จุดเริ่มต้นเล็กๆ จาก “ขยะ” สู่ระบบสวัสดิการบ้านโปร่งตะแบก

จุดเริ่มต้นเล็กๆ จาก “ขยะ”

สู่ระบบสวัสดิการบ้านโปร่งตะแบก

            บ้านโปร่งตะแบก ม.8 ต.พุคำจาน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เป็นชุมชนขนาดเล็ก 50 หลังคาเรือน มีทางหลวงหมายเลข 3334 เป็นถนนสายหลักของหมู่บ้าน สามารถเชื่อมต่อไปยังเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ทุกๆ วัน โดยเฉพาะวันหยุดหรือช่วงเทศกาล ถนนสายนี้จะเต็มไปด้วยผู้สัญจรจำนวนมากที่มุ่งหน้าไปยังแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนสุดฮิตของ จ.ลพบุรี และนี่เองกลายเป็นปัญหาที่ชาวโปร่งตะแบกกำลังเผชิญ

          นั่นคือ ปัญหาขยะ เมื่อรถที่สัญจรไป-มากับถนนเส้นนี้ต่างทิ้งขยะถนนลงสองข้างทาง กลายเป็น “ขยะอวกาศ” ไม่รู้แหล่งที่มา ใครเป็นคนทิ้ง แต่คนที่ต้องเก็บ ต้องรับผิดชอบ คือชาวบ้านที่อาศัยอยู่ นับวันขยะที่กลาดเกลื่อนสองข้างทางก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นภาพที่ไม่น่าชวนมอง หากปล่อยไว้เช่นนี้ บ้านโปร่งตะแบกคงเต็มไปด้วยขยะอย่างแน่นอน

              ดังนั้นชาวชุมชนจึงลุกขึ้นมาแก้ปัญหาด้วยการจัดทำโครงการ “การจัดการขยะแบบยั่งยืนเพื่อชุมชนน่าอยู่ หมู่บ้านโปร่งตะแบก       ต.พุคำจาน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี” โดยขอรับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมีแนวคิดว่า การแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืนได้ ต้องเริ่มจากในครัวเรือนให้ได้ก่อนเป็นลำดับแรก

            ชาญณรงค์  ดีบุกคำ ผู้รับผิดชอบโครงการ อธิบายว่า หากคิดจะแก้ปัญหาข้างนอกบ้าน ก็ต้องเริ่มจากในแต่ละครัวเรือนให้ได้ก่อน     จึงได้ส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนมีการคัดแยกขยะ ทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะเปียก ขยะไซเคิล และขยะอันตราย โดยขยะทั่วไปก็ให้ทิ้งลงถังขยะเพื่อรอรถมาจัดเก็บ หรืออันไหนขายได้ก็ให้เก็บรวบรวมไว้ขาย ส่วนขยะเปียกจำพวกเศษอาหารก็ส่งเสริมให้นำไปทำเป็นปุ๋ยหมัก ส่วนขยะรีไซเคิ่ลก็จะมีการนำมาประดิษฐ์เป็นข้าวของเครื่องใช้ ส่วนขยะอันตรายก็แยกไว้เพื่อให้รถมาเก็บไปจัดการตามวิธีการที่ถูกต้อง ซึ่งเมื่อทุกครัวเรือนมีการคัดแยกแล้ว ทำให้ปริมาณขยะในแต่ละวันลดน้อยลง ขณะเดียวยังทำให้ทุกคนรักในความสะอาดไม่ทิ้งขยะตามข้างทาง

             วันอาทิตย์ของแต่ละสัปดาห์จะมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยวันอาทิตย์แรกของเดือน ชาวบ้านจะร่วมใจช่วยกันอออกเก็บ “ขยะอวกาศ” ริมถนนสายหลัก และถนนภายในหมู่บ้าน ส่วนวันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 2-4 จะมีแกนนำชุมชนและน้องๆ เยาวชน ปั่นจักรยานช่วยกันเก็บขยะภายในหมู่บ้านของตัวเอง และหมู่บ้านข้างเคียงครอบคลุมทั้งตำบล ซึ่งระยะทางปั่นจักรยานแต่ละครั้งประมาณ 30 กิโลเมตรต่อวัน พร้อมกันนี้จัดทำป้าย “ถนนสะอาด หน้าบ้านน่ามอง” ติดริมถนน เพื่อรณรงค์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนช่วยกันรักษาความสะอาดอีกทางหนึ่ง

             “ขยะเปลี่ยนเป็นเงิน” เป็นวิธีการที่ดึงความสนใจของชาวบ้านให้หันมาเข้าร่วม เพราะเห็นคุณค่าขยะแปรเปลี่ยนเป็นเงิน สร้างรายได้ให้ครัวเรือน  ต่อยอดสู่ตลาดนัดขยะ และธนาคารขยะ ที่ทุกๆ คนจะมีสมุดบัญชีเพื่อเป็นสวัสดิการให้กับคนในชุมชนด้วยกัน

            จิตตานันทิ์ พรนิรากรณ์ แกนนำโครงการ กล่าวถึงธนาคารขยะว่า ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน จะจัดตลาดนัดขยะ โดยให้ชาวบ้านที่คัดแยกขยะไว้นำมาขายกับผู้รับซื้อในราคาที่เป็นธรรม ส่วนเงินที่ได้จากการขายขยะจะถูกนำมาเข้าบัญชีธนาคารขยะของแต่ละครัวเรือน เพื่อนำเงินดังกล่าวมาใช้เป็นสวัสดิการแก่สมาชิก คล้ายเก็บเงินค่าสวัสดิการวันละ 1 บาทหรือปีละ 365 บาท แต่สมาชิกไม่ต้องจ่ายเงิน เพียงเอาขยะมาจ่ายแทน เงินส่วนเกินจะนำไปหักค่าใช้จ่ายในกลุ่มออมทรัพย์ หรือค่าน้ำประปาหมู่บ้านยูนิตละ 1 บาท หากใครจะเบิกเป็นเงินสดไปใช้จ่าย ก็สามารถทำได้เช่นกัน วิธีดังกล่าวนี้ ถือเป็นการช่วยลดรายจ่ายและสร้างความมั่นคงทางสวัสดิการให้แก่คนชุมชน


           “หลังจากทำโครงการมาได้1 ปี พบว่า ขยะริมถนนลดน้อยลง มีครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการมากกว่าร้อยละ 95 โดยเรามอบป้ายให้บ้านที่เข้าร่วมโครงการ คัดแยกขยะต้นทาง และแม้จะจบโครงการไปแล้ว แต่เราก็ยังจะทำกันต่อไป ยังคัดแยกขยะ ยังต้องปั่นจักรยานเก็บขยะเหมือนเดิม เพื่อชุมชนจะได้สะอาด “หน้าบ้าน น่ามอง” จิตตานันทิ์ กล่าว

          การจัดการขยะของหมู่บ้านโปร่งตะแบก จะไม่ประสบความสำเร็จหากขาดพลังจากเด็กและเยาวชนที่มีจิตอาสา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเองและชุมชน และเป็นตัวจุดประกายให้ผู้ใหญ่ออกมาช่วยกัน

            ด.ญ.สมฤดี  นิรากรณ์ เยาวชนจากบ้านโปร่งตะแบก กล่าวว่า ภูมิใจที่ได้ช่วยชุมชน ซึ่งไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง เพราะเราทำเพื่อส่วนรวม ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการชวนเพื่อนๆ ไปเก็บขยะด้วยกัน สนุกและได้เงินอีกด้วย