ต่อจากบันทึกที่ 3137 นะครับ เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ผมลงไปเดินออกกำลังในบริเวณอำเภอด่านช้าง ซึ่งเล็กนิดเดียว แต่ก็เดินไม่ทั่ว เดินเฉพาะริมถนนใหญ่ที่มีไฟสว่าง เพราะมันเปลี่ยว ยังไม่มีคนเลย มีแต่รถแล่นนานๆ คัน
สัมผัสแรกคืออากาศเย็นสบาย น่าจะราวๆ ๒๐ องศาเซลเซียส และหมอกควันหนามาก สัมผัสต่อมาคือ นี่คือ ส่วนหนึ่งของบรรหารบุรี มีหอนาฬิกาบรรหาร-แจ่มใส ศูนย์บริการประชาชนของตำรวจ ก็ชื่อ บรรหาร-แจ่มใส
เราตกลงกันว่าจะขับรถไปชมอ่างเก็บน้ำหุบเขาวง ซึ่งอยู่ห่างออกไป ๒๔ ก.ม. ออกเดินทาง ๗.๓๐ น. ไปหลงหลายตลบกว่าจะไปถึง
เราไปตามถนน ๓๓๓ เลี้ยวขวาเข้าถนน ๓๐๘๖ หวังไปเข้าทางไปอ่างเก็บน้ำตรงวัดพุน้ำร้อน เมื่อใกล้ถึงสาวน้อยเห็นร้านขายแตงโมข้างทาง จึงแวะซื้อพร้อมถามทาง ก็ได้รับคำแนะนำว่าเข้าตรงใกล้ๆ เป็นถนนคอนกรีต แต่เราตาไม่ดี ขับเลยไป ต้องไปกลับรถกลับมาเข้าตรงข้างวัด ทางเข้าจริงๆ เป็นทางลูกรังไปเข้าฝุ่นตลบ ระหว่างทางเป็นไร่อ้อย สัปปะรด ข้าวโพด และมีกล้วยบ้าง เราแวะซื้อเมล่อน และถามทาง เขาบอกว่า ๖ กิโล ให้ไปตามป้ายบอก พอถึงสามแยก มีป้ายบอกว่าลี้ยวขวาไปอ่างเก็บน้ำ ตรงไปเป็นหุบเขาวง ผมเลือกตรงไป พบว่าทางกลายเป็นทางแคบๆ เลียบไร่อ้อย และไร่สัปปะรด จนในที่สุดเข้าไปสวนยางที่ต้นยางยังเล็ก ผมเห็นว่าเกินกำลังของรถของเรา และเส้นทางเปลี่ยวมาก ไม่มีบ้านคนเลย จึงเลี้ยวกลับ ไปเข้าทางที่ป้ายบอกว่าไปอ่างเก็บน้ำหุบเขาวง ถนนจึงกว้างตลอดทาง มีรถเก๋งสวนมาสองสามคัน และถึงป่าชุมชนบ้านพุน้ำร้อน (ป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศ) และอ่างเก็บน้ำหุบเขาวง (๑) ในที่สุด เราจ่ายค่าผ่านทาง ๒๐ บาท เข้าไปชื่นชมบรรยากาศที่ร่มรื่นเย็นสบาย
เราเพิ่งนั่งรถผ่านพื้นที่แห้งแล้ง ไปพบสถานที่ที่มีน้ำมีหญ้าเขียวชะอุ่ม จึงรู้สึกสดชื่นขึ้นทันที เสน่ห์ของที่นี่คือธรรมชาติ ที่ได้จากการรวมตัวกันของชาวบ้าน ช่วยกันจัดการพื้นที่ให้น่าไปเที่ยว โปรดอ่านจากเว็บ จะเห็นว่าเขาจัดการอย่างชาญฉลาดอย่างไร และอย่างหนึ่งคือ ไม่มีไฟฟ้า ใช้ตะเกียงแทน มีรถจอดอยู่แล้วตรงที่จอดหกเจ็ดคัน มีคนนั่งกินอาหารอยู่บนอาคารชั้นเดียวยกพื้นสูงหลังคามุงจากหลังใหญ่ราวๆ สิบคน มีอาคารริมน้ำให้ไปนั่งชมวิวซึมซับบรรยากาศ ผมชวนสาวน้อยขึ้นแพสาวเชือกไปยังแพกลางน้ำ แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีที่นั่งก็ล้มเลิกความตั้งใจ
ตอนนั้นเวลาราวๆ ๙.๓๐ น. คนที่ไปพักที่นั่นหลายคนเดินไปห้องอาบน้ำ สังเกตได้จากมีเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวไปด้วย คนที่ไปพักจะต้องเป็นนักชื่นชมธรรมชาติจริงๆ
ที่จริงตอนค้นหาที่พัก ผมสนใจแพพักที่นี่ (คืนละ ๔๐๐ บาท) แต่เมื่อคำนึงถึงความสะดวกของสาวน้อย ในการใช้ห้องน้ำ รวมทั้งสภาพเดินไม่คล่องแล้ว จึงล้มเลิกความตั้งใจ เปลี่ยนไปนอนค้างที่โรงแรมศรีสุพรรณ ซึ่งสะดวกมาก
สาวน้อยซื้อผักกาดถุงใหญ่ และเรียกให้ผมไปจ่ายเงิน เขาบอกว่า ๒๐ บาท ผมต้องถามซ้ำด้วยความแปลกใจ และในที่สุดก็ซื้อถั่วพูอีก ๑ ถุง ๑๐ บาท กลับมาบ้าน แม่บ้านของลูกสาวบอกว่าเป็นผักกาดเขียว ผัดกินไม่ได้ เพราะขม ต้องดองเสียก่อน เป็นผักกาดดอง ส่วนถั่วพูเขาช่วยเอาไปทำยำถั่วพูให้กิน
ก่อนกลับ เราขับรถไปชมสันเขื่อน ซึ่งมองไม่ออกว่าเป็นสันเขื่อน คือแบนราบไปกับพื้นที่ปกติ มีคนไปกางเต๊นท์นอนพักแรม สองสามคู่พร้อมรถยนต์ อ่างเก็บน้ำหุบเขาวงนี้เล็กมาก ตามเว็บไซต์บอกว่าพื้นที่ประมาณ ๘๕ ไร่
เราขับรถกลับมาแวะซื้อของที่ร้านข้างทาง สาวน้อยซื้อมะม่วงสุก (น้ำดอกไม้) ๑ กิโล กลับมากินที่บ้านพบว่าหวานปะแล่มๆ คงเป็นเพราะเป็นมะม่วงตกเกรด ของดีๆ โดนคัดไปขายที่อื่น
วิจารณ์ พานิช
๑๙ ก.พ. ๖๑
1 ถนนทางเข้า
2 ไปพบทางแบบนี้ก็รู้ว่าหลงทาง
3 กลับรถตรงสวนยาง
4 ถนนลาดยาง ยาวประมาณสองร้อยเมตร<p></p>5 ผ่านไร่อ้อยเขียวชะอุ่ม<p>
</p><p>6 ทางเข้าโลกไร้ไฟฟ้า</p><p>
</p><p>7 ผู้ต้อนรับ</p><p>
</p><p>8 แหล่งท่องเที่ยวระบบนิเวศน์</p><p>
</p><p>9 แพร้านกาแฟกลางน้ำ และแพโดยสารเชือกชัก</p><p>
</p><p>10 แพพักริมอ่าง</p><p>
</p><p></p><p>11 ลานนั่งชมวิว</p><p>
</p>12 โถปัสสาวะไม้ไผ่<p>
</p><p></p><p>13 ที่สันเขื่อน</p><p>
</p><p>14 ถ่ายจากสันเขื่อน</p><p>
</p><p>15 สันเขื่อน</p><p>
</p><p>16 สันเขื่อน</p>
-สวัสดีครับอาจารย์
-น่าสนใจห้องน้ำชาย
-เดี๋ยวจะนำมาปรับใช้ที่บ้านไร่ครับ
-แบบพอเพียงนะครับ
-ขอบคุณครับ