ระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ผู้เขียนได้เข้าร่วมประชุม ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2549 ณ ห้อง Grand Ballroom ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี กรุงเทพมหานคร ในโครงการ “สมศ. สัญจร การประเมินเพื่อรับรองมาตรฐานการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 ครั้งที่ 2” โดยเป้าหมายของการจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการประเมินคุณภาพภายนอกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อรับรองมาตรฐาน
ท่านศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า จากการประเมินภายนอกรอบแรกที่ผ่านมามีข้อค้นพบที่เป็นสาเหตุให้หลายโรงเรียนได้รับผลการประเมินในระดับคุณภาพปรับปรุง ซึ่งสาเหตุที่ว่านี้พอสรุปได้ว่า
-ระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาที่พบส่วนใหญ่อ่อนแอมาก โรงเรียนไม่จัดทำระบบประกันุคณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาให้เข้มแข็ง วิธีการดำเนินการจัดทำประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให้เข้มแข็ง หมายถึง โรงเรียนต้องจัดทำระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับปฐมวัย อย่างน้อย 18 มาตรฐาน ตามมาตรฐานและตัวบ่งชี้ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่โรงเรียนกลัวว่าจะไม่ผ่านการประเมินของ สมศ. จึงเตรียมจัดทำเอกสารไว้เพื่อรองรับการประเมิน ซึ่งจะประเมิน จำนวน 14 มาตรฐาน ทำให้ระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา อ่อนแอ
-คำว่า “มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน” ต้องสร้างความเข้าใจให้ตรงกันว่าหมายถึง มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 18 มาตรฐาน ถือว่าเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ ที่เป็นแนวทางให้โรงเรียนใช้ประเมินตนเอง ซึ่งโรงเรียนอาจจะกำหนดมาตรฐานที่ 18++(19,20………..) เพิ่มขึ้นอีกก็ได้
-ผู้บริหารโรงเรียน ให้การสนับสนุนในการบริหารจัดการไม่ถูกต้อง และมาตรฐานด้านผู้บริหารเองก็ได้ระดับคุณภาพปรับปรุง โดยเฉพาะด้านวิชาการ
-มาตรฐานด้านครู ครูส่วนใหญ่มีคุณวุฒิและมีวิทยฐานะที่สูงขึ้น แต่กลับขาดความสามารถในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่า ในการประเมินคุณวุฒิและวิทยฐานะของครูยังประเมินจากเอกสาร หลักฐาน ที่ครูสร้างขึ้น ไม่ได้ประเมินตามสภาพจริง
-เรื่องการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง หรือรายงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาประจำปี เป็นหน้าที่ของโรงเรียนที่ต้องดำเนินการจัดทำทุกปี เพื่อรายงานผลการดำเนินงานของโรงเรียนในรอบปีที่ผ่านมาให้ผู้เกี่ียวข้องได้ทราบ ไม่ใช่รายงานเพื่อรอรับการประเมินภายนอก ดังนั้น การจัดทำรายงานการประเมินตนเอง หรือรายงานการพัฒนาคุณภาพการศึกษาประจำปี จะทำรูปแบบใดก็ได้ที่จะสื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพว่าในรอบปีที่ผ่านมา โรงเรียนทำอะไร ทำอย่างไร ทำที่ไหน ทำกับใคร เกิดผลอย่างไร มีอุปสรรคอะไรบ้าง ซึ่งถ้าโรงเรียนดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาภายในตามมาตรฐานของ สพฐ จำนวน 18 มาตรฐาน ก็ต้องรายงานตาม 18 มาตรฐาน โรงเรียนที่บริหารงานตามโครงการระบบดี โรงเรียนมีคุณภาพ ก็รายงานการประเมินตนเองตามแบบนั้น สมศ.เข้าใจดี ไม่ต้องรายงานกาประเมินตนเอง ตาม 14 มาตรฐาน ของสมศ. ผู้เขียนมีเจตนาจะสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทุกโรงเรียนที่จะรับการประเมินภายนอกจาก สมศ. ไม่ว่าจะเป็นรอบใดก็ตาม ถ้าเราพัฒนาคุณภาพโดยจัดให้เป็นระบบและยั่งยืน จะรับการประเมินรอบใดก็คงไม่ต้องวิตกกังวล
เป้าหมายหลักของการปฏิรูปการศึกษา คือ การปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ที่พึงประสงค์ ซึ่งจะปฏิรูป 6 ด้าน
1.การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
2.ปฏิรูปหลักสูตร
3.ปรับปรุงการเรียนการสอน
4.การวิจัย
5.การประกันคุณภาพภายใน,ภายนอก
6.เทคโนโลยีทางการศึกษา
ส่วนการปฏิรูปการบริหารจัดการเป็นตัวเอื้อให้เกิดการปฏิรูปการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ
ระบบการประกันคุณภาพการศึกษา
โรงเรียนต้องจัดทำระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับปฐมวัย อย่างน้อย 18 มาตรฐาน ตามมาตรฐานและตัวบ่งชี้ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
อรจิตร · 29 พ.ย. 2549
จารุวัจน์ شافعى · 29 พ.ย. 2549
นางสาว จุรีวรรณ ชำนาญกิจ · 29 พ.ย. 2549
สำนักงานเกษตรอำเภอทุ่งใหญ่ · 29 พ.ย. 2549
มัทนา · 29 พ.ย. 2549
Mr. JoeZine · 29 พ.ย. 2549
เห็นด้วยค่ะคุณแจ็คข้อเสนอแนะที่ได้รับ หากผู้ถูกประเมินนำไปพัฒนา จะเกิดประโยชน์ทางคุณภาพมากยิ่งๆขึ้น
ขอบคุณค่ะ ทั้งคุณ Jack และหัวหน้าลำดวน ข้อคิดเห็นของคุณทั้ง 2 นั้นหากโรงเรียนนำไปปกิบัติก็จะบรรลุผลเกิดการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ในข้อคิดเห็นของคุณ Jack นั้น ถูกต้อง ส่วนใหญ่โรงเรียนจะใช้ระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยใช้ระบบ PDCA แต่ส่วนใหญ่จะดำเนินการในขั้นตอนของ PDC
แต่ A นั้นจะไม่ค่อยดำเนินการ คิดว่าสิ่งที่ทำไม่สำเร็จเป็นเรื่องเสียหาย จริง ๆ แล้ว ทุกอย่างจะสำเร็จเหมือนกันไม่ได้เนื่องจากมีปัจจัยต่างกัน
โรงเรียนมักจะทิ้งงาน/โครงการ/กิจกรรมใดที่ไม่ประสบผลสำเร็จไปเลยโดยไม้ได้นำมาพิจารณาหาข้อบกพร่องหรือปัญหา เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาให้สำเร็จ แล้วก็คิดงานใหม่ขึ้นมาอีก
ซึ่งในการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก รอบ 2 สมศ.กำหนดชัดเจนว่า ต้องนำผลจากการประเมินรอบแรกและข้อเสนอแนะของผู้ประเมินมาพิจารณาดำเนินการพัฒนาก่อนจึงจะผ่านเกณฑ์การประเมินอิงสถานศึกษา