น้ำหมักกำจัดแมลงวัน นวัตกรรมเพื่อชุมชนสุขภาวะ

ทั้งเมนูสุขภาพและน้ำหมักกำจัดแมลงวัน ถือเป็น “ผลผลิต” ของชุมชนเข้มแข็งอย่างบ้านพงสะตือเพราะเป็นข้อพิสูจน์อย่างดีว่า หากสร้างการมีส่วนร่วมผ่านแกนนำในชุมชน ซึ่งในที่นี้คือ “สภาผู้นำ” ประสบความสำเร็จ กิจการงานใดในชุมชน ล้วนทำได้ไม่ยาก​

ข้อมูลสุขภาพปี 2558 พื้นที่อำเภอตรอน จ.อุตรดิตถ์ โดยโรงพยาบาลตรอน พบมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งจำนวน 22 ราย โดย  17 รายเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด และผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ คือชาวบ้านจากตำบลบ้านแก่ง กับตำบลวังแดง ซึ่งมีการทำนามากที่สุด จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้โรงพยาบาลตรอนค้นหาสาเหตุ ได้พบข้อสันนิษฐานหนึ่ง ว่าพื้นที่ตำบลบ้านแก่ง อ.ตรอน เป็นพื้นที่เพาะปลูกที่สำคัญของ จ.อุตรดิตถ์ โดยเฉพาะข้าว หอม กระเทียม และพืชผัก  การเพาะปลูกส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาสารเคมี ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง เป็นจำนวนมาก และนี่อาจส่งผลต่อสุขภาพของชาวบ้าน

ข้อมูลที่พบนี้ ได้ส่งคืนสู่ชุมชน ซึ่งหมู่บ้านพงสะตือ ต.บ้านแก่ง อ.ตรอน ได้นำข้อมูลนี้เป็นฐาน เพื่อนำไปจัดการแก้ปัญหา หวังให้ชุมชนกลับน่าอยู่อีกครั้ง พร้อมกับขอรับการสนับสนุนและเข้าร่วมโครงการร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อปี 2558-2559 โดยมีการจัดตั้งสภาผู้นำ มีการทำแผนชุมชน และส่งเสริมชาวบ้านปลูกผักปลอดสารไว้รับประทานในครัวเรือน เพื่อมุ่งหวังให้ทุกคนมีสุขภาพดีและสร้างชุมชนให้น่าอยู่ จนประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ

 ต่อมาทางสภาผู้นำของหมู่บ้านพงสะตือได้มีการหารือกันถึงสภาพปัญหาของชุมชนที่ยังดำรงอยู่ พบว่าขณะนี้ชาวบ้านเผชิญกับกองทัพแมลงวันฝูงใหญ่ ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากกองมูลไก่จากฟาร์มไก่รอบหมู่บ้าน ซึ่งมีทั้งหมด 5 ฟาร์มด้วยกัน

 จากปัญหาดังกล่าว ทางสภาผู้นำบ้านพงสะตือจึงได้หาทางออกร่วมกับชาวบ้าน โดยทำน้ำหมักชีวภาพสูตรไล่แมลงวัน เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ซึ่งน้ำหมักดังกล่าวนี้มีส่วนผสมประกอบด้วยเหล้าขาว น้ำส้มสายชู อีเอ็ม กากน้ำตาล ข่า ตะไคร้ นำมาหมัก 21 วัน เมื่อได้ที่ก็นำมาผสมน้ำอัตรา 10 ซีซี : น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นในบริเวณที่เป็นจุดกำเนิดแมลงวัน เช่น กองมูลสัตว์ กองขยะ โดยระหว่างนั้นจะมีสภาผู้นำชุมชนคอยสอดส่องให้มีการฉีดพ่นพร้อมกันทั้งหมู่บ้าน ทำให้ตัวอ่อนของแมลงวันตาย และสามารถดับกลิ่นได้เป็นอย่างดี

ปรารถนา ศรีชาวนา เลขานุการสภาผู้นำชุมชนหมู่ 6 กล่าวถึงมาตรการที่ทางชุมชนกำลังดำเนินการ เพื่อให้ปลอดจากแมลงวันอย่างยั่งยืน ว่าได้ประสานงานกับทางนายอำเภอ เชิญทางผู้ประกอบการฟาร์มไก่ทั้ง 5 แห่งที่อยู่ใกล้ๆ หมู่บ้าน มาร่วมกันทำข้อตกลงกัน เพื่อนำน้ำหมักชีวภาพเข้าไปฉีดพ่นในฟาร์มไก่ด้วยจะได้ช่วยป้องกันการเกิดแมลงวันรุ่นใหม่ และขจัดกลิ่นขี้ไก่ได้อีกทางหนึ่ง


นอกจากนี้ทางสภาผู้นำ ยังได้ทำประชาคมหมู่บ้าน 

สร้างข้อตกลงร่วมกัน 4 ข้อ เพื่อป้องกันแมลงวัน คือ 

1) ทุกครัวเรือนต้องมีการคัดแยกขยะแห้ง ขยะเปียก 

2) ทุกครัวเรือนต้องทำความสะอาดครัวเรือนและตรวจสอบแหล่งก่อให้เกิดแมลงวันในครัวเรือน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง 

3) ทุกครัวเรือนต้องร่วมกันทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะของหมู่บ้าน และปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม เช่น ถนน โรงเรียน ศาลาอเนกประสงค์ ในวันสำคัญต่างๆ 

4) ทุกครัวเรือนต้องปลูกผักปลอดสารพิษอย่างน้อย 5 ชนิด

สมรส มั่นกำเนิด ผู้ใหญ่บ้านพงสะตือ กล่าวเสริมว่า กฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ตั้งขึ้น ล้วนได้รับความเห็นชอบและยอมรับจากชาวบ้านทุกครัวเรือน อย่างเช่น ชวนชาวบ้านปลูกผักปลอดสารพิษ ปรากฏว่าได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านดีมาก ขณะนี้มีมากกว่า 180 ครัวเรือนจากทั้งหมด 191 ครัวเรือนที่หันมาปลูกผัก

 ผลตอบรับดังกล่าว นำมาซึ่งความตระหนักของสมาชิกในชุมชนที่มีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันช่วยสร้างรายได้ในครัวเรือนจากการขายผัก พร้อมทั้งมีการคิดค้นสูตรอาหาร หรือเมนูสุขภาพใหม่ๆ จากผักสวนครัวที่ปลูก ซึ่งได้ทั้งหมด 10 เมนู ได้แก่ ยำหยวก แกงหยวกโบราณ ป่นมะเขือ น้ำพริกกะปิ น้ำพริกน้ำปลาแกงขี้เหล็ก แกงเลียง คั่วหน่อไม้ ขนมจีนน้ำยา และแกงส้มผักรวม

“เมนูสุขภาพที่เกิดขึ้น สัมพันธ์กับวิถีความเชื่อของคนลาวเวียง เช่น ยำหยวก หรือแกงหยวกโบราณ ผู้เฒ่าผู้แก่มักจะบอกสืบกันมาว่า ปีหนึ่งๆ ให้กินหยวกอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อล้างลำไส้ ขณะเดียวกันเพื่อเพิ่มสารอาหารประเภทโปรตีน ก็ใส่งาดำ งาขาว ปลาย่าง ไปในยำหยวกด้วย เวลากินแกล้มด้วยผักสดนานาชนิด ได้วิตามินอีก ส่วนป่นมะเขือ ก็เป็นอาหารที่เหมาะกับผู้สูงอายุและเด็ก เพราะย่อยง่าย และมีรสชาติกลมกล่อม ได้รสชาติหวานจากมะเขือตามธรรมชาติ” ผู้ใหญ่บ้านพงสะตือ อธิบาย

ทั้งเมนูสุขภาพและน้ำหมักกำจัดแมลงวัน ถือเป็น “ผลผลิต” ของชุมชนเข้มแข็งอย่างบ้านพงสะตือเพราะเป็นข้อพิสูจน์อย่างดีว่า หากสร้างการมีส่วนร่วมผ่านแกนนำในชุมชน ซึ่งในที่นี้คือ “สภาผู้นำ” ประสบความสำเร็จ กิจการงานใดในชุมชน ล้วนทำได้ไม่ยาก






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม

คำสำคัญ (Tags)#สสส.#ชุมชนน่าอยู่#สภาผู้นำ#สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)#สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม#พงสะตือ

หมายเลขบันทึก: 644690, เขียน: 12 Feb 2018 @ 18:51 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)