ดวงเห็น ดวงจำ ดวงคิด ดวงรู้ ซึ่งก็คือ "ญาณรัตนะ" และ ด้วยอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ ของธรรมกาย มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าหน้าตักและความสูงของธรรมกายทุกาย หยุดในหยุดกลางของกลางๆ ดวงธรรม..ต่อๆ ไปจนสุดละเอียดโดยนัยเดียวกัน
ธรรมกายพระโสดาหยาบ ธรรมกายพระโสดาละเอียด ขนาดความสูงและเส้นผ่าสูนญ์กลางดวงธรรม ๕ วาคขึ้นไป
ธรรมกายพระสกิทาคามีหยาบ ธรรมกายพระสอกทาคามีละเอียด หน้าตักความสูงและเส้นผ่านศูนย์กลางดวงธรรม ๑๐ วาขึ้นไป
ธรรมกายพระอนาคามีหยาบ ธรรมกายพระอนาคามีละเอียด ขนาดหน้าตักความสูงและเส้นผ่าศุนย์กลางดวงธรรม ๑๕ วาขึ้นไป
ธรรมกายพระอรหัตหยาบ ธรรมกายพระอรหัตละเอียด ขนาดหน้าตักความสูงและเส้นผ่านศุนยืกลางดวงธรรม ๒๐ วาขึ้นไป
ถึงธรรมกายใด ก็ให้ดับหยาบไปหาละเอียด เป็นธรรมกายนั้นๆ ต่อๆ ไป คือละอุปาทาน ในกายโลกิยะและกายธรรมที่หยาาบกว่า เข้าไปสวมความรุ้สึกเป็นกายโลกุตตระที่ละเอียดๆ ต่อๆ ไป จนสุดละเอียด เพื่อความเข้าถึง รู้ เห็น และเป็นธรรมกายอันเป็นวิสังขาร/อสังขตธรรมที่บริสุทธิ์่ผ่องใส เป็นธาตุล้วนธรรมล้วนที่ปราศจาก ตัณหา ราคะ เครื่องปรุงแต่ง แล้วดำรงอยู่ในธาตุล้วนธรรมล้วนนั้น
"ดวงธรรม" ที่ทำให้เป็นธรรมกายผุ้ทรง "พุทธธรรม" จึงเบิกบานขยายโตเต็มส่วน เต็มธาตุเต็มธรรมของธรรมกาย เมื่อหยุดในหยุดกลางของหยุด กลางของกลางๆๆ ตรงศูนย์กลางดวงธรรมนี้ ก็จะเห็นเป็นดวงใส มีารศมีสว่าง ขนาดเส้นผ่าศุนย์กลางเท่าหน้าตักและความสูงของธรรมกาย
อนึ่ง ดวงเห็น ดวงจำ ดวงคิด ดวงรู้ ที่บริสุทธิ์ ผ่องใส ก็ขยายโตเต็มส่วนเต็มธาตุเต็มธรรม คือมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าหน้าตักและความสูงของธรรมกายด้วเยช่นกัน "ดวงรู้"ของธรรมกายเป็น "ญาณรัตนะ"
เมื่อหยุดในหยุดกลางของหยุด กลางขชองกกลางๆๆ ดวงธรรม ถูกส่วนเข้าศูนย์กลางจะขยายว่างออกไป ก็จะปรากฎ "ดวงอธิศีล" ซึ่งประกอบด้วย ดวงสัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว ๓ ดวง ซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ กันเข้าไปข้าง ในพระโยคาวจรจะเห็นดวงศีลโดยละเอียดอย่างนี้ชัดแจ้ง เมื่อะาตุธรรมแก่กล้าจากการเห็นแจ้งแทงตลอดในอริยสัจ ๔ แล้ว มรรครวมเป็นเอกสมังคีที่พร้อมจะบรรลุธรรมกายมรรค ผล นิพพาน
เมื่อหยุดในหยุดกลางของกลางของหยุด ต่อจากดวงอธิศีล ก็จะถึง "ดวงอธิจิต" ใสสว่างยิ่งขึ้นไป ขนาดเส้นผ่าศุนย์กลางเท่าหน้าตักและความสูงของธรรมกาย ซึ่งจะมีดวงซ้อนกัน ๓ ดวงคือ สัมมาวายาโม สัมมาสติ สัมมาสมาธิ
เมื่อหยุดในหยุดกลางของหยุดต่อๆ ไป ก็จะเห็นดวง "อธิปัญญา" ใสสว่างยิ่งขึ้นไปอีก ขนาดเส้นผ่าศุนย์กลาบงเท่าหน้าตักและความสูงของธรรมกาย ประกอบด้วย ๒ ดวง ใสละเอียดและสว่างยิ่งนัก คือ สัมมาทิฎฐิ และสัมาสังกัปโ)
พระโยคาวจรจะเห็นดวงอธิจิต อธิปัญญา โดยละเอียดชัดแจ้ง ก็เมื่อธาตุธรรมแก่กล้าจากการพิจารณาเห็นแจ้งแทงตลอดในอริยสัจ ๔ แล้ว มรรครวมเป็นเอกสมังคี ที่พร้อมจะบรรลุธรรมกายมรรค ผล นิพพาน
เมื่อหยุดในหยุดกลางของหยุด กลางของกลางต่อๆ ไปก็จะถึง "ดวงวิมุตติ" และ "ดวงวิมตตุญาณทัสสนะ" ต่อๆ ไปจนสุดละเอียดแล้ว ก็จะปรากฎธรรมกายที่ละอียดๆ มีขนาดโตใหญ่ ใสละเอียด และมีาัศมีสว่างยิ่งกว่ากันไปตามลำดับดังกล่าวแล้ว
"ธรรมกาย" อันเป็นกายโลกุตตระที่ปรากฎขึ้นใสสว่างตั้งแต่ต้นนันเอง ที่เป็น "ผู้ตรัสรูป" อริยสัจจธรรมตามที่เป็นจริง เป็นกาย "พุทโธ" คือ "ผู้ตื่น ผุ้เบิกบาน" และในกรณีพระพุทธเจ้าเป็นกายตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณพลวงพ่อวัดปากน้ำท่านจึงว่า คือ "พระพุทธรัตนะ"
"ดวงธรรม" ที่ทำให้เป็นธรรมกาย ที่ประชุมของพุทธธรรมอัมีอริยมรรคมีองค์ ๘ เป็ต้น คือ "พระธรรมรัตนะ"
"ธรรมกายที่ละเอียด" ต่อๆ ไปจนสุดละเอียด คือ "พระสังฆรัตนะ" ผุ้ปฏิบัติและรักษาพระสัทธรรมของพระพุทธเจ้าไว้
เมื่อพระโยคาวจรปฎบัิตได้ถึงธรรมกายที่สุดละเอียดแล้ว พึงฝึกพิสดารกายและฝึกเจิรญฌานสมาบัติ ดังที่ได้แสดงไว้แล้วในบทก่อน ให้ชำนาญดีพอสมควรแล้ว อาศัยญาณรัตนะของธรรมกาย พิจารณาสภาวธรรม บพเพ็ญสติปัฎฐาน ๔ เจริญขึ้นอย่างละเอียด กว้างขวางและรวดเร็ว เป็นอุปการะแก่การเจิรญอภิญญา และวิชชา อันเป็นธรรมเครื่องดับอวิชชามูลรากฝ่ายเกิดทุกข์ทั้งปวงได้อย่างดี มีประสิทธิภาพสูง และสำหรับผุ้ได้รับการอบรมวิชชาธรรมกายชั้นสุงด้วยแล้ว ยังจะสามารรถเจริญวิชชาอันเป็นธรรม "เครื่องช่วยดับทุกข์และบำรุงสุข" แก่ทั้งตนเอง แลละผู้อื่นได้พอสมควรแก่ภูมิธรรมอักด้วย
เพราะฉะนั้น เมื่อได้เจริญภาวนาถึงดวงปฐมมรรคใสสว่างดีแล้ว ใคร่ขอแนะนำให้เจริญภาวนารุดหน้าไปถึงธรรมกายที่สุดละเอียดก่อน ยิ่งถ้าได้กัลยาณมิตรผุ้แนะนำที่ดี ก้จะใช้เวลาต่อธรรมะในช่วงนี้ (คือให้ถึง ๑๘ กายได้) เพียงประมาณ ๒ ชั่วโมงเท่านั้น สำหรับวิะีฝึกพิสดารกาย และวิะีเจิรญฌานสมาบัติ ก็ใช้เวลาไม่มาก แต่ได้ผลคุ้มค่ามหาศาล
ดังที่เคยได้ยินว่า หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านได้เคยกล่าวว่า
"ธรรมกายของจริงในพระพุทธศานา"
"ธรรมกายไม่เคยหลอกลวงใคร"
"ถ้า (ธรรมกาย) บริสุทธิ์กาย วาจา ใจ แล้ว ใช้สมบัติพระจักรพรรด (ภาคผุ้เลี้ยง) ไม่รู้จักหมด"
"ธรรมกาย (ผู้เจิรญวิชชาดีแล้ว) คนหนึ่ง ช่วยคนได้ครึ่งเมือง"
จะจริงเพียงใด ท่านต้องปฏิบัติให้เข้าถึง ให้ได้รู้ เห็น และเป็นด้วยตัวของท่านเอง จะได้ไม่ต้องเชื่อใคร... "หลักและวิธีเจริญสมถะแลวิปัสสนากัมมัฎฐานเบื้องต้น ถึง ธรรมกาย"
