้ขอ แจ้งให้ทราบเท่านั้น” อานาวินหน้าค่อยๆเข้าหาอาศิรา

จากเรื่องนี้...

              เราสามารถเห็นได้ว่า เราไม่สามารถเลือกได้ว่า เราจะเลือกอะไร ระหว่าง คนรักหรือว่า เพื่อน เพราะบางครั้งสถานการก็มีส่วนในการตัดสินใจของเราด้วย

และในฐานะที่เราเป็นมนุษย์เราต้องการทำสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว และในฐานะที่เราเป็นมนุษย์เช่นกัน เราก็ไม่สามารถที่จะหนีความผิดพลาดกันได้

  บางครั้งเวลาอาจทำให้ทุกอย่างดีขึ้น เพียงแค่เราต้องอดทนและรอมัน

 

เขียนโดย นักคิดหลังคีย์บอร์ด

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Your My Love



ความเห็น (0)