หลักวิปัสสนาภูมิ ๖ ของวิปัสสนากัมมัฎฐาน
ธรรมอันเป้ฯที่ตั้งเป็นทางเดินของวิปัสสนา หรือที่เรียกว่า วิปัสสนาภูมิ นั้นมีอยู่ ๖ หมวด คือ ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ อริยสัจ ๔ และปฏิจจสมปบาท ๑๒ ธรรมทั้ง ๖ หมวดนี้เป็นที่ตั้ง เป็นทาางเดินของวิปัสสนา เมื่อย่อลงแล้ว ได้แก่ รูป กับนาม นั่นเอง ฉะนั้น การกำหนดรูปนามจึงเท่ากับปฏิบัติภูมิทั้ง ๖ ด้วย วิปัสสนากัมมัฎฐานย่อมประกอบด้วยตัวกัมมัฎฐานและผุ้ทำกัมมัฎฐาน สภานที่หรือส่ิงที่ให้กำหนด ได้แก่ รูปนาม คือ ตัวกัมมัฎฐาน วิปัสสนา คือ ตัวสติ (และวิสุทธฺฺิ ๗ พร้อมด้วยโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ) เป็นผู้ทำกัมมัฎฐาน ได้แก่เอาสติเข้าไปตั้งไว้ที่ กาย เวทนา จิต ธรรม แล้วกำหนดรู้รูปนามนี้โดยทางอายตนะภายในกับภายนอกกระทบกัน ในขณะที่รูปนามเกิดเป็นปัจจุบันกาลฉะนั้น วิปัสสนานี้จึงรู้แจ้งเห็นจริงในขันธ์ ๕ คือ รูปนาม อันปรากฎให้เห็นชัดด้วยลักษณะเหมือนกับการเห็นตัวเสือ ก็ย่อมเห็นลักษณะลายของเสือด้วย ฉั้นนั้น ลักษณะของขนธ์ ๕ คือ รูปนามนั้น จึงเป็นอารมร์ปรมัตถ์ของวิปัสสนา ใช้อารมณ์ของวิปัสสนาภูมิ ทั้ง ๖ เป็นฐานในการปฏิบัติวิปัสสนา แต่ในช่วงเริ่มต้นฝึกจะมุ่งเน้นการปฏิบัติโดยใช้ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และ ธาตุ +๘ เป็นพื้นฐานสำหรับผู้ฝึกหัดใหม่ กล่าวโดยย่อ คือการใช้นามและรูป หรือัตตภาพรางกายนั่นเอง
หลักการปฏิบัติตามแนวสติปัฎฐาน ๔ หลักการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ยึดหลักปฏิบัติตามแนวสติปัฎฐาน ๔ และในมหาสติปัฎฐานสูตร ๒๑ บรรพ ทีมีเป้าหมายให้มีสติต่อรูปและนาม ตามธรรมชาติที่มันเกิดขึ้นตามความเป็นจริง มีอยู่หลายวิธีในการกำหนดสติปัฎฐาน ๔ ที่ถูกต้อง ต้องเป็นสติวึ่งมีพระนิพพานเป็นอารมณ์อย่างเดียวเท่านั้น แต่สรุปแล้ว ประชุมลงสู่ตามหลักสติปัฎฐานทั้ง ๔ พระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทธิ-เถร) ได้อธิบายแนวปฏิบัติในหลักสติปัฎฐาน ๔ ไว้ว่า
๑. กายานุปัสสนาสติปัฎฐาน คือ สติตามพิจารณากายเป็นอารมณ์
๒. เวทนานุปัสสนาสติปัฎฐาน คือ สติตามพิจารณาเวทนาเป็นอารมณ์
๓. จิตตาุปสสนาสติปัฎฐาน คื อสติตามพิจารณาจิตเป็นอารมณ์
๔. ธัมมานุปัสสนาสติปัฎฐาน คือ การมีสติต่อธรรมารมณ์...
- บางส่วนจาก "คู่มือการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐาน( สายอิริยาปถปัพพะ หรือ ยุบหนอพองหนอ)

