กามภูมิ คือภูมิระดับล่าง มีทั้งสิ้น ๑๑ ภูมิ แบ่งออกเป็น อบายภูมิ หรือ ทุคติภูมิ ๔ และ สุคติภูมิ ๗

           อบายภูมิ ๔ เป็นภูมิของความชั่วร้ายต่างๆ นรกภูมิ คือภูมิชั้นต่ำที่สุดในอบายภูมิ ที่ยั่งลึกซ้อนกันลงไปอีกถึง ๘ ชั้น มหาอเวจีนรก คือชั้นนรกที่ต่ำที่สุด ผู้ที่กระทำบาปอันเป็น อนัตริยกรรม๕ (บาปอย่างหนัก ได้แก่ ฆ่ามารดา, ฆ่าบิดา, ฆ่าประอรหันต์, ทำร้อยพระพุทธเจ้าจนถึงพระโลหิตห้อขึ้นไป, ทำลายหรือยุยงสงฆ์ให้แตกแยกดัน) จะไปเกิดในขุมนากชั้นนี้ ถัดขึ้นมาคือ เดรัจฉานภูมิ เปรตภูมิ และอสุรการภูมิ ตามลำดับ

          สุคติภูมิ ๗ เป็นภูมิชั้นสูงขึ้นมา  แบ่งออกเป็น ภูมิมนุษย์ ๑ และภูมิของเทวดา อีก ๖ ชั้น (ภูมิเทวดาทั้ง๖ รวมเรียกว่า ฉกามาพจร) ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในภามภูมิ คือยังหลงมัวเมาอยู่ในกามกิเลส

          นรกภูมิ สัตว์ที่เกิดในภูมินี้ประกอบด้วยอกุศลจิต เหตุมาจาก โลภ โกรธ หลง ทำบาปด้วย กาย ปาก และใจ ทางกาย ๓ คือ ฆ่าคนฆ่าสัตว์ด้วยตั้งใจ ลักทรัพย์ เป็นชู้, ทางวาจา คือ พูดโกหก พูดยุแหย่ ติเตียนนิทาพูดคำหยาบ พูดตลกเล่นอันมิควรพูด, ทางใจ ๓ คือ ไม่ชอบว่าชอบและชอบว่าไม่ชอบ อาฆาตพยาบาท คิดปองร้ายเพื่อทรัพย์สินผู้อื่น ( ละเมิดศีล ๕)

           เดรัจฉานภูมิ สัตว์ที่เกิดในภูมินี้ เป็นสัตว์ที่มีตีและไม่มีตีน เวลาเดินเออกคว่ำลง ได้แก่ ครุฑ นาค สิงห์ ช้าง ม้า วัว ควาย เป็ด ไก่ นก แมลง ดำรงชีวิตด้วย กามสัญญา อาหารสัญญา มรณสัญญา มักไม่รู้จักบุญ ไม่รู้จักธรรม ไม่รู้จักค้าขาย ทำไรไถนา ล่ากินกันเอง

           เปรตภูมิ ผู้ที่ทำบาปหยาบช้าจะเกิดในภูมินี้ แล้วแต่บาปที่กระทำ เช่น ตัวงานดั่งทองแต่ปากเหม็นเต็มไปด้วยหนอน เนื่องเพราะเคยบวชรักษาศีล แต่ชอบยุยุให้หมู่สงฆ์ผิดใจกัน บางตัวงามดั่งท้าวพรหม แต่ปกเป็นหมู่ อดอยากนักหนา เมื่อก่อนได้บวชรักษาศีลบริสุทธิ์ แต่ด่าว่าครูบาอาจารย์และพระสงฆ์ผู้มีศีล บางตัวผอมโซกินลูกตัวเองที่คลอดออกม เพราะเคยรับทำแท้งให้ชาวบ้าน บางตัวสูงเท่าต้นตาล ผมหยาบตัวเหม็น อดอยากไม่มีข้าวน้ำกิน เพราะไม่เคยทำบุญให้ทาน แม้เห็นใครทำก็ห้าม บางตัวเพียรเอาสองมือกอบข้าวที่ลุกเป็นไฟมาใส่หัวอยู่อย่างนั้น เพราะเคยเอาข้าวไม่ดีปนกับข่าวดีหลอกขายชาวบ้าน ...

             อสรุกาย มี ๒ จำพวก คือ กาลกัญชกาอสูรกาย ร่างกายผอมสูง ๒,๐๐๐ ว่า ไม่มีเลือด ไม่มีเนื้อ ดังไม้แห้ง ตาเล็กเท่าตะปุ ปากเท่ารูเข็ม ตาและปากอยู่เหนือกระหม่อน เวลากินต้องหัวลง ตีนชี้ฟ้า  ลำบากนักหนา ส่วนทิยพอสูรกาย ตัวสูงหน้าตาน่าเกลียด ท้องยาน ฝีปากใหญ่ หลังหัก จมูกเบี้ยว แต่ยังมีช้างม้า ข้าไท มีรี้พล ดั่งพระอินทร์ อยู่ในอสูรพิภพ..มีเมื่ออสูรใหญ่ ๔ เมือง ๔ ทิศ มีพระยาอสูรอยู่เมืองละ ๒ เมืองทางทิศหนือมีพระยาอสุรชื่อ ราหู มีอำนจและกำลังกว่าพระยาอสูรทั้งหลาย มีร่างกายใหญ่โต หัวใหญ่โต สามารถอดพระอาทิ์และพระจันทร์เข้าไว้ในปาก ที่คนทั้งหลายเรียกว่า สุริยคราส หรือ จันทรคราส

           มนุษยภูมิ ภูมิของมนุษย์เป็นภูมิระดับสุงกว่าอบายภูมิ เป็นชั้นแรกของสุคิภูมิ แต่ยังรวมอยู่ภูมิใหญ่ คือ กามภูมิ สัตว์อันเกิดในมนุย์ภูมินี้ แรกก่อกำเนิดในครรภ์เรียก กลละ(รูปเมื่อเริ่มในครรภ์) มีรูป ๘ คือ ปฐวีรูป(ดิน), อาโปรูป(น้ำ), เตโชรูป(ความร้อน), วาโยรูป(ลม), กายรูป(ตัวตน), ภาวรูป(เพศ), หทัยรูป(ใจ), ชีวิตรูป(ชิวิต), ก่อกำเนิดจาก ๓ สิ่งก่อนคือ กายรุป ภาวรูป หทัยรูป ผสมรวมกันเป็นหนึ่งแล้วรวมกับ ปฐวี อาโป เตโช วาโย วณโน คนโธ รโส โอชา ปรกอบกันเป็นองค์ ๙ แล้ว จักษุ(ตา), โสต(หู), ฆาน(จมูก), ชิวหา(ลิ้น) จึงตามมา เมื่อเริ่มเป็นกลละได้ ๗ วันดั่ง้ำล้างเนื้อ ต่อไปอีก ๗ วัน ข้นเป็นดั่งตะกั่วหลอม อีก ๗ วัน แข็งเนก้อนดั่งไข่ไก่ อีก ๗วันเป็นตุ่มออก ๕ แห่ง ตุ่มนั้นเป็นมือ ๒ ตีน ๒ และหัว ๑ แล้วต่ไปอุกๆ ๗ วัน เป็นผ่ามือ นิ้วมือ ผม ขน เล็บ...และอวัยวะอื่นๆ อันประกอบเป็นมนุษย์  กุมารนั้นนั่งกลางท้องแม่และเอหลังมาชนหนังท้องแม่ ผุ้กุมารมนุษย์อันเกิดมาดีกว่า พ่อแม่ เรียกว่า อภิชาตบุตร ดีเสมอเรียกว่า อนุชาติบุตร ด้อยกว่า เรียกว่า อวชาตบุตร

             จาตุมมหาราชิกา-ดาวดึงส์ภูมิ เหนือมนุษย์ภูมิขึ้นมาจะเป็นภูมิของเหล่าเทพยดา ทั้งสิ้น ๖ ชั้น รวมเรียกว่ฉกามาพจรภูมิ แต่ยังอยู่ในภูมิระดับล่างคือกามภูมิ

              จาตุมหาราชิการภูมิ เป็นสวรรค์ชั้นแรกอยู่เหนือโลกมนุษย์ขึ้นไป มีพระยาผู้เป็นเจ้าทั้ง ๔ รวมเรียกว่า พระยาจุโลกบาล มีหน้าที่คอยสอดส่องดูมนุษยที่ประกอบผลบุญ แล้วรายงานต่อพระอินทร์ เพื่อให้ได้ไปเกิดในสรวงสวรรค์

               ดาวดึงภูมิ อยุ่เหนือจาตุมมหาราชิกาขึ้นไปอี มีพระอินทร์เป็นเจ้าแก่พระยาเทพยดาทั้งหลาย ที่รายบ้อมออกไปทั้งสี่ทิศ รวม ๗๒ องค์ เหล่ายเทพยาดามี ๓ จำพวกคือ

               สมมตชุติเทวดา คือฝูงท้ายแลพระยาในแป่นดินผุ้รู้หลักแก่งบุญธรรมและกรทำโดยทศพิธราชธรรมทั้ง ๑๐ ประการ

               อุปปัติเทวดา คือ เหล่าเทพยาในพรหมโลก

                วิสุทธิเทวดา คือ พระพุทธปัจเจกโพธิเจ้า และพระอรหันต์สาวกเจ้า ผู้เสด็จเข้าสู่นิพพาน

                 ยามาภูมิ อยู่สูงกว่าชั้นดาวดึงส์ขึ้นไปอีก อยู่เหนือพระอาทิตย์และพระจันทร์ แสงสว่างในภูมินี้ เกิดจากรัศมีของเหล่าเทวดาในชั้นนี้เอง

                ดุสิตตาภูมิ สูงกว่ายามาสวรรค์อีก เป็นที่สถิตของพระโพธิสัตว์และพระศรีอาริย์

                นิมานรดีภูมิ สุลขึ้นไปอีก เหล่าเทพยดาในชั้นนี้ต้องการสิ่งใดเนรมิตเอาเองได้ดั่งใจตน

                 ปรมินมิตวสวัตตีภูมิ สวรรค์ชั้นที่สุดของฉกามาพจรภูมิ สูงสุดในระดับกามภูมิ อยู่ถัดขึ้นไปอีก เหล่าเทพยดาในสวรรค์ชั้นนี้ อยากได้สิ่งใดก็เนรมิตเอาเอง ได้ตามประสงค์ มีพระยาผู้เป็นเจ้าแห่งเทพยาทั้งหลาย ๒ องค์ มีอายุตั้งแต่ ๕๐๐-๑๖,๐๐๐ ปีทิพย์.

 

                 ไตรภูมิกถา หรือไตรภูมิพระร่วง

แหล่งที่มาของข้อมูล

บริษัทซายเทคจำกัด. 2545. ปฏิทินพุทธศักราช 2545. www.sciencetech.th.com (0-2285-4101).

 

โดยรวบรวมข้อมูลจาก

1. หนังสือไตรภูมิกถาหรือไตรภูมิพระร่วง พระราชนิพนธ์พระมหาธรรมราชาที่ 1 พญาลิไทย ฉบับตรวจสอบชำระใหม่ พ.ศ. 2526.

2. พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม (Dictionary of Buddhism) พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตโต) พ.ศ. 2528.

 

หนังสืออ่านประกอบ

พญาลิไท กองพระญาลิไทย. 2543. ไตรภูมิพระร่วง (พิมพ์ครั้งที่ 8). สำนักพิมพ์บรรณาคาร กรุงเทพฯ 327 หน้า. (ISBN : 914-350-130-4)