| |
วิจารณ์เรื่องสั้น
เรื่อง นางรำหน้าเปลวเพลิง
ผู้แต่ง ภิธาดา วอนกล่ำ
โครงเรื่องและเนื้อเรื่อง
นางรำหน้าเปลวเพลิง เป็นเรื่องราวของ ‘ชบา’ หญิงสาวที่ถูกยายบังคับให้รำในงานประเพณีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าจำลองในวันอัฐมีบูชา แต่ตัวเธอเองไม่อยากรำเพราะเธอชอบรำในงานที่ทำให้คนรู้จักตัวเธอ เมื่อชบาได้เจอ ‘มณี’ วิญญาณเร่ร่อนที่เมื่อครั้งเคยเป็นคนได้ร่วมรำในงานประเพณีนี้เช่นกัน แต่มณีไม่ศรัทธาและรำแบบไม่ตั้งใจทำให้เธอต้องจบชีวิตลง มณีอยากทำความตั้งใจครั้งสุดท้ายให้เสร็จ คือการได้รำแก้ตัวในงานนี้อีกครั้งจึงพูดให้ชบาเปลี่ยนใจและอยากรำด้วยใจจริง เมื่อถึงเวลาแสดงชบากลับรู้สึกไม่แน่ใจกับการตัดสินใจของตน เธอยอมให้มณีใช้ร่างทำตามความตั้งใจสุดท้าย เมื่อรำเสร็จมณีออกจากร่างของชบาเพราะชบาลังเลใจ ไม่ตั้งใจเต็มที่ทำให้สะเก็ดไฟกระเด็นโดนสไบของชบา ไฟเริ่มลุกแต่ชบาไม่มีเรี่ยวแรงหนี ชบาได้แต่โทษตัวเองกับเรื่องที่เกิดขึ้น ยายของชบาซึ่งเป็นครูของมณีจึงขอให้มณีช่วยชบาเป็นการตอบแทนที่ชบาได้ช่วยให้เธอทำความตั้งใจสุดท้ายสำเร็จ ชบาจึงรอดจากกองไฟนั้นมาได้
เรื่องนี้ผู้แต่งได้สร้างปมขัดแย้งระหว่างยายและชบา คือยายบังคับให้ชบารำในงานประเพณีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าจำลองทั้งที่ตัวเธอเองไม่อยากรำ ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่นำไปสู่การคลายปมได้แก่เหตุการณ์ที่ชบาพบมณี เป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลให้ชบาเปลี่ยนใจกลับไปรำตามที่ยายบอก นอกจากจะมีปมขัดแย้งระหว่างยายและชบาแล้ว ยังมีปมขัดแย้งในใจของชบาด้วย คือชบาลังเลไม่แน่ใจในการตัดสินใจของตัวเอง ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ตามมา
เหตุการณ์ในเรื่องมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันตลอดทั้งเรื่อง เหตุการณ์หนึ่งส่งผลให้เกิดเหตุการณ์หนึ่ง เช่น เมื่อชบาพบกับมณีแล้ว มณีพูดให้ชบาตัดสินใจใหม่ในเรื่องการรำแสดงในงานประเพณีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าจำลองจนชบาเปลี่ยนใจในที่สุด เหตุการณ์นี้นำไปสู่เหตุการณ์ที่ชบาไปบอกยายและให้ยายพาไปซ้อมรำ เป็นต้น
ความสมจริงของเรื่องนี้ไม่เด่นชัดนัก เพราะมีเหตุการณ์ที่ขัดแย้งกับความเป็นจริงในชีวิตมนุษย์ คือ เมื่อมนุษย์เจอสิ่งเร้นลับหรือกล่าวง่ายๆคือ ผีหรือวิญญาณ ตามหลักความเป็นจริงแล้วต้องมีความรู้สึกกลัวหรือตระหนกตกใจ แต่ในเรื่องนี้ผู้แต่งไม่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกนั้นมาสู่ผู้อ่านเลย ทำให้เรื่องนี้ดูไม่สมจริงนัก
การดึงดูดความสนใจของผู้อ่านในเรื่องค่อนข้างเห็นได้ชัด ตั้งแต่การตั้งชื่อเรื่อง นับได้ว่าชื่อเรื่อง ‘นางรำหน้าเปลวเพลิง’ เป็นชื่อเรื่องที่ดึงดูดความสนใจของผู้อ่านพอสมควร เป็นการใช้คำสื่อความหมายของเรื่องได้ละเอียดครอบคลุม การใช้สิ่งเร้นลับมาดึงดูดผู้อ่านก็เป็นที่น่าสนใจ เพราะจะทำให้ผู้อ่านใคร่รู้เรื่องราวต่าง ๆ และติดตามอ่านจนจบเรื่อง
กลวิธีในการดำเนินเรื่อง
การดำเนินเรื่องของนางรำหน้าเปลวเพลิง เป็นการเล่าเรื่องแบบรวดเดียว ไม่มีการแบ่งเป็นบท โดยผู้แต่งเล่าเรื่องผ่านตัวละครที่ชื่อ ชบา เป็นการเล่าเรื่องตามปฏิทิน หากแต่เป็นการเล่าเรื่องซ้อนเล่าเรื่องอีกที คือ ผู้แต่งได้มาเฉลยในตอนท้ายว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเล่าโดยชบาในวัยชรา เป็นเหตุการณ์ตอนท้ายที่ชบาเล่าเรื่องให้หลานฟัง และยังสอนให้หลานรู้จักรักษาประเพณีอันดีงามนี้ต่อจากตนด้วย
ตัวละคร
ตัวละคร หรือ Character คือ บุคคลที่ผู้แต่งสมมุติขึ้นมาเพื่อให้กระทำพฤติกรรมในเรื่อง มีบทบาทในเนื้อเรื่อง หรือเป็นผู้ทำให้เรื่องเคลื่อนไหวดำเนินไปสู่จุดหมายปลายทาง ซึ่งในเรื่องนี้แบ่งออกเป็นตัวละครเอกและตัวละครรอง
ตัวละครเอกในเรื่องนางรำหน้าเปลวเพลิงคือ ชบา ชบาเป็นผู้เล่าเรื่องและเป็นผู้ดำเนินเรื่องจากจุดเริ่มต้นไปสู่จุดจบ ชบาเป็นหญิงสาวที่ชอบรำให้คนอื่นเห็นและชื่นชมตัวเอง เมื่อยายให้ไปรำแสดงในงานประเพณีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าจำลอง เธอจึงไม่อยากไป ในเรื่องนี้แสดงให้เห็นนิสัยของตัวละครที่ชื่อชบา คือ ชบาจะเป็นคนชอบทำอะไรแล้วอยากให้คนอื่นชื่นชมยอมรับ อยากมีบทบาทในสายตาคนอื่น แต่ในตอนจบเรื่องชบาคิดได้และเปลี่ยนความคิดของตนในที่สุด แสดงให้เห็นว่าชบาเป็นตัวละครแบบกลม คือมีทั้งด้านดีและด้านไม่ดี
ตัวละครรองในเรื่องคือ มณี มณีมีบทบาทรองจากชบา มณีเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่ต้องการทำความตั้งใจสุดท้ายให้สำเร็จเพื่อจะได้ไปเกิด มณีจึงโน้มน้าวให้ชบาเปลี่ยนใจกลับไปรำ เมื่อชบายอมให้มณีใช้ร่างของเธอในการรำแสดงในงานประเพณีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าจำลองแล้ว ชบากำลังตกอยู่ในอันตรายเมื่อยายของชบาขอให้ช่วย มณีก็ช่วยชบาไว้ ทำให้เห็นนิสัยใจคอของตัวละครที่ชื่อมณี คือ การไม่ลืมบุญคุณคน ชบาช่วยมณีให้สมหวังในความตั้งใจสุดท้าย และมณีก็ช่วยชบาเป็นการตอบแทน
ฉาก
ฉาก (Setting) หรือสภาพแวดล้อมของตัวละคร เป็นองค์ประกอบสำคัญอีกอย่างหนึ่งของเนื้อหา ฉากหรือสภาพแวดล้อมของตัวละครโดยจะเป็นสถานที่และบรรยากาศที่ให้ตัวละครโลดแล่นไปตามเรื่องราว ฉากอาจจะเป็นสถานที่จริง ๆ ที่มีอยู่ หรือไปดูไปสัมผัสได้
ฉากในเรื่องนี้เป็นหมู่บ้านที่มีอยู่จริงในประเทศไทย คือบ้านทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งในเรื่องได้มีการบรรยายถึงฉากตอนต่างๆ เช่น ฉากที่สระน้ำหน้าบ้าน ฉากที่ลานการแสดง แต่ในเรื่องนี้นับว่าบรรยายฉากไว้น้อย อาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องราวได้ไม่ชัดเจน
สารัตถะ
สารัตถะ คือ ทัศนะที่ผู้แต่งมีต่อชีวิตหรือสารที่ผู้แต่งต้องการจะสื่อให้ผู้อื่นทราบ เรื่องบันเทิงจะมีสารทัศนะของเรื่องก็ต่อเมื่อผู้แต่งมีจุดมุ่งหมายจะให้ผู้อ่านได้เข้าใจเกี่ยวกับชีวิตเพิ่มขึ้นจากการได้รับความเพลิดเพลินอย่างเดียว ดังนั้นเรื่องบันเทิงคดีจึงไม่จำเป็นต้องมีสารัตถะทุกเรื่องไป ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของผู้แต่งและประเภทของเรื่องเป็นสำคัญ
สารัตถะในเรื่องนางรำหน้าเปลวเพลงนั้น ผู้แต่งต้องการนำเสนอการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นที่ลูกหลานควรสืบทอดให้คงอยู่ โดยไม่มองว่าวัฒนธรรมประเพณีนั้นล้าสมัย แต่ควรมองว่าเป็นสิ่งดีงามที่ลูกหลานควรเป็นส่วนหนึ่งในการสืบทอดต่อไป นอกจากนี้ยังมีสาระอื่นๆอีก เช่น สอนให้มีความมุ่งมั่นในการทำสิ่งที่เราต้องการให้สำเร็จตามที่เราหวังไว้ และการตั้งมั่นอยู่บนความไม่ประมาท
การประเมินค่า
นางรำหน้าเปลวเพลิงเป็นงานเขียนประเภทเรื่องสั้นที่สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมประเพณีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าจำลองในวันอัฐมีบูชา ของชาวบ้านทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นประเพณีท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาช้านาน ในต่างจังหวัดวันอัฐมีบูชาอาจเป็นเพียงวันพระทั่วไป แต่สำหรับท้องถิ่นนี้มีประเพณีที่ดีงามที่ควรคู่แก่การสืบทอด แสดงให้เห็นว่าต่างท้องถิ่นต่างก็มีวัฒนธรรมประเพณีแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่ทุกท้องถิ่นล้วนต้องการสืบทอดประเพณีของชุมชนให้คงอยู่ ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา
นอกจากเป็นงานเขียนอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นแล้ว ผู้แต่งยังสอดแทรกข้อคิด ติเตือนใจลงไปในงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ทั้งความบันเทิงและสาระควบคู่กันไป เช่น สอนให้ไม่ประมาท สอนให้มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง และข้อคิด คติเตือนใจที่ผู้อ่านได้รับก็สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน