ก่อนอื่นขอแนะนำให้รู้จักกับคำว่า “Resilience skill” ก่อน

Resilience skill คือ ความสามารถของบุคคลจะฟื้นตัว,จัดการ,ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมต่างๆได้ เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เกิดความเสียเปรียบทางสังคม หรือเกิดอุปสรรคและความเครียด ซึ่งอาจจะมาในรูปแบบของปัญหาทางครอบครัว ความสัมพันธ์ ปัญหาสุขภาพ ปัญหาที่ทำงาน และปัญหาการเงิน เป็นต้น ทำให้มีแรงกดดันและเกิดความเครียดสูง แต่บุคคลนั้นยังคงความมั่นใจและทัศนคติที่เป็นบวกที่จะฟื้นตัวฟื้นใจกลับมาได้

คนที่ยืดหยุ่นได้จะเพียงแค่หงุดหงิดกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดอย่างรวดเร็วกะทันหัน ซึ่งทำให้เปลี่ยนรูปแบบพฤติกรรมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ ส่วนการระเบิดอารมณ์โกรธออกมา หรือการระเบิดอารมณ์ข้างในเนื่องจากอารมณ์เชิงลบที่รู้สึกว่าทำอะไรไม่ได้จะทำให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้เสียหายโดนผู้อื่นเอารัดเอาเปรียบ จะทำให้ไม่เกิดการเปลี่ยนวิธีการรับมือแม้หลังวิกฤตการณ์จบแล้ว มักจะมีปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณแทนที่จะตอบสนองต่อเหตุการณ์ อารมณ์เชิงลบต่างๆ รวมทั้งความกลัว ความโกรธ ความวิตกกังวล ความทุกข์ ความรู้สึกว่าทำอะไรไม่ได้ และความสิ้นหวัง จะลดสมรรถภาพการแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญ

ดังนั้นขอสรุปว่า ทักษะความสามารถในการปรับตัวต่ออารมณ์นั้นบุคคลทั่วไปทุกคนสามารถศึกษาและพัฒนาทักษะนี้ได้ เนื่องจากเป็นกระบวนการทำให้คนต่างกันโดยผ่านระบบที่ช่วยให้ค่อยๆ พบความสามารถเฉพาะบุคคลที่ไม่เหมือนกับคนอื่น ซึ่งวิธีพัฒนาทักษะนี้ก็ คือ การมีทัศนคติเชิงบวก มองโลกในแง่ดี มักมีอารมณ์ดี และโดยข้อปฏิบัติสามารถดุลอารมณ์เชิงลบด้วยอารมณ์เชิงบวกได้