GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ธันวาคม 2549 ห้วงเวลาของการทบทวนชีวิต เพื่อก้าวเดินต่อไปในปีหน้า

"เสียดายที่ชีวิตของคนเราไม่เหมือนกับ Play Station ที่ไม่มีปุ่มเล่นย้อนกลับ หรือคำว่า Game Over เพื่อมาตั้งต้นเล่นกันใหม่ ผลของการกระทำที่คนเราทำลงไปนั้นไม่ว่าจะดีหรือแย่เราก็คงต้องยอมรับ เพียงแต่ว่าจะมีโอกาสให้เราอีกหรือไม่ที่จะทำให้สิ่งนั้นๆ ดียิ่งขึ้น"

ในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี ผมมักจะหาเวลาซักระยะหนึ่งในการนั่งเฉยๆ เพื่อคิดและทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นมาและผ่านไป เมื่อคิดย้อนถึงช่วงปีที่ผ่านมาแล้วลองตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราได้ใช้ชีวิตของเราอย่างคุ้มค่าและเป็นประโยชน์กับคนอื่นมากน้อยเท่าไร คำตอบที่มีให้กับตัวเองบางครั้งก็ปรากฏให้เห็นได้จากรอยยิ้มมุมปากที่นั่งยิ้มอยู่คนเดียว แต่บางครั้งก็เป็นความรู้สึกหนักๆ มึนๆ กับความรู้สึกอยากย้อนอดีตได้เพื่อจะกลับไปทำให้ดียิ่งขึ้น เสียดายที่ชีวิตของคนเราไม่เหมือนกับ Play Station ที่ไม่มีปุ่มเล่นย้อนกลับ หรือคำว่า Game Over เพื่อมาตั้งต้นเล่นกันใหม่ ผลของการกระทำที่คนเราทำลงไปนั้นไม่ว่าจะดีหรือแย่เราก็คงต้องยอมรับ เพียงแต่ว่าจะมีโอกาสให้เราอีกหรือไม่ที่จะทำให้สิ่งนั้นๆ ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวเองแล้วก็ยังมีเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นมากมายในรอบปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นความปลื้มใจที่เห็นลูกศิษย์ได้เป็นมหาบัณฑิตของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล บทความที่ได้ตีพิมพ์ลงอย่างต่อเนื่องทั้งในนิตยสารและหนังสือพิมพ์รวมทั้งใน Blog แห่งนี้ โอกาสที่ได้พูดในรายการวิทยุและงานสัมนาต่างๆ รวมทั้งโอกาสดีๆ ที่ได้ทำงานร่วมกับคนเก่งๆ ทำให้ตัวเองได้พัฒนาขีดความสามารถด้านการตลาด การบริหาร และการศึกษาเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งได้รู้จักกัลยาณมิตรที่ดีๆ อีกหลายท่าน และที่สำคัญผมได้เรียนรู้ชีวิตและได้ใช้ชีวิตที่ดีๆ อย่างคุ้มค่าและมีความสุขที่ได้แบ่งปันคุณค่านั้นให้กับผู้อื่น

ผมค่อนข้างจะมีความรู้สึกกินใจกับแนวคิดของหนังเรื่อง Saving Private Ryan เรื่องของผู้กองจากกองทัพบกสหรัฐฯ ที่พานำทหารหนึ่งหมู่ไปตามหาพลทหารที่ชื่อ Ryan เพื่อส่งตัวเขากลับบ้าน Ryan มีพี่ชาย 3 คนและพี่ชายทั้ง 3 ของเขาล้วนตายจาการรบในสงคราม Ryan เป็นลูกผู้ชายคนสุดท้ายของบ้านที่ยังหลงเหลืออยู่ และอยู่ในใจกลางสนามรบ! กองทัพต้องการเรียกเขากลับบ้านเพราะเป็นเหมือนการตอบแทนความเสียสละของครอบครัวนี้ ส่วนผู้กองพาหมู่ทหารไปตามหา Ryan ก็ต้องประสบเคราะห์กรรมต่างในการที่จะพา Ryan กลับบ้านให้ได้ ทหารหนึ่งหมู่รวม 7-8 คนก็ค่อยๆ ทยอยกันล้มตายเนื่องจากเข้าปะทะกับข้าศึกระหว่างที่ตามหาตัว Ryan จนในท้ายที่สุดตัวผู้กองเองก็ต้องจบชีวิตลง แต่ก่อนที่จะสิ้นใจผู้กองได้เรียก Ryan เข้ามาและพูดผ่านเสียงแหบๆ ของคนใกล้สิ้นใจพร้อมกับเอื้อมมือที่สั่นระริกมาพยายามที่จะแตะตัวเขา และบอกว่า “EARN IT” จากนั้นผู้กองก็สิ้นใจ

ฉากตัดกลับไปที่หลุมฝังศพทหารและวีรชนที่เสียชีวิตจากสงคราม ที่ตรงนั้นมี Ryan ชายแก่วัยปลายคนยืนน้ำตาไหลพรากต่อหน้าหลุมศพของผู้กองและบอกว่า “ผมเป็นคนดี ผมได้ใช้ชีวิตที่ได้รับอย่างคุ้มค่า และเป็นประโยชน์ที่สุดแล้ว” ก่อนจากไป Ryan ทำการวันทยาหัตถ์เพื่อร่ำลาผู้กองแบบทหาร

ผมย้อนกลับมาดูตัวเองจากภาพสะท้อนของภาพยนต์เรื่องนี้เสมอๆ คำถามคือ คนจำนวน 8 คนต้องตายให้กับคนที่เขาไม่เคยรู้จัก เพื่อที่จะปกป้องชายที่ชื่อ Ryan และนำเขากลับบ้าน ผู้กองทิ้งท้ายด้วยคำพูดที่ว่า EARN IT ซึ่งเป็นคำบอกให้ Ryan รู้ว่า นับจากนี้วันเวลาที่เหลืออยู่ในชีวิต จงใช้มันให้คุ้มค่าทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อชาติ สังคมและตัวเอง ถ้า Ryan กลับมาและกลายเป็นพ่อค้ายาเสพติดระดับโลก มันคงน่าเสียดายกับชีวิตคน 8 คนที่สูญเสียอย่างไร้ประโยชน์ เพื่อไปช่วย อนาคตพ่อค้ายาเสพติดคนนี้ออกมาจากสนามรบ แล้วกลับมาฆ่าคนด้วยยาเสพติดหลังสงครามสงบ

สุดท้ายต้องขอบพระคุณ ดร.โอม หุวะนันท์ ที่ให้โอกาสผมใช้ชีวิตที่คุ้มค่าในการปันความรู้ให้กับชุมชนและรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทผ่านมูลนิธิชัยพัฒนา ขอขอบพระคุณวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดลสนับสนุนการทำงานของผมในห้วงปีที่ผ่านมา ขอบคุณอาจารย์ นักศึกษา มหาบัณฑิต เพื่อนๆ บริษัทที่เชิญผมไปเป็นที่ปรึกษาต่างๆ และคนรู้จัก ที่ช่วยส่งเรื่องราวเป็นวัตถุดิบป้อนให้ผมในการทำงาน รวมทั้งขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ช่วยอ่านเรื่องราว และบทความในบล็อกนี้ เพราะท่านยิ่งอ่านมากเท่าไรและนำไปใช้ได้ในชีวิตท่าน ผมก็คงดีใจและคงบอกผู้กองคนที่ช่วย Ryan ว่า ผมก็ได้ EARN คุณค่าในชีวิตผมแล้วครับ

สวัสดีปีเก่า สุขสันต์วันปีใหม่ครับ
บุริม โอทกานนท์
1 ธันวาคม 2549

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 64692
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)