ประวัติกัมมัฎฐาน สายมหานิกาย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร)
พระพิมลธรรม (อาจ อาสโภ) ภายหลังได้รับเลืือนสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระพุฒาจจรย์ (อาจ อาสภมหาเถร) อดีตเจ้าอาวานวัดมหาธาตุฯ กรุงเทพฯ ท่านมีวิสัยทัศน์ และคุณูปการอย่างยิ่งสำหรับวงการวิปัสสนากัมมัฎฐาน (วิปัสสนายานิกะ) ตามรูปแบบการใช้องค์บริกรรม พองหนอ ยุบหนอ โดยได้ริเริ่มนำการสอน ปฎิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐานตามคัมภีร์วิสุทธิมรรค และการเรียนพระอภิธรรมปฎก (อภิธัมมัตถสังคหะ ๙ ปริจเฉท) มาร่วมเผยแผ่แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
ลำดังเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์สายมหานิกาย มีดังนี้
สมัยรัชกาลที่ ๕ การปฏิบัติด้านวิปัสสนาธุระได้ขาดหายไปจาหลักสูตรการศึกาษาของคณะสงฆ์ไทย ในวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๙
พ.ศ. ๒๔๙๑ พระพิมลธรรม (อาจ อาสโภ) ได้ไปร่วมงานที่ท้องสนามหลวง และได้สนทนากับท่านอูละหม่อง เอกอัครราชทุต แห่งสหภาพพม่า จึงทำให้ท่านสนใจในพระไตรปิฎก อรรถกถาและฎีกา ภาษาบาลีฉบับอักษรพม่า เพราะมีความสมบูรณ์ทางด้านคัมภีร์
พ.ศ.๒๔๙๒ สภาการพุทธศาสนาแห่งสหภาพพม่าได้ส่งผุ้ชำนาญการสอน พระอภิธรรมปิฎก ๒ ท่านมาประเทศไทยคือ ท่านสัทธัมมโชติกะ ธัมมาจริยะ สอนอยุ่ที่วัดระฆังฯ (มรณภาพ ปี พ.ศ. ๒๕๐๙) และ ท่านเตชินทะ ธัมมาจริยะ สอนอยู่ที่ วัดปรกพม่า ซึงท่านได้เดินทางกลับพม่าในปี พ.ศ.๒๕๐๔
พ.ศ. ๒๕๙๓ ประเทไทยได้รับพระไตรปฎก อรรถกถาและฎีกา จากประเทศพม่าจำนวน ๓ ชุด โดยมอบให้มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดมหาธาตุฯ ๑ ชุด, มหามกุฎราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร ๑ ชุด และแก่สำนักสอนพระอภิธรรม วัดระฆังโฆสิตาราม ๑ ชุด
พ.ศ. ๒๔๙๕ พระพิมลธรรม (อาจ อาสโภ) ได้อ่านหนังสือ พระวิสุทธิมัคคเผด็จ และเห้นว่าเมืองไทยยังไม่มี รูปแบบวิปัสสนา ที่สอนตรงตามคัมภีร์วิสุทธิมรรค ซึ่งเรียบเรียงมาจากพระไตรปิฎก ท่านจึงมีดำริให้ส่งพระมหาโชดก ญาณสิทฺธิ ไปฝึกวิปัสสนากัมมัฎฐาน ตามสำนักต่างๆ ในประเทศไทย และส่งไปที่พม่าเพื่อประโยชน์ด้านวิปัสนาธุระ ท่านจึงเป็นผุ้ริเร่ิม บุกเบิก สนับสนุน และเผยแผ่วิปัสนาธุระที่สำคัญที่สุด ของฝ่ายมหานิกาย
พ.ศ.๒๔๙๖ พระพิมลธรรม (อาจ อาสโภ) ได้ส่ง พระมหาบำเพ็ย กับสามเณรไสว ไปศึกษาึถุธุระ และยังได้ส่ง พระมหาโชดก ญาณสิทฺธิ ไปฝึกวิปัสสนาธุระ ด้านวิปัสสนากัมัฎฐาน กับพระโสภณมหาเถระ (รพะมหาสีสยาดอ) ที่สำนักปฏิบัติวิปัสสนาสาสนยิสสา จ. ย่างกุ้ง ประเทศพม่า จนได้สำเร็จเป็นพระวิปัสสนาจารย์ ต่อมาได้กลับมาสอนทีวัดมหาธาตุฯ คณะ ๕ กรุงเทพฯ พร้อมกับ พระธรรมทูตชาวพม่า (วิปัสสนาจารย์) ที่ร่วมเดินทงมาเผยแผ่วิปัสสนาธุระ ตามคำเชิญของพระพิมลธรรม (าจ อาสโภ) อีก ๒ ท่านคือ พระอินทวังสะ (ไม่นานก็กลับพม่า) ส่วนพระอาจารย์ภัททันตะ อาสภเถระ ธัมมจริยะ สอนวิปัสสนากัมมัฎฐานที่ โบสถ์และในคณะ ๕ วัดมหาธาตุฯ
พ.ศ. ๒๔๙๘ ท่าได้นำวิปัสสนาธุระเสนอต่อคณะสังฆมนตรี และได้มีมติรับหลักการพร้อมกับยกวิปัสสนาธุระ เป็นกองการวิปัสสนาวิเวกอาศรม จังหวัดชลบุรี
พ.ศ. ๒๕๐๗ พระพิมลธรรมถูกกล้่นแกล้งด้วยข้อกล่วหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ถูกบงคับให้สละผ้าเหลือง และถูกจำคุกที่สันติบาล ด้วยเหตุผลทางการเมืองในขณะนั้น ต่อมาท่านได้หลุดพ้นจากทุกข้อกล่าวหา และได้รับคืนสมณศักดิ์เป็น สมเด็จพระพุฒาจารย์ แต่เป็นที่น่าเสียดายของประเทศไทย ที่ท่านไม่ได้กลับเข้าทำงานฝ่ายบริหาร และพัฒนางานธุระสำคัญทีสุด ๒ ประการของคณะสงฆ์ไทยคือ
คันถะธุระ (การศักษาพระไตรปิฎกและคัมภีรร์อภิธัมมัตถสังคหะ) และ วิปัสสนาธุระ (การปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐานตามหลักสติปัฎฐาน ๔)
พ.ศ. ๒๕๒๔ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้แต่งตั้งกองวิปัสสนาธุระ และได้เล็งเห็นความสำคัญ โดยบรรจุการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐาน เป็นหลักสูตรภาคบังคับแก่พระนิสิตและนิสิตทุกรูปคนในระดับปริญญาตรี โท และเอก
พ.ศ.๒๕๔๑ พระอาจารย์ ดร.ภัททันตะ อาสภมหาถระ อัคคมหากัมมัฎฐานจริยะ ได้รับนิมนต์ไปจำพรรษาที่ วัดภัททันตะอาสภาราม ต.หนองปรือ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี
วิปัสสนาจารย์และอาจารย์สายมหานิกาย(บางส่วน) ของสายบริกรรมพองยุบ ดังนี้ พระอาจารย์ ดร.ภัททันตะ อาสภมหาเถระ, พระธรรมสิงหบุราจารย์(จรัญ ฐิตธมฺโม), พระครูประจาก สิริวณฺโณ, พระอาจารย์มหาเหล็ก จนฺทสีโล, พระมหาทองทั่น สุทฺธจิตฺโต, พระอาจารย์ชัชวาล ขินสโภ, พระธรรมธีรราชมหามุนี(โชดก ญาสิทฺธิ, พระเทพสิทธาจารย์(ทองสริมงคโล), พระอาจารย์สมภาร สมภาโร, พระอาจารย์สว่าง ติกฺขวีโร, พระอาจารย์ไสว ญาณวีโร, แม่ชีบุญมี เวชสาร เป็นต้น...https://www.vipassanathai.org/...
