ความพิเศษที่ทุกคนมี

คำว่า ญาณ แปลว่า ความรู้ที่เหนือกว่าธรรมดา

ผมยกตัวอย่างมาสัก 1 ญาณ เช่น ....

อนาคตญาณ = การรู้อนาคต

.

ถ้าคนรู้ว่าทำสิ่งนี้ไปแล้ว (เช่น กินเหล้า )

ผลที่เกิดในอนาคต ( คือ ตับแข็ง หรือรถชน เห็นภาพตัวเองนอนจมกองเลือด )

คนมีอนาคตญาณจะไม่กล้ากินเลย

ถ้าคนเห็นอนาคต จะไม่กล้าทำความชั่วครับ ...

.

ปัญญาญาณเกิดจากการฝึก ไม่ได้ลอยมาเอง

อาจจะฝึกจากการทำสมาธิ

หรือแม้แต่การจินตนาการคาดเดาอนาคตก็ได้

.

นอกจากอนาคตญาณ

ก็มี อดีตญาณ ปัจจุบันญาณ เจโตปริยญาณ (การรู้ใจคนอื่น)

และก็มีญาณอื่นๆ อีกมาก

ที่สำคัญที่สุดคือ วิปัสสนาญาณ

ญาณที่จะทำให้ชีวิตมีความสุข หมดความทุกข์ได้ แม้จะมีอุปสรรคเพียงไรก็ตาม

.

ญาณ ล้วนแต่ฝึกได้หมด

แล้วแต่จริตใครเหมาะกับญาณไหน

และเหมาะกับวิธีฝึกแบบใด

.

.

ผมเขียนเรื่องนี้ ไม่ได้หวังว่าจะมีคนสนใจ

เพราะคนสมัยนี้สนใจแต่วัตถุ สนใจแต่ภายนอก

คิดแต่จะรวยๆๆ

ไม่ได้สนใจการฝึกจิตหรอก

.

แต่วันไหนที่มีปัญญาญาณบังเกิด

เขาจะรู้เองแหละ ว่ามันสุดยอดแค้่ไหน

เรื่องวัตถุจะเป็นเรื่องขี้ผงไปเลย

.

ความสามรถพิเศษต่างๆ เกิดจากญาณ อาทิ

-การตัดสินใจแบบเฉียบคม

-การมองคนได้ทะลุตั้งแต่แว่บแรก

-การแก้ปัญหาอย่างฉับไว

-การวางแผนอย่างรัดกุม

-การคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ

-เผชิญปัญหาชีวิตได้แบบขำๆ

.

แน่นอน... ทำงานก็มีประสิทธิภาพสูง

การติดต่อกับคนก็สุดยอด

การคิด การมอง การใช้ชีวิตก็มีสาระแก่นสาร

...มีความสุขกว่าคนอื่น

.

ที่น่าดีใจ คือปัญญาญาณเบื้องต้น สวรรค์ประทานให้เรามีกันอยู่แล้วทุกคน คือ

ประสาทสัมผัส หรือ Sense 

มันติดมากับสัญชาตญาณ...

เช่นบางที เรามีลางสังหรณ์บางอย่างที่อธิบายไม่ได้

.

แต่น่าเศร้าที่เราไม่ได้สนใจ ไม่ได้พัฒนาญาณนี้กัน

ปล่อยให้ความคิดขยะมากลบบังหมด

ญาณจะเกิดต่อเมือจิตนิ่งครับ

.

ทีนี้พอเข้าใจแล้วใช่ไหมครับ

ว่าสติ สมาธิ ปัญญา มีความสำคัญเพียงไร