สร้าง “ครอบครัว” ให้เข้มแข็ง

รับมือแม่วัยรุ่นท้องไม่พร้อม

          เธอตัดสินใจอุ้มท้องขณะที่เรียนหนังสือในชั้นมัธยมปีที่ 2 แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนวัยนี้ที่จะตัดสินใจแบกรับความแม่ แต่เพราะไม่อยากทำแท้งเธอและสามีที่อยู่วัยเดียวกัน ยอมที่จะร่วมกันฝ่าฟันปัญหานี้ไปด้วยกัน ชลิตา หะวัน ในวัยอายุ 20 ปีในวันนี้ จึงได้ชื่อว่าเป็น “แม่” ในวัยที่แทบจะไม่มีความพร้อมใดๆ

            ชลิตา ในฐานะตัวแทนเครือข่ายคุณแม่วัยรุ่น จังหวัดสุรินทร์ บอกว่า รู้ว่าตั้งท้องในช่วงสอบเทอมสุดท้ายขึ้นมัธยมปีที่ 3 จึงไม่ไปสอบ ตอนนั้นเครียดและคิดว่าจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร กลัวไปทุกอย่าง ตั้งแต่เสียงนินทาของเพื่อนบ้าน และกลัวจะเลี้ยงลูกไม่เป็น

            “ใจไม่อยากทำแท้งเลย เพราะเป็นลูกของเรา โชคดีที่แฟนไม่ทิ้งไปไหนยังอยู่และสู้ไปด้วยกัน” ชลิตา บอกและว่า แม้แฟนของเธอจะอายุห่างกันไม่มากนัก แต่เขาก็พร้อมที่จะรับผิดชอบและสร้างครอบครัวไปด้วยกัน ทำให้ความไม่พร้อมของแม่วัยรุ่นอย่าง ชลิตาผ่านอุปสรรคมาได้

            เธอบอกว่า ครอบครัวอาจะไม่เหมือนกันอื่นๆ ที่แฟนยังเรียนหนังสือ และตัวเธอเองต้องออกมาเพื่อเลี้ยงลูก แต่ก็คิดว่าไม่เป็นไหรเดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง

            “อายเหมือนกันที่ต้องมาเลี้ยงลูกตั้งแต่ยังเด็ก แต่พอคลอดลูกออกมาก็ไม่สนใจอะไรทั้งหมด เสียงนินทาขอชาวบ้านก็ไม่สนอีกต่อไป รู้แต่ว่าต้องเลี้ยงลูกให้ได้”

            ชลิตา บอกว่าเธอโชคดีที่ครอบครัวช่วยกันแก้ปัญหา สามีก็พร้อมจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อเป็นหัวหน้าครอบครัวแม้จะยังไม่พร้อม ทำให้เธอมีโอกาสไปเรียนต่อการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) หลังคลอด แต่ในช่วงแรกของการคลอดปัญหาใหญ่ของชลิตา คือเลี้ยงลูกไม่เป็นจึงได้สมัครเข้าร่วมเครือข่ายแม่วัยรุ่นของจังหวัดสุรินทร์ เพื่อแลกเปลี่ยนปัญหา สอนการเลี้ยงลูกและช่วยกันแก้ปัญหาให้ชีวิตเดินไปข้างหน้า

            จากประสบการณ์ของตัวเอง ชลิตาจึงบอกว่า ไม่อยากให้ แม่วัยรุ่นที่ตั้งท้องไม่พร้อม หนีปัญหา  แต่อยากให้เดินหน้าแก้ปัญหาอย่างมีสติ เพราะชีวิตยังมีโอกาสและเดินไปข้างหน้าได้เสมอหากยอมรับมันแล้วค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละอย่าง

            “ชีวิตยังมีทางเลือกนะคะ และมีโอกาสตลอดเวลา ถ้าไม่ได้เรียนตอนนี้ คลอดลูกแล้วมาเรียนกศน.ก็จบได้เหมือนกันค่ะ” ชลิตา บอก

            แม้ชลิตาจะเป็นแม่วัยรุ่นที่ท้องไม่พร้อมแต่ด้วยพื้นฐานครอบครัวที่พร้อมจะให้อภัยและรับฟังกันทุกเรื่องทำให้ครอบครัวชลิตาประคับประคองจนเดินผ่านอุปสรรคสามารถเรียนจบการศึกษานอกโรงเรียนได้ตามที่ตั้งใจไว้

            เธอเรียนต่อการศึกษานอกโรงเรียนไปพร้อมกับการเปิดร้านเล็กๆ ขายก๋วยเตี๋ยวที่มีครอบครัวของเธอพ่อแม่และพี่สาวมาช่วยกันค้าขาย แม้จุดเริ่มต้นของครอบครัวของเธอจะไม่เหมือนใคร แต่ก็สามารถเดินไปข่างหน้าได้ เพราะเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่พร้อมและไม่พร้อมต่าง ก็มีปัญหาไม่แตกต่างกันเพียงแต่ต้องมีสติในการแก้ไขร่วมกันไปก็จะหาทางออกเจอ

            ในประเทศไทยมีรายงานว่าในปี 2547-2550 มีแม่วัยรุ่นทั่วประเทศอายุ 10-14 ปี สัดส่วนการคลอด 3.0 และค่อยๆ เพิ่มขึ้นในปี 2551 เป็น 4.8  และวัยรุ่น 15-19 ปีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 136.1 ต่อการเกิดมีชีพ 1,000 คน

            ปัญหาของแม่วัยรุ่น หรือแม่ที่ท้องไม่พร้อม ไม่เพียงต้องแบกรับปัญหาความไม่เข้าใจของครอบครัว หากยังต้องแบกรับความพร้อมในการเลี้ยงลูก เพราะส่วนใหญ่เลี้ยงลูกไม่เป็น และ ปัญหาความยากจนทำให้ไม่มีเงินเลี้ยงลูก ดังนั้นเรื่องราวของแม่วัยรุ่นจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่สังคมจะต้องตระหนักให้มากกว่านี้

            นางฐาณิชชา ลิ้มพานิช ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการเพื่อความเข้มแข็งของครอบครัวไทย จากการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นนี้ เห็นได้ชัดว่า ครอบครัวเป็นสถาบันที่สำคัญยิ่งต่อการกำหนดวิถีชีวิตของบุคคลและความเข้มแข็งมั่นคงทางสังคม การสร้างความรักและความอบอุ่นในครอบครัวจะเป็นเสมือนภูมิคุ้มกันให้สมาชิกครอบครัวปกป้องตนเองให้รอดพ้นจากภาวะวิกฤต และก้าวห่างจากภัยคุกคามในรูปของความรุนแรงต่างๆ

          ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาคมคนทำงานด้านครอบครัวทุกภาคส่วนจะต้องให้ความสนใจร่วมกันในอันที่จะแสวงหาแนวทางการเสริมสร้างดุลยภาพของสถาบันครอบครัวให้สามารถดำรงอยู่ภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย ตลอดจนการพัฒนาความเข้มแข็งและความอบอุ่นให้เกิดขึ้นกับสถานการณ์ครอบครัวไทยอย่างยั่งยืน