การปฏิบัติวิปัสสนาตามแนวของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยจะให้เริ่มฝึกตามหลักกายานุปัสสนาสติปัฎฐาน ๓ อย่าง คือ ขณะเดินจงกรม (รวมอิริยาบถ ยืน และเดิน) ขณะนั่งสมาธิ และขณะอิริยาบถอื่นๆ ทุกอย่าง ดังจะได้กล่าวต่อไปนี้
- อิริยาบทยืน เป็นอิริยาบทนิ่ง โดยไม่มีการเคลื่อนไหวส่วนใดส่วนหต่งของร่างกาย ลักษณะของการยืนคือ กายทั้งบนและกายส่วนล่างตั้งตรงและนิ่ง ถ้ายังมีกการเคลื่อนไหวอยู่ ก็ไม่เรียกว่า "ยืน" (แต่เป็นกายที่เคลื่อนไหว จะต้องกำหนดที่กายเคลื่อนไหว จะกำหนดการยืนไม่ได้ ต่อเมือกายนั้นหยุดนิ่ง ไม่มีกาีเคลื่อนไหวแล้ว จึงจะกำหนดการยืนได้) ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า "การยืน" การกำหนดหรือการดูการยืนนั้น คือ ให้ทำความรู้สึกทั่วทั้งร่างกาย หรือระลึกรู้ในรูปยืน ซึ่งตั้งตรงอยู่นั้น ไม่ใช่ไปดูที่ขาหรือเท้าที่กำลังบืนอยู่ วิธีกำหนดกายบืนหรือยืนกำหนด มีดังนี้
ให้ยืนตัวตรง และศีรษะตั้งตรง วางเท้าทั้งสองเคียงคู่กัน ให้ปลายเท้าเสมอกันและห่างกันเล็กน้อย มือทั้งสองไขว้กัน เอาไว้ข้าหน้าหรือข้างหลังก็ได้ (เหตุที่ท่านให้ไขว้มือเอาไว้นั้น โดยปกติคนเรา เวลาเดินแขยทั้งสองจะแกว่งไปแกว่งมา ฉะนั้น เพื่อป้องกันมิให้แขนทั้งสองเคลื่อนไหว และเพื่อมิให้กลายเป็น ๒ อารมณ์ จึงต้องใช้มือจับกันเอาไว้นั่นเอง (ทอดสายตาลงต่ำ) ประมาณ ๔ ศอก หรือ ๑ วา หรือระยะภายในไม่เห็นปบายเท้าก็พอขณะที่ทอดสายตาไปตามทางที่เดินนั้น ต้องสังเกตหรือเอาความรู้สึกมารวมไว้ที่อาการก้าวไปของเท้าทั้งหมด เคลื่อนไปหรือก้าวไปแค่ไหน ก็ให้รู้สึกแค่นั้น สวนสายตาที่ทอดไปนั้นจะไม่รู้ศึกว่าเห็นเป็นอะไร เป็นเพียงแต่สักว่าเห็นเท่านั้น ตั้งสติไว้ที่กาย รู้อาการของกายที่กำลัีงยืนตั้งตรงอยู่นั้น แล้วกำหนดหรือภาวนาในใจว่า ยืนหนอๆๆ" ๓ ครั้ง การยืนและการมีสติกำหนดรู้ตัวอยู่เสมอ เป็นการปฏิบัติในอิริยาบถบรรพในสติปัฎฐานสูตร ที่ว่า "เมื่อยืนอยู่ก็รู้ชัดว่ายืนอยู่" (บฺโต วา ฐิโตมฺหีติ ปชานาติ) อย่างนี้เรียกว่ายืนกำหนดในอิริยาบถยืน
ประโยชน์ของการยืน กำหนดอิริยาบถ มี ๕ ประการคือ ทำให้การกำหนดเกิดความต่อเนื่องกัน, จิตเป็นสมาธิไดค่อนข้างง่าย, ทุกขเวทนามีน้อย ใช้พื้นที่น้อยในการกำหนด, ทำลายบัญญัติของรูปยืน เป็นสภาพรู้อาการ, ทำให้เข้าใจสภาพของเหตุปัจจัย อันอิงอาศัยกันและกัอนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
- คู่มือปฎิบัติวิปัสสนา (สายพองยุบ)
