ไทยกับเมียนมาร์นับว่าเป็นเพื่อนบ้านกันมาช้านาน เพราะเป็นประเทศท่มีพรมแดนติดต่อกัน จึงส่งผลให้มีความสัมพันธ์ หรือมีความเกี่ยวข้องกันในด้านต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ด้านการเมือง สังคม วัฒนธรรม ด้านการท่องเที่ยว และที่สำคัญนั้นคงหนีไม่พ้นด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมีการติดต่อร่วมมือ และได้ทำข้อตกลงต่างๆร่วมกันมาเป็นเวลานาน เพราะทั้งสองประเทศต่างมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และตั้งแต่ที่เมียนมาร์เริ่มการปฏิรูป เมียนมาร์ได้ให้ความร่วมมือกับไทยในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านแรงงาน การปราบปรามยาเสพติด การอำนวยความสะดวกด้านการข้ามแดน สาธารณสุข การต่อต้านการค้ามนุษย์ และความร่วมมือ เพื่อการพัฒนา ซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศมีดั้งนี้

ด้านการเมือง

                   ในอดีตสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-เมียนมาร์ ส่งผลให้บางช่วงเวลาความสัมพันธ์ไม่ราบรื่น เกิดความหวาดระแวงระหว่างกัน  แม้เมียนมาร์จะถูกคว่ำบาตรจากประชาคมระหว่างประเทศ แต่ไทยในฐานะเพื่อนบ้านติดกัน ก็พยายามคงความสัมพันธ์ที่ดีไว้ และพยายามผลักดันนโยบายเกี่ยวพันเชิงสร้างสรรค์ เนื่องจากเห็นว่าการโดดเดี่ยวเมียนมาร์ โดยไม่พยายามเข้าใจความเป็นจริงในเมียนมาร์ ไม่ส่งผลดีต่อการพัฒนาประชาธิปไตยและสังคมเมียนมาร์ แต่การเปิดโอกาสให้เมียนมาร์ได้รับรู้พัฒนาการความเป็นไป มุมมอง และความคาดหวังของประชาคมระหว่างประเทศ น่าจะช่วยให้เมียนมาร์เข้าใจ และปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาคมระหว่างประเทศ 

ด้านเศรษฐกิจ

                    ในปี ๒๕๕๘ การค้ารวมคิดเป็นมูลค่า ๒๖๑,๙๗๕.๑๒ ล้านบาท (ลดลงร้อยละ ๐.๖ จากปี ๒๕๕๗) ไทยส่งออก ๑๔๐,๗๘๙.๕๕ ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ ๓.๓๒) นำเข้า ๑๒๑,๑๘๕ ล้านบาท (ลดลงร้อยละ ๔.๗๙ เนื่องจากมูลค่าการนำก๊าซธรรมชาติจากเมียนมาร์เข้าประเทศไทยลดลงจากการลดลงของราคาเชื้อเพลิงธรรมชาติในตลาดโลก) ได้ดุลการค้า ๑๙,๖๐๓.๙๗ ล้านบาท เป็นการค้าชายแดนมูลค่า ๒๑๔,๖๙๔.๓๘ ล้านบาท หรือร้อยละ ๘๑.๙๕ ของมูลค่าการค้ารวม

ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

                 ไทยให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เมียนมาร์ ในกรณีภัยพิบัติต่างๆ โดยไทยเป็นประเทศแรกที่ให้ความช่วยเหลือแก่เมียนมาร์ ภายหลังประสบพายุไซโคลนนาร์กีส และเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2555 ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่เมียนมาร์กรณีอุทกภัย จำนวน 2 ล้านบาท โดยเมียนมาร์ได้มอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือแก่ไทยกรณีอุทกภัยปี 2554 เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ไทยได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ เมียนมาร์สำหรับสถานการณ์ในรัฐยะไข่ จำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และล่าสเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2556 ไทยได้มอบเงินสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่หลังเหตุการณ์อุทกภัยที่เมืองเมียวดีจำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ความร่วมมือด้านวัฒนธรรม

ในการช่วงการฉลองครบรอบ 65 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เมียนมาร์ ในปี 2556 ไทยกับเมียนมาร์ได้ร่วมมือกันจัดงานต่าง ๆ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ในระดับภาคประชาชน ดังนี้

  1. งานผ้าสองแผ่นดิน เป็นการเปิดศักราชการฉลองครบรอบ 65 ปี โดยนำผ้าพื้นเมืองของทั้งสองประเทศเป็นตัวเชื่อม เนื่องจากผ้าพื้นเมืองของทั้งสองประเทศมีลักษณะที่คล้ายกัน สะท้อนขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่ใกล้ชิดกัน
  2. การแสดงดนตรี The Melodies of Friendship โดยวงประสานเสียงสวนพลู เป็นการเปิดศักราชแนวดนตรีการร้องเพลงประสานเสียงในเมียนมาร์เป็นครั้งแรก ถือว่าเป็นวงของไทยที่ได้รับคำชื่นชมและได้รับการตอบรับที่ดียิ่งจากสาธารณชนของเมียนมาร์
  3. ด้านศาสนา โดยที่ทั้งสองประเทศนับถือพุทธศาสนาเหมือนกัน ทำให้มีความใกล้ชิดกันในทุกระดับ ในแต่ละปีจะมีการเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาทอดถวายที่เมียนมาร์

ความร่วมมือด้านยาเสพติด

  1. ความร่วมมือด้านการข่าวและปฏิบัติการ โดยแลกเปลี่ยนข่าวสารและจัดตั้งจุดประสานงานใน 3 พื้นที่ ซึ่งมีความพร้อมและมีปัญหาการนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่ประเทศไทย
  2. ความร่วมมือในการลดอุปทานยาเสพติด โดยไทยให้ความช่วยเหลือแก่เมียนมาร์ ในการลดพื้นที่ปลูกฝิ่น ลดการแพร่ระบาดและการค้ายาเสพติดโดยเน้นพื้นชายแดนไทย-เมียนมาร์ เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาอีกมิติหนึ่ง ซึ่งจะลดปัญหาอื่น ๆ ด้วย 
  3. ความร่วมมือด้านวิชาการ โดยไทยให้ความร่วมมือแก่เมียนมาร์ ในการพัฒนาเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดเมียนมาร์ในด้านการปราบปราม การให้ความรู้เกี่ยวกับสารเคมีที่ใช้ในผลิตยาเสพติด การสืบสวนและการดำเนินคดียาเสพติด การตั้งจุดตรวจค้น รวมทั้งการพัฒนาระบบการข่าว และระบบการบริหารจัดการด้านการปราบปรามยาเสพติด

ความร่วมมือทางวิชาการและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาภาพรวม

              ไทยเริ่มให้ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาแก่เมียนมาร์ในรูปแบบของการให้ทุนฝึกอบรม/ดูงาน และไทยได้พัฒนาการให้ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระดับทวิภาคีอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยให้ความสำคัญกับความต้องการของประเทศผู้รับ และความชำนาญของไทยซึ่งมีศักยภาพในสาขาที่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนา เช่น การเกษตร การศึกษา สาธารณสุข โดยรัฐบาลเมียนมาร์สามารถเสนอคำขอรับความร่วมมือทางวิชาการจากรัฐบาลไทยผ่านกระทรวงการต่างประเทศของเมียนมาร์ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางทำหน้าที่ดูแลการรับความร่วมมือเพื่อการพัฒนาจากต่างประเทศ 

                ปัจจุบันการเมืองและความมั่นคงระหว่างไทยกับเมียนมามีความสัมพันธ์ในระดับที่น่าพอใจทั้งในภาพรวมการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และความร่วมมือ มีความใกล้ชิดและการติดต่อสัมพันธ์กันในทุกระดับ โดยเฉพาะในระดับประชาชนไทยมีบทบาทที่แข็งขันและสร้างสรรค์ต่อพัฒนาการทางการเมืองในเมียนมา และได้รับการยอมรับจากประชาคมระหว่างประเทศที่ดีเสมอมา