บังกาปู ตอน 10                                                                                       .......วิ่งราว  แล้วมีเสียงวิ่งตึกๆ ตามมาข้างหลัง ไม่ทันได้หันไปดูว่า มีอะไรกัน ก็ถูกคนวิ่งมาชนข้าง หลังอย่างแรงจนหกล้ม กระจาดใส่ถั่วที่เทินบนหัวหล่นลงพื้น ถั่วต่าง ๆ ในนั้นหกกระจายเกลื่อนลงไปที่พื้นตรอกทั่วบริเวณ  ผมนอกจากล้มแล้ว  หัวแม่เท้าข้างซ้ายยังแกว่งไปถูกสังกะสีรั้วข้างซอยที่เป็นแง่แหลมคมอยู่อย่างแรง  บาดเป็นแผลลึกเลือดสาดออกมาทันที  ที่เกิดเหตุนั้น  เป็นตรงหน้าประตูไม้เข้าบ้านหลังหนึ่งพอดีจำได้ว่าเป็นเลขที่ 814  และก็พอดีชายหนุ่มที่อยู่ในบ้านนั้น ที่มาเรือเที่ยวเดียวกันและเดินตามผมมาอย่างบังเอิญ ทราบภายหลังว่าถูกคนที่ชนผม ชนด้วยเหมือนกันแต่เขาไม่ล้ม   เขาเห็นเหตุการณ์ที่ผมถูกชนหกล้ม มีเลือดออกที่หัวแม่เท้า  เขา, ชายหนุ่มเจ้าของบ้านผู้นั้นมีน้ำใจอันอีงามช่วยดึงข้าฯขึ้น  พาข้าฯเข้าไปในบ้านทำแผลให้ข้าฯ ให้ข้าวเย็นข้ากิน พาข้าฯไปฉีดยากันบาดทะยักที่ โรงพยาบาล ศิริราชที่อยู่ใกล้ ๆ และ ออกค่ายาฉีดให้ข้าฯทั้งหมด ก่อนข้ากลับบ้าน เขายังเป็นห่วงว่าข้าฯเจ็บหัวแม่เท้าจะเดินลำบาก เขายังพาข้าฯ ลงเรือที่ท่าหน้าโรงพยาบาลกลับฝั่งกรุงเทพที่ท่าเรือท่าพระจันทร์และให้เงินค่ารถข้าฯอีกด้วย  กับบอกให้ข้าซื้อลอตเตอรี่ไว้บ้างหากมี่เงินเหลือ อาจถูกรางวัลใหญ่กับเขาบ้างจะได้มีเงินมีทองไม่ต้องเดินย่ำตอ๊กต๊อกขายถั่วให้เหนื่อยยากอีก  ข้าสำนึกในความเอื้ออารีของเขาที่มีต่อข้าพฯข้าฯจึงถอดสร้อยข้อมือนิลมีระฆังเงินแฝดห้อยคู่ที่เป็นสร้อยศักดิสิทธิ........( โปรดรออ่านตอน 11 ในตอนหน้า )