บังกาปู ตอนที่ 9........
..........ระหว่างรอการเทียบเสียงกระกิ่งที่ข้อมือผม.กับเสียงกระดิ่งจากแผ่นซีดีนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาถึงที่เกิดเหตุได้เข้ามาหาตัวผู้โดยสารมาในรถทัวร์ที่คนขับหัวใจวายตายเพื่อสอบปากคำ ผมกับลูกชายก็ให้การไปตามจริง ตำรวจไม่ติดใจอะไร ผู้แทนบริษัทรถทัวร์ที่มาด้วยบอกว่า จะจัดรถคันใหม่พร้อมคนขับให้แทนโดยไม่คิดเงินอีก โดยจะให้มารับพรุ่งนี้เช้า จากนั้น เมื่อคณะตำรวจและผู้แทนบริษัททัวร์กลับไปแล้ว ชายเจ้าของบ้าน ก็เปิดฟังแผ่นซีดี ตั้งแต่ต้น “เริ่มด้วยรูปครึ่งตัวของอาบังตามด้วยเสียงบอกว่าเขาเป็นใคร “ ผมชื่อบังกาปูฬเป็นชาวเมืองปูระ ประเทศ อินเดีย..........ก่อนหน้านี้ ผมเป็นหัวหน้าคนงานที่บ่อพลอยแห่งนี้ ต่อมาผมลาออกไปตระเวนหางานในประเทศต่าง ๆ ตามรอยรุ่นพี่ ๆ ผมไปแล้วหลายประเทศจนไปถึงประเทศไทย ไปอยู่รวมกันอย่างแออัดในกลุ่มคนเร่ร่อนไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง ยึดอาชีพขายถั่วทอดตามที่ต่าง ๆในกรุงเทพเช่นคนอินเดียเร่ร่อนคนอื่น ๆ ที่มาก่อน รายได้แต่ละวันน้อยมากแต่ก็ต้องทนทำเพื่อต่อชีวิตวัน ต่อวันว่าสักวันคงจะมีเงินเก็บได้พอเป็นค่าเรือกลับบ้านได้บ้าง จึงสู้อดมื้อกินมื้อไปเรื่อย ๆ วันใดที่ไม่มีเงินซื้อของไปขาย จะไปรับจ้างเป็นกุลีอออออออออออ้ริ่มต้นตอนที่ 14 >>>ทำงานจิปาถะ ทั้งขนผัก ขนปลา ขนผลไม้ต่าง ๆคามคลาดสดพอได้ค่าจ้างรวมกันมากพอ ก็จะผละออกไปขายถั่วทอดต่อเพราะถนัดกว่า ไม่เหนื่อยยากด้วย แม้ผมจะดูต่ำต้อยในสายตาคนไทย แต่ผมเป็นคนรู้คุณคนไม่ลักเล็กขโมยน้อย หรือคดโกงรังแกใคร วันหนึ่ง ผมไปขายถั่วฝั่งธนบุรี ย่านตรอกวังหลังไปทางวัดระฆังโฆสิตาราม เช่นเคย เป็นตอนเย็นช่วงคนกลับจากทำงาน ผมขึ้นจากเรือข้ามฟากเดินเข้าในตรอกวังหลังไปทางวัดระฆัง ไปได้สักพักถึงบริเวณเปลี่ยวหน่อย ทันใด ผมได้ยินเสียงร้องไกล ๆ จากช้างหลังว่าช่วยด้วย ช่วยด้วย.........( โปรดรออ่านตอน 10 ต่อในตอนต่อไป )