หลังจากที่รัฐบาล พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ ทุ่มเท เวลาส่วนใหญ่ในช่วง 2 เดือนไปกับการแก้ไขปัญหาทางการเมืองและสลายเครือข่ายอิทธิพลของกลุ่มอำนาจเก่า จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความล่าช้าในการบริหารงานด้านอื่น ล่าสุดรัฐบาลเริ่มเปิดเกมรุกสร้างผลงานเรียกความนิยมกลับคืน โดยประกาศจะขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการในปีหน้า  เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 พ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เท วกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง นโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับการเสริมสร้างข้าราชการมืออาชีพและคุณธรรมให้ข้าราชการ ว่า นโยบายของรัฐบาลต้องการสร้างความเป็นมืออาชีพให้ข้าราชการ ควบคู่ไปกับความมีจริยธรรม ภายใต้หลัก 4 ป. คือ ประหยัด โปร่งใส เป็นธรรม ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสนั้น เชื่อว่าข้าราชการส่วนใหญ่มีความโปร่งใส แต่ความไม่โปร่งใสเกิดจากนักการเมืองเป็นสำคัญ จะต้องหาวิธีไม่ให้นักการเมืองเข้ามาบีบให้เกิดความไม่โปร่งใส รัฐบาลชุดนี้จะเน้นให้ข้าราชการมีคุณธรรม หลีกเลี่ยงสิ่งไม่ดี และกล้าที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม ถ้าทำได้ประชาชนจะรู้สึกว่าข้าราชการเป็นที่พึ่งได้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าวว่า การเป็นข้าราชการมืออาชีพต้องประกอบไปด้วย 2 เรื่องคือ 1. การรู้จริงในสิ่งนั้น 2. การทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติให้ได้ ทั้งนี้ จะต้องปรับทัศนคติในการทำงานว่างานจะสำเร็จก็ต่อเมื่อมีผลในทางปฏิบัติเกิดขึ้น ตราบใดที่มีแต่ความเห็นหรือเหตุผลสวยงาม ถือว่างานยังไม่สำเร็จ ที่สำคัญผู้บริหารระดับสูงจะต้องทำงานให้เห็นผลในทางปฏิบัติให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นเป็นตัวอย่างก่อน รวมถึงการเลื่อนขั้น การให้รางวัล ต้องให้ความสำคัญกับคนที่มีผลงาน ถ้าทำได้เชื่อว่าภายใน 3-4 ปี จะปรับทัศนคติของข้าราชการที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาได้ คุณหญิง ทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแล ก.พ. กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลที่จะช่วยให้ข้าราชการดำรงชีพอย่างพอเพียงในปี 2550 จะมีการแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการ พลเรือน    ที่จะมีการปรับบัญชีอัตราเงินเดือนของข้าราชการให้สอดคล้องกับกลุ่มอาชีพ และราคาของตลาด ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ยาหอม แต่เป็นของจริง คาดว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวจะผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติในเดือน ก.ค. 2550 และจะเริ่มใช้อัตราเงินเดือนใหม่ได้ในปีงบประมาณหน้า ส่วนการให้เงินโบนัสประจำปี แก่หน่วยงานต่าง ๆ     ได้สั่งให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.)ไปปรับปรุงระบบการให้เงินรางวัลให้มีความเป็นธรรประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการกระจายเงินจากผู้บริหารระดับบนลงมาสู่เจ้าหน้าที่ระดับล่างให้มากขึ้น อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 14.30 น. ที่จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวในโอกาสงานเปิดตัวศูนย์วิจัยและพัฒนา กระบวนการยุติธรรมไทย ว่า กระบวนการยุติธรรมเป็นคำที่สำคัญและมีความหมายมาก แต่ประชาชนส่วนใหญ่มีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากการดำเนินชีวิตตามปกติของผู้คนทั่วไป จึงไม่เห็นความสำคัญและไม่ให้ความสนใจ ความจริงกระบวนการยุติธรรมเป็นคำที่มีความหมายลึกซึ้งและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของทุกคน กระบวนการยุติธรรมหมายถึงการอำนวยความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม ปัญหาของสังคมเกือบทุกด้านมีที่มาจากความไม่สามารถในการอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จึงเป็นภาระของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันแสวงหาแนวทางความคิดในการแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้านและเป็นองค์รวมเพื่อให้ทุกภาคส่วนตระหนักและเข้าใจตราบใดที่กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถดำรงความยุติธรรมไว้ได้ ตราบนั้นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน   จะไม่มีวันลดน้อยลงได้ จึงเห็นได้ว่ากระบวนการยุติธรรมมิใช่เรื่องไกลตัว พล.อ.เปรมกล่าวว่า แม้ศูนย์ศึกษาวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรมไทยจะจัดตั้งขึ้นได้ไม่นานนัก แต่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงที่จะเข้ามามีส่วนในการสร้างเสริมกระบวนการยุติธรรมในลักษณะคู่ขนานไปกับ สังคม นับว่าเป็นจุดริเริ่มที่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง หากในอนาคตองค์กรที่มีผู้ทรงคุณวุฒิหลายสาขาวิชาชีพสมัครใจร่วมกันดำเนินการนี้ จะสามารถพัฒนาศักยภาพการดำเนินกิจกรรมต่างๆให้เจริญก้าวหน้าและตอบสนองต่อการร่วมมือร่วมใจช่วยกันแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม กระบวนการยุติธรรมมีหลายส่วนของรัฐรวมกันเข้าเป็นกระบวน แต่ละส่วนตั้งแต่ต้นจนสุดท้ายจะต้องดำรงความเป็นธรรมและความยุติธรรม โดยพร้อมเพรียงกัน ไม่เช่นนั้นทั้งกระบวนจะไม่ยุติธรรม มีนักกฎหมายจำนวนไม่น้อยพูดว่าบางเรื่องกระบวนการยุติธรรมไม่สามารถดำรงความเป็นธรรมไว้ได้ เพราะกฎหมายไม่เป็นธรรม ผมจำได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยมีพระราชกระแสว่า กฎหมายบางฉบับของเราไม่เป็นธรรม ศูนย์ฯน่าจะให้ความสนใจในเรื่องนี้

ไทยรัฐ 30 พย.49