สมัยไปทำงานที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อยู่กว่ายี่สิบปี สาวน้อยไปริเริ่มโครงการผลิตวิสัญญีพยาบาลไว้ สำหรับทำหน้าที่ช่วยวิสัญญีแพทย์ซึ่งมีสภาพขาดแคลนในขณะนั้น และยังขาดแคลนอยู่ในปัจจุบัน
บัดนี้ เวลาล่วงเลยมากว่าสี่สิบปี ลูกศิษย์วิสัญญีพยาบาลต่างก็ได้ดิบได้ดี และชวนกันไปเที่ยวหรือกินเลี้ยง และชวนอาจารย์ใหญ่สองคน คือ ศ. พญ. อมรา พานิช กับ ผศ. พญ. มยุรี วศินานุกร ซึ่งอยู่ในวัยเกิน ๗๐ ปี ทั้งคู่ ไปเที่ยวด้วย
วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๑ เขานัดไปเที่ยวกาญจนบุรี เป้าหมายหลักคือไปเที่ยว เมืองมัลลิกา รศ. ๑๒๔ ผมว่างพอดีจึงอาสาขับรถพาสาวน้อยไป และตกลงกันที่จะค้าง ๑ คืน จองโรงแรมได้ที่ รอยัล ริเวอร์แคว รีสอร์ท ในราคาคืนละ ๒,๑๕๐ บาท
เราไปกันทั้งหมด ๘ คน รถ ๓ คัน คันหนึ่ง (๓ คน) ไปกลับภายใน ๑ วัน อีกคันหนึ่ง (๓ คน) ไปนอนค้างที่สังขละบุรี คันสาวน้อยกับผม ค้างที่ริมแม่น้ำแควใหญ่นอกเมืองกาญจน์
เป้าหมายของเรามีง่ายๆ คือ ไปชมสะพานข้ามแม่น้ำแคว แล้วกินอาหารเที่ยงที่นั่น แล้วจึงไปเที่ยวเมืองมัลลิกา
การเดินทางท่องเที่ยวในเมืองไทยสะดวกมาก ไปกาญจนบุรีขับรถสบายกว่าสมัยก่อน เพราะมี Google Map บอกทางสะดวกให้ เขาพาเราไปทางลัด และรถไม่คับคั่ง เราไปถึงบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแควก่อน ๑๑ น.
บริเวณนี้เป็นจุดที่คนนิยมไปเที่ยว คือเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ทางรถไฟสายมรณะ สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ผมสังเกตว่าบริเวณริมสะพาน และชายฝั่งแม่น้ำ ได้รับการจัดภูมิสถาปัตย์สวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยสะอาดกว่าสมัยก่อน
ที่น่าชื่นชมคือเขามีเก้าอี้นั่งพัก และถ่ายรูปกับวิวสะพานได้สวยงาม
จุดที่คนนิยมไปถ่ายรูปคือบนสะพาน มีคนคับคั่ง สักครู่ก็มีขบวนรถไฟมาจอดอยู่พักใหญ่ นักท่องเที่ยวกรูกันเข้าไปเซลฟี่กับหัวรถจักร จนในที่สุดเจ้าหน้าที่รถไฟเข้าไปขอให้คนหลีกออกจากรางรถไฟ ให้ขบวนรถแล่นข้ามสะพาน ขบวนรถไปสุดทางที่สถานีน้ำตก
เราเคยตามเสด็จสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ ไปเที่ยวกาญจนบุรี ดังเล่าไว้ที่ (๑)
เรากินอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร คีรีธารา ที่ใหญ่มาก อยู่ริมแม่น้ำแควใหญ่ เดินไปจากสะพานเพียง ๑๐๐ เมตร เนื่องจากอากาศร้อน เราจึงเลือกนั่งในห้องแอร์ อาหารอร่อยเกือบทุกอย่าง เป็นครั้งแรกที่ผมรู้จัก “มะพร้าวแก้ผ้า” จากที่เขาซื้อจากบริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำแควมาแจกคนละ ๑ ผล เป็นมะพร้าวอ่อนที่เอาเปลือกและกะลาออกหมด เหลือแต่เนื้อและน้ำข้างใน เป็นวิธีเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์การเกษตรที่น่าชื่นชมมาก
ทีมพยาบาลเขา เซอร์ไพร้ซ์ อาจารย์หมอมยุรี ด้วยการเตรียมเค้กวันเกิดมาจุดเทียนร้องเพลงอวยพรวันเกิด แถมยังเป็นเค้กส้มที่อาจารย์หมอมยุรีชอบเสียด้วย แต่เค้กชิ้นโตมาก กินได้ไม่ถึงครึ่งแม้จะอร่อยมาก เราก็โดยน็อคมาตั้งแต่อาหารคาวและมะพร้าวอ่อนแล้ว
จากบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแควไปเมืองมัลลิกา ระยะทางยี่สิบกว่ากิโลเมตร ถนนสี่เลนขับรถสบาย (ถนน ๓๒๓) ทางไปปราสาทเมืองสิงห์ เมื่อไปถึงเอารถไปจอด ทีมพยาบาลก็ไปจัดการซื้อตั๋วค่าเข้าชม ราคาคนละ ๑๕๐ บาท แต่ผู้สูงอายุ (เกิน ๖๕ ปี) ลดเหลือ ๑๐๐
การไปเที่ยวเมืองมัลลิกาให้สนุกต้องสมมติตัวเองให้เป็นคนใน รศ. ๑๒๔ คือ พ.ศ. ๒๔๔๙ สมัยรัชกาลที่ ๕ เริ่มจากไปเช่าชุดไทยโบราณพร้อมเครื่องประดับ ราคา ๒๐๐ - ๓๐๐ บาท ซึ่งนับว่าไม่แพงเลย สำหรับชุดที่สะอาดซักใหม่ และชุดเครื่องประดับครบชุด คือเข็มขัด สร้อยคอ สร้อยหรือกำไลข้อมือ และต่างหู เมื่อแต่งตัวอย่างนี้แล้วก็ต้องมีกล้องถ่ายรูปพร้อมไม้เซลฟี่ ที่ทีมพยาบาลเขาเตรียมมาอย่างดี
แล้วก็ต้องใช้สตางค์แดง หรือสตางค์มีรู ซึ่งแลกได้ในราคา ๑ สตางค์สมัยโน้น = ๕ บาทสมัยปัจจุบัน และที่ “แบงก์สยามกัมมาจล สาขาแพร่ง” และ “สาขาบางรัก” ซึ่งอยู่ในเมืองมัลลิกา การใช้เงินสมัยโบราณซื้อสินค้าในร้านโบราณ แม่ค้านุ่งกระโจมอก ผ้าโจงกระเบน ถ่ายรูปเก็บไว้ น่าจะสนุกสนานชื่นมื่นมาก
คนที่เข้าชมประมาณครึ่งหนึ่งเช่าชุดแต่งกายยุค ๑๑๒ ปีก่อน มีเขยฝรั่งกับสาวไทยหลายคู่แต่งชุดดังกล่าว น่าเอ็นดูดี จากเสียงคุยกัน มีคนพม่ามาชมหลายครอบครัว เพราะที่นี่ห่างจากชายแดนเมียนมาร์ไม่มาก ประเทศไทยต้องมียุทธศาสตร์ทำมาหากินกับคนของประเทศเพื่อนบ้านที่ฐานะดี
สาวน้อยไม่ได้ทำสิ่งเหล่านั้นเลย เราเพียงเดินชมและถ่ายรูป แต่อาจารย์หมอมยุรีกับ ๔ พยาบาล(ไม่)สาวจัดเต็ม และสนุกสนานกันเต็มที่ แต่สาวน้อยแบตหมดตรงตามเวลา คือประมาณบ่ายสามโมง เราจึงลาจากคณะ และขับรถไปโรงแรม รอยัล ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่อยู่ห่างออกไป ๒๔ ก.ม. บนถนนสายเดียวกันคือ ถนนหมายเลข ๓๒๓
เมื่อเจ้าหน้าที่โรงแรมเห็นว่าสาวน้อยเป็นผู้สูงอายุที่เดินไม่ถนัด เขาก็ให้เราจอดรถในที่จอดพิเศษซึ่งอยู่ใกล้ แต่ทางเดินไปห้องพัก ๓๐๗ อาคาร C ก็ไกลพอสมควร ผ่านสระว่ายน้ำมีแต่ฝรั่ง ถามเจ้าหน้าที่บอกว่าโรงแรมนี้คนมาพักส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง ช่วงเวลาที่มากันมากคือเดือน กรกฎาคม สิงหาคม ตอนโรงเรียนปิด เขาขนกันมาทั้งครอบครัว ในช่วงธันวาคม มกราคม ฝรั่งมักมาฮันนีมูน โรงแรมนี้บริเวณกว้างขวางมาก และจัดสถานที่ร่มรื่น ตอนค่ำผมออกไปเดินกินบรรยากาศ ได้ความสงบและสดชื่นมาก ผมชื่นชมมากที่เขาออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมให้ริมแม่น้ำเป็นพื้นที่ทางเดิน และมีม้านั่งให้นั่งรับบรรยากาศแม่น้ำตลอด คือให้ริมน้ำเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับผู้มาพักทุกคน ไม่ใช่เฉพาะคนที่มาพักที่ห้องพักพิเศษเท่านั้น
ตอนค่ำผมชวนสาวน้อยออกไปเดินเล่นชมวิวแม่น้ำ มีร้านอาหารริมน้ำ มีการประดับไฟพอเหมาะ และเปิดเพลงเบาๆ ได้บรรยากาศสงบกับธรรมชาติ ผมเดินคนเดียวออกไปตามเส้นทางภายในรีสอร์ท ได้ฟังดนตรีธรรมชาติคือเสียงจิ้งหรีด
เสียงจิ้งหรีดนี้ดังชัดแข่งกับเสียงไก่ขันเมื่อผมออกไปนั่งเอกเขนกที่ม้านั่งไม้โบราณริมแม่น้ำ เวลา ๖ น. เช้าวันอาทิตย์ที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๑ แต่เสียงจิ้งหรีดอยู่ใกล้ เสียงไก่ขันมาไกลจากหลายทิศทางและหลายระยะทาง ช่างไพเราะเสนาะโสตคนแก่เสียจริงๆ ยิ่งอากาศเย็นสบาย ๒๔ องศา และมีลมเบาๆ พัดมาจากแม่น้ำ ยิ่งให้ความสดชื่น นี่คือการพักผ่อนหย่อนใจที่คนแก่อย่างผมชอบที่สุด โชคดีที่ผมตัดสินใจเลือกโรงแรมนี้ บันทึกช่วงนี้พิมพ์ที่ม้านั่งริมน้ำดังว่า ช่วงนี้นกกาเหว่าร้องประสานเสียงมาจากสองฝั่งแม่น้ำ แทรกขึ้นมา พร้อมๆ กับเสียงนกโพระดก ผมสงสัยว่าคนที่มาพักที่รีสอร์ทนี้มีใครบ้างได้เสพดนตรีทิพย์ชุดนี้
ผมนั่งทำสมาธิ หลับตา เปิดสมองรับโสตสัมผัสเต็มที่เป็นเวลาหนึ่งนาที รู้สึกว่าเสียงดนตรีธรรมชาติยิ่งชัดขึ้นกว่าเดิม ผมทำสมาธิแบบนี้ ๓ ครั้ง ครั้งละประมาณ ๑ นาที ร่างกายและจิตใจสดชื่นขึ้นชัดเจน ได้ยินเสียงปลาฮุบเหยื่อในแม่น้ำด้วย
เวลา ๖.๑๕ น. ฟ้าเริ่มสาง เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทมาปิดไฟ ยิ่งได้บรรยากาศสงบ ผมเดินไปตามทางเดินริมแม่น้ำในรีสอร์ท ที่ด้านในเป็นอาคารเดี่ยวชั้นเดียวหลังใหญ่น่าพักมาก ปลูกอยู่ห่างๆ กัน (มาทราบภายหลังว่า เป็นบ้านจัดสรร มีถนนทางเข้าอีกทางหนึ่ง บ้านหลังหนึ่งประกาศขายพร้อมที่ดินกว่า ๒๐๐ ตารางวา) เดินไปจนสุดทาง เป็นศาลาทรงกลมหลังคาแหลมปลูกยื่นลงไปในแม่น้ำ ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำน่าจะเป็นอีกรีสอร์ทหนึ่ง มองเห็นไม่ชัดเพราะยังไม่สว่างดี ตอนนี้เสียงสารพัดนกระงม และมีเสียงนกกะปูดแทรกขึ้นมา ลมแม่น้ำพัดชัดเจนขึ้น
เมื่อสว่างเต็มที่ ผมก็ชวนสาวน้อยออกไปเดินเล่นชมบรรยากาศยามเช้าพร้อมกับถ่ายรูป ในสวนมีไม้ดอกสวยๆ ได้แก่แคแสด กรรณิการ์ เบิร์ด ออฟ พาราไดซ์ ดาหลา ชิงแดง ขิงชมพู เป็นต้น ที่นี่ปลูกพืชวงศ์ขิงมากเป็นพิเศษ
ที่ริมแม่น้ำฝั่งรอยัล ริเวอร์แคว รีสอร์ท มีการจัดภูมิทัศน์สวยงาม ให้ความแตกต่างจากธรรมชาติรกๆ ของฝั่งตรงกันข้าม ที่ตลิ่งชันและสูง แต่เรือนแพใหญ่หลังคาสีฟ้าอมเขียวที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามก็ให้สีสันในแม่น้ำอย่างดีมาก เราเดินเล่นจนหิว เลยเวลาอาหารเช้า ที่เปิดเวลา ๗.๐๐ น. ไปครึ่งชั่วโมงแล้ว
อาหารเช้าแบบโรงแรมสี่ถึงห้าดาว มีทั้งอาหารฝรั่งและอาหารไทย สาวน้อยถึงขนาดยกย่องว่าคล้ายอาหารเช้าที่เซนทาราเวิร์ล ที่ราชประสงค์ มีกาแฟโบราณกินกับปาท่องโก๋จิ้มนมข้นหวาน และมีการแฟชงจากเครื่อง ผมกดกาแฟม็อคค่าเอาไปให้สาวน้อย เธอชอบมาก ผมดื่มเอสเพรสโซ่อีกแก้ว ผมกินทั้งสลัด และข้าวต้มปลา อาหารอร่อยทุกอย่าง
กินเสร็จคนแก่ต้องไปทำธุระส่วนตัวอีกรอบ แล้วออกไปเดินเล่นและถ่ายรูปเป็นรอบที่สาม พอเวลาเกือบ ๑๐ น. อากาศก็เริ่มร้อน เรากลับเข้าห้องเพื่อรับความเย็น และเตรียมตัวเดินทางกลับ
ขากลับเราแวะซื้อของฝากที่ร้านวิมล และร้านแก้ว พบว่าร้านวิมลเงียบเหงา ร้านแก้วคึกคักมาก เห็นได้ชัดเจนว่าธุรกิจนี้ต้องมีการจัดการให้รถทัวร์เข้าจอด และคงจะมีกลเม็ดวิธีดึงดูดลูกค้ามากมาย เรากินอาหารเที่ยงที่ศูนย์อาหารของร้านแก้ว ข้าวราดแกงมีกับข้าวสองอย่างราคา ๕๐ บาท จานใหญ่มาก หลังจากนั้นก็ให้ Google Map นำทางกลับบ้าน ถึงบ้านก่อนบ่ายสามโมง
วิจารณ์ พานิช
๗ ม..ค. ๖๑
ห้อง ๓๐๗ รอยัล ริเวอร์แคว รีสอร์ท กาญจนบุรี
1 ถนนเส้นทางไปสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแควใหญ่
2 คณะหกสาวกับสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแคว
3 บนสะพาน
4 แฮปปี้เบิร์ธเดย์ อ. หมอมยุรี
5 ที่หน้าเมือง
6 บน สะพานหัน
7 เมืองมัลลิกา
8 ภาพนี้ทำให้ผมคิดถึงชีวิตวัยเด็ก
9 ที่หน้าแพร่ง
10 ร้านขนมหวาน
11 ห้าสาว รศ. ๑๒๔ กับสาว รศ. ๒๓๖
12 ทางเดินริมน้ำใน รอยัล ริเวอร์แคว รีสอร์ท
13 ที่นั่งชมวิวบนศาลาใหญ่
14 หน้าศาลาเล็ก ริมน้ำ
15 จุดหนึ่งที่วิวสวย
16 ดอก

17 Bird of Paradise<p>
</p><p>
</p><p>18 ดอกกล้วยไม้ชี้ทางไปห้องพัก</p><p>
</p><p>19 แคแสด</p><p>
</p>20 ท่านั่งตอน ๖.๑๕ น. พิมพ์บันทึกสลับทำสมาธิ ๑ นาที
















สนามหญ้า ใบไม้เขียวสดสวย ดอกไม้สดใสสดชื่นมากค่ะ
สายน้ำดูสงบเย็น ภูมิสถาปัตย์สวยจริงค่ะ เก็บชื่อไว้เป็นจุดหมายนะคะ ขอบคุณค่ะอาจารย์