ลักษณะอย่างหนึ่งของความโง่ คือไม่รู้จักจำ ทำผิดซ้ำๆ ไม่รู้จักเรียนรู้-แก้ไข ผิดมันอยู่นั่นแหละ! 

เราอาจภูมิใจในความฉลาดเหลือเกิน แต่เคยฉุกคิดไหมว่า เช่น ทะเลาะกับแฟนกี่ปีๆ ก็ไม่เห็นจะแก้ไขอะไรได้

แถมมีเรื่องกะเจ้านาย / โดนเอาเปรียบ / จิตตกเรื่องเดิมๆ  ...กี่ปีๆ ก็ซ้ำๆ เหมือนเดิม

แบบนี้ สรุปว่าเราโง่ได้ไม๊ครับ

.

แต่พอเวลาโดนบอกว่าโง่ (แค่บอกนะ ยังไม่ได้ด่า) เราก็ฉุนขึ้นมาทันที !

อ้าว... แล้วแบบนี้ไม่เรียกว่าโง่แล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะ ?

คือคนเราไม่ยอมโง่ง่ายๆ หรอกครับ...  ไม่ว่าเกิดเรื่องอะไร เราก็โทษคนอื่นไว้ก่อน

มันผิด กรูไม่ผิด ...เราจะได้รู้สึกว่ายังฉลาด สมาร์ทฟอร์เอฟเวอร์ 

.

จริงๆ แล้วความฉลาดจะเกิดขึ้นทันที  เมื่อเรารู้ว่า เราโง่เรื่องอะไรบ้าง

เมื่อใดที่เรายอมรับตัวเองว่าโง่ เราจะเริ่มไม่โทษคนอื่น แล้วหันมามอง-มาหาทางแก้ที่ตัวเอง

อันนี้แหละ เราจะเริ่มมีสติ เริ่มมีปัญญา

เชื่อเถอะครับ ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในจิตใจเรา เราเป็นส่วนหนึ่งในปัญหานั้นๆ ด้วยแน่นอน

เพราะความทุกข์เกิดที่จิตเรา ไม่ได้เกิดในอากาศ

.

ถ้าทุกคนมุ่งแก้ปัญหาที่ตัวเอง เลิกโทษคนอื่น ปัญหาจะลดลงแค่ไหน คิดดูนะ... 

 รถเฉี่ยวกัน ถ้าทั้งคู่ลงมาบอกว่าขอโทษว่าตัวเองผิดทั้งคู่ ปัญหาจะเกิดไหม ?

เราทะเลาะกับคนอื่น ถ้าดูว่า เอ้... เราทำอะไรมันถึงเกิดเรื่อง  

ไม่ใช่เที่ยวไปหาว่าทำไมมันทำแบบนี้วะ ...แบบนี้โอเคกว่าไหมครับ

แม้แต่เราโดนเอารัดเอาเปรียบ ก็มาดูว่า เอ๊ะ เราโง่แบบไหนเนี้ยะ  เขาถึงเอาเปรียบเราได้

ผู้มีปัญญา เพ่งโทษตัวเองก่อน...

.

ธรรมชาติมนุษย์เกิดมาพร้อมความโง่ เราจึงต้องเรียน 

ถ้าเกิดมาแล้วฉลาด โลกนี้ไม่ต้องมีโรงเรียนก็ได้ ! ... จริงไหมล่ะครับ

ออกจากโรงเรียนแล้วก็ยังต้องเรียนรู้ชีวิต ...ชีวิตเป็นอะไรที่ไม่มีวันเรียนจบ

 ฉะนั้น จะดีกว่าไหมครับ ถ้าเรายอมรับว่าเราน่ะ โง่ !

เพราะไม่ว่าฉลาดแค่ไหน ก็ไม่มีวันรู้ไปเสียทุกเรื่องหรอก

 หน้าที่ของชีวิต คือ เรียนรู้ชีวิต แก้ไข พัฒนา ไปเรื่อยๆ จนลมหายใจสุดท้าย

เราหยุดเรียนรู้เมื่อไหร่  เราก็จะผจญกับปัญหาโดยไม่รู้ตัว 

เวลาไม่รู้ นี่ไม่รู้จริงๆ... เรียกว่า ไม่รู้ว่าไม่รู้

.

เมื่อไม่รู้ว่ามีปัญหาสะสมอยู่ แล้วเที่ยวแต่ไปมอง-ไปโทษคนอื่นทุกวันๆ

ปล่อยปัญหาให้คาราคาซัง เรื้อรังเกาะกินหัวใจ มันก็จะทำลายสุขภาพไปเรื่อยๆ

ที่เราป่วยๆ ไม่แข็งแรง ไม่ใช่เพราะเพียงไม่ได้ออกกำลังกาย แต่เพราะเครียดสะสม

เครียดสะสมนี่แหละ ทำให้ป่วยได้มากกว่าปัจจัยอื่นๆ ทั้งหมด !

การไม่รู้ว่าตัวเองโง่  ไม่ยอมเรียนรู้ จึงเป็นการที่เราทำร้ายตัวเราเอง !

.

พระท่านว่า บาปที่สุด คือความไม่รู้  ครับ

.