การจัดการความรู้กลุ่มคำ....ความห่วงใย.....ความหมางเมิน

  ติดต่อ

  นักเรียนยังมีประสบการณ์ในชีวิตน้อยนัก บางเรื่องบางอย่างครูจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระในการคิด แต่เมื่อเธอเป็นนักเรียนที่ต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน ครูจึงขอบอกให้นักเรียน...ฟังครูบ้าง  

หลังจากที่ ด.ช.คมกฤษณ์  หายไป  ไม่มาโรงเรียนหลายวัน  เป็นหน้าที่ของครูเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่อง  ติดตามนักเรียนต้องทำหน้าที่ในการติดตาม ด.ช.คมกฤษณ์  แล้ว.....วิธีที่รวดเร็วที่สุด  อีกครั้ง คือ  การโทรศัพท์ตามหา

ด้วยความเป็นเด็ก  ของ  ด.ช.คมกฤษณ์   ครูทุกคนให้อภัยเสมอ  เมื่อเธอไปหลงกับเทคโนโลยีทันสมัย เล่นเกมคอมพิวเตอร์  ทุกวัน  จนไม่อยากมาโรงเรียน

ครูอ้อย.....เข้าใจ....ด.ช.คมกฤษณ์  เป็นอย่างดีที่ติดคอมพิวเตอร์อย่างงอมแงม  นั้นเป็นอย่างไร  และจะแก้ปัญหาอย่างไร

ครูอ้อยคอยที่จะได้พบ ด.ช.คมกฤษณ์ ที่จะมาโรงเรียนในวันแรก

ครูอ้อยคิดถึง  ความน่ารักของเธอ  เธอเป็นเด็กว่าง่าย รักครูอ้อย  และเป็นเดือดร้อนกับครูอ้อยทุกครั้งที่ครูอ้อยมีงานเร่งรัดมา  และทำไม่ทัน  เธอก็จะมาช่วยอย่างเต็มใจ  ด้วยความรักคุณครูของเธอ

แต่ครูอ้อยก็ไม่พบ  ด.ช.คมกฤษณ์  สักที  ต่างคนต่างมีหน้าที่  แต่ครูอ้อยก็ยังค้างคาใจ.....ที่ด.ช.คมกฤษณ์  เป็นเด็กดี.....ไม่น่าที่จะไปติดการเล่นเกม และเป็นหนทางไปมั่วสุมกับเพื่อนนักเลงในละแวกบ้านของเธอ

ด้วยความเป็นห่วง..ติดตามนักเรียน..บ่อยนัก  ..

นักเรียน  ด.ช.คมกฤษณ์  จึงมองครูอ้อยแบบหมางเมิน  เหมือนไม่เคยมีบางเรื่องที่เราเข้าใจกัน

ถึง ด.ช.คมกฤษณ์  จะบอกว่า..ผมไม่ชอบกินไข่เจียวแล้ว  ทั้งที่ผมเคยชอบไข่เจียวเป็นที่สุด

ครูอ้อยก็ไม่เคยว่า

เพราะครูอ้อยรู้ว่า....ความห่วงใยมีมากเกินไป.....จนเธอหมางเมินครู

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษาจัดการความรู้

หมายเลขบันทึก: 64372, เขียน: , แก้ไข, 2012-06-07 21:46:19+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #มิตรภาพ#diary#ครูอ้อย#ด้วยรัก#คุณบอน

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (1)

มีความห่วงใยที่ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ และทำให้ผู้เป็นครูเกิดความรู้สึกที่หมางเมินได้เช่นกันนะครับ

 

มีนักศึกษาอีกคนหนึ่งที่อยู่ในความดูแลของครู ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของนายบอน เขาไม่อยากเรียน ครูไปตามถึงหอพัก ให้เพื่อนไปบอกมาพบ แต่นักศึกษาคนนี้ จะพยายามหลบหน้าครูท่านนี้ทุกครั้ง ครูท่านพยายามให้โอกาส แต่นักศึกษาคนนี้ ยากเกินจะเยียวยา เขาไม่จบครับ และหายจากสถาบันไปอย่างเงียบๆ

ครูท่านนี้ ยังคงสอบถาม ติดตามข่าวนักศึกษาคนนี้ ด้วยความห่วงใย และปรารถนาดีในอนาคตของเขาเช่นเดิม และยังให้กำลังใจ ให้คำแนะนำที่ดีผ่านเพื่อนของอดีตนักศึกษาคนนี้อยู่เสมอ


แม้อดีตนักศึกษาท่านนี้ จะไม่กล้าที่จะเผชิญหน้าครูท่านนี้ เพราะเขินอายกับความล้มเหลวของเขาในอดีต แต่เขายังคงคิดถึงครูท่านนี้ทุกครั้ง และพยายามช่วยเหลือครูท่านนี้ผ่านทางเพื่อนๆที่มีโอกาสพบปะกับครูท่านนี้ อยู่เสมอ

มีหลายครั้งที่คุณครูท่านนี้ของนายบอน บ่นให้ฟังอยู่บ่อยๆ เพราะอะไรทำให้เขาไม่กล้ามาพบครู หมางเมินครูไป
ครูทำอะไรผิดไปหรือเปล่า

 

ความจริงแล้ว นักศึกษาคนนี้ รู้สึกผิดต่างหาก ที่ไม่สามารถทำสิ่งที่รับปาก และสัญญาต่อหน้าคุณครูท่านนี้ได้เลย ในช่วงที่เรียนอยู่

นายบอนต้องแอบพาคุณครูท่านนี้ ไปเยี่ยมที่หอพักของเพื่อนนักศึกษาคนนี้ ซึ่งเขาก็นกรู้ แค่เห็นรถกระบะของคุณครูอยู่ไกลๆ  ก็รีบเผ่นหนีออกมาทันที ไม่กล้าสู้หน้า

คุณครูท่านนี้ ห่วงในเพื่อนคนนี้ของนายบอนมากจริงๆ คิดอยู่ตลอดว่า ทำไมเขาถึงพยายามลบหน้า ย้ายหอพักบ่อยๆ

แต่ถึงจะย้าย คุณครูก็มักจะตามไปเยี่ยมเสมอ แต่ก็ไม่เคยพบหน้าสักครั้ง

 


จนถึงวันเวลาที่นักศึกษาท่านนี้ ถูกคัดชื่อออกจากสถาบัน

มีสิ่งที่ยังคงคลางแคลงใจอยู่ว่า ทำไมนักศึกษาคนนี้ จึงไม่กล้าพบหน้าครูท่านนี้ ที่พูดว่า

รู้สึกผิดต่างหาก ที่ไม่สามารถทำสิ่งที่รับปาก และสัญญาต่อหน้าคุณครูท่านนี้ได้เลย ในช่วงที่เรียนอยู่

เป็นคำแก้ตัวที่ให้ผู้ฟังรู้สึกสบายใจจริงหรือไม่

วันหนึ่งหลังจากที่เขาถูกคัดชื่อออกจากสถาบันมาได้ 4 ปี เขาพบกับนายบอนอีกครั้ง

อาจารย์เป็นอย่างไรบ้าง ฝากของขวัญนี้ไปให้อาจารย์หน่อยสิ

.... สีหน้าที่เปลี่ยนไปของคุณครู เมื่อเปิดดูของขวัญกล่องนั้น  สีหน้าที่ไม่เคยปรากฏมาเลย เมื่คุณครูพูดถึง หรือนึกถึงนักศึกษาคนนี้ ก็เกิดขึ้น


คำแนะนำของครูท่านนี้ในวันวาน  เป็นการกระตุ้นให้อดีตนักศึกษาคนนี้ ค้นพบตัวเอง เดินในแนวทางของตัวเอง เมื่อเรียนไม่จบปริญญาตรี แต่มีความสามารถพิเศษเรื่องเครื่องยนต์กลไก ก็สามารถที่จะมีกิจการส่วนตัวของตัวเองได้

 

ในขณะที่เพื่อนๆและคุณครูท่านอื่น ไม่ได้สนใจใยดีกับนักศึกษาท่านนี้มากนัก ตัดหางปล่อยวัดไปเลย เพราะดูไม่มีอนาคต แต่คุณครูท่านนี้ได้มองไกลกว่านั้น

ถึงแม้สิ่งที่ครูท่านนี้ พยายามจะสื่อสารและบอกให้ศิษย์รัก ให้รับฟังคำแนะนำของครูบ้าง ในวันวาน ไม่ค่อยได้รับการตอบสนองแต่อย่างไรเลย

แต่ในความเป็นจริงแล้ว คำแนะนำอันมีค่าเหล่านั้น ความห่วงใยที่ไม่เคยมีครูคนใดมอบให้ และเห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์ของตัวเขามาก่อน

ทำให้คนที่ดูเหมือนจะไม่มีอนาคต กลับเป็นบุคคลที่มีคุณค่าต่อสังคมมากยิ่งขึ้น

แม้ผลงานที่ปรากฏ ไม่สามารถปรากฏออกมาเป็นรูปธรรมแห่งความสำเร็จที่สัมผัสออกมาได้
ไม่มีใบปริญญาบัตร ภาพถ่ายแห่งความสำเร็จ การได้ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศเหมือนกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน

แต่กล่องของขวัญที่คุณครูได้รับ และรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของคุณครูที่นายบอนและเพื่อนๆน้องๆที่ห้อง
lab  ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนในช่วงระยะเวลา 7 ปีนั้น

เหนือคำบรรยายจริงๆ