pt.เป็น Asperger’s syndrome    (Diagnostic clinical reasoning)โดยมีบุคลิกภาพแปรปวน เขาจะรู้สึกไม่ปลอดภัยและกลัว มีภาวะภาวะไม่ไว้วางใจ เจอกันครั้งแรกขณะที่ pt. กำลังจะเข้าศึกษาที่มัธยมปลาย หลังจากเข้าศึกษาได้พบปัญหาต่างๆ


  • ปัญหา
  1. ไม่ส่งงาน ไม่ส่งการบ้าน
  2. คุยกับเพื่อนไม่ได้
  3. สหสัมพันธ์การเคลื่อนไหว
  4. Hypersensitive ต่อการได้ยิน รู้สึกง่ายเมื่อมีคนมาพูด, การทรงตัว, การเคลื่อนไหวของข้อต่อ, การสัมผััส
  5. มีพฤติกรรมแปลกๆ ดมถุงเท้ารองเท้า ก่อนนอน บางทีเอารองเท้าไปไว้ใต้หมอน


อาจารย์ได้มีการพูดคุยกับเขา    (Interactive clinical reasoning)เพื่อทราบถึงปัญหา และร่วมทำกิจกรรมที่ pt. สนใจ เช่น การวิ่งด้วยกันที่สวนสาธารณะ ,ร่วมออกกำลังกายด้วยการต่อยมวย เพื่อสร้างความไว้วางใจ (therapeutic use of self)

หลังจากนั้นพูดคุยกับพ่อแม่พูดคุยเรื่องราวต่างๆ     (narrative clinical reasoning) จากนั้นได้ทราบว่าพ่อแม่นั้นได้คาดหวังสูงต่อ pt. จึงได้มีการพูดคุยเพื่อลดความคาดหวัง และได้ตั้งเป้าหมายต่างๆ

  • การแก้ไขปัญหา

ไม่ส่งงาน : อาจารย์ได้ไปโรงเรียนกับพ่อแม่เพื่อคุยกับครู และได้สังเกตสภาพแวดล้อม และได้เริ่มชวนทำตารางการส่งงาน จนส่งงานได้ตามปกติ

ไม่คุยกับเพื่อนในห้อง (Social participation) : ไม่สามารถทำงานร่วมกับเพื่อนได้ จะแยกตัวเพื่อทำงานคนเดียว อาจารย์จึงเสนอให้พ่อแม่ชวนเพื่อนมาทำงาน สุดท้าย pt. ได้รู้จักการคุยกับเพื่อน และสามารถทำงานกลุ่มกับเพื่อนได้

ปัจจุบัน pt. อายุ 25 ปี เขาสามารถทำงานและมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดย pt.จะเจออาจารย์ เดือนละ 1 ครั้ง ปรับความรู้ความรู้ความเข้าในเรื่องกระบวนการคิด , Long term goal ก่อนหน้านี้คือเดือนละ 3 ครั้ง สาเหตุที่ลดลง เพื่อเขาจะภูมิใจว่าเขาสามารถเรียนรู้ได้ตัวเอง หรือแก้ปัญหาด้วยตัวเอง โดยหากปัญหานั้นยากเกินไปอาจคุยผ่านโทรศัพท์หรือสื่ออื่นๆ

ใช้เหตุผลทาง     (procedural clinical reasoning) เป็นกรอบในการทำให้เกิดแนวคิด ในการประเมิน การค้นหาปัญหาและการประเมิน

การประเมิน

MOTER, volition ,Adl, IADLs


โมเดลหรือกรอบอ้างอิงที่ใช้ (Model/FoR)

• PEOP• MOHO • OT Process