ถึงผมจะไม่ได้ไป แต่เพื่อนก็มีน้ำใจ บอกเล่าเรื่องราวตลอดการเดินทางไปแอ่วเหนือ จนถึงวันนี้..วันที่ถวายผ้าพระกฐิน..ซึ่งผมมองเห็นภาพกิจกรรมและบรรยากาศในงานบุญ ได้อย่างชัดเจน..เหมือนได้ร่วมไปกับคณะของเพื่อน..

ปี่ที่แล้ว..ผมเดินทางไปร่วมงานบุญกฐิน “เอื้ออาทร”กับเพื่อน..ที่จังหวัดน่าน ปีนี้เขาจัดอีก  ที่จังหวัดเชียงใหม่..ผมไม่ได้ไป เนื่องจากติดงานนิทรรศการ “ศาสตร์พระราชา” ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่จะมีขึ้นในวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐

ถึงผมจะไม่ได้ไป แต่เพื่อนก็มีน้ำใจ บอกเล่าเรื่องราวตลอดการเดินทางไปแอ่วเหนือ จนถึงวันนี้..วันที่ถวายผ้าพระกฐิน..ซึ่งผมมองเห็นภาพกิจกรรมและบรรยากาศในงานบุญ ได้อย่างชัดเจน..เหมือนได้ร่วมไปกับคณะของเพื่อน..

ก่อนจะทบทวนวัตถุประสงค์..ของกองกฐินเอื้ออาทร..ริเริ่มและนำโดย..อ.วิจารณ์ เตียวสุวรรณ..จัดเป็นปีที่ ๒๒ โดยตั้งองค์กฐินที่วัดเจ็ดยอด (พระอารามหลวง) อ.เมือง จ.เชีนงใหม่..

ถวายผ้าพระกฐิน ในวันอาทิตย์ ที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๐ ถวายโดยพร้อมเพรียงกันในเวลา ๑๒.๓๐ น. ซึ่งวันนี้..ตรงกับวันเกิดของเพื่อนผมพอดิบพอดี..

นับเป็นวันเกิด..ในปีที่ยิ่งใหญ่ของเธอ คือได้ทำบุญกฐินที่สำคัญแห่งปีและได้ท่องเที่ยวในถิ่นที่สวยงาม เกือบเหนือสุดในสยามแล้ว..ความสวยงามเป็นอย่างไร..ติดตามผมมาเลยครับ.

ไหนๆก็เดินทางติดตามไปกับคณะกฐินแล้ว..เพื่อมิให้เป็นการเสียเวลา วันแรกที่เดินทาง คือ วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๐ แวะชมวัดและทัศนียภาพสุดประทับใจกันก่อน...

ที่นี่เลย..วัดพระแท่นศิลาอาสน์ เป็นวัดประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่เพื่อนผมไม่เคยมา เพื่อนบอกว่า..เป็นวัดของจังหวัดที่จะใช้ประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ..

วัดพระแท่นศิลาอาสน์ เดิมชื่อ วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ที่บนเนินเขาเต่า บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ติดกับวัดพระยืนพุทธบาทยุคล ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออก บนเนินเขาลูกเดียวกันแต่คนละยอด

วัดพระแท่นศิลาอาสน์เป็นวัดโบราณ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้ใดสร้าง และสร้างแต่เมื่อใด ในศิลาจารึกครั้งกรุงสุโขทัยไม่ปรากฏข้อความกล่าวถึงพระแท่นศิลาอาสน์ แต่เพิ่งมีปรากฏในหนังสือพระราชพงศาวดาร ในรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พระองค์ได้เสด็จนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ เมื่อปี พ.ศ. 2283 ได้แสดงว่าพระแท่นศิลาอาสน์ได้มีมาก่อนหน้านี้แล้ว จนเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วไปอย่างกว้างขวาง และทางราชการได้นำพระแท่นศิลาอาสน์ไปประดิษฐานไว้ในตราประจำจังหวัดอุตรดิตถ์   

แสดงถึงความศรัทธาเลื่อมใสและความสำคัญขององค์พระแท่นศิลาอาสน์ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี สังกัดธรรมยุตินิกาย เมื่อปี พ.ศ. 2549

พูดถึงเมืองอุตรดิตถ์ ทำให้ผมคิดถึง เพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่ง ปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้ว  เธอชื่อ..อ้อมจิต ชนสุภาพ พี่อ้อมจิต มีความสามารถสูงมาก ในด้านการร้อยกรอง เป็นที่เลื่องลือของจังหวัดและสถาบันการศึกษาได้เชิญพี่อ้อม ไปเป็นวิทยากรอยู่เสมอ..

ล่าสุด..พี่อ้อมส่งหนังสือรวมบทกลอนเรื่อง..แด่..มวลมิตร จากใจถึงใจ..ฝากไว้เป็นอนุสรณ์..ความตอนหนึ่ง..พี่อ้อม พูดถึงในหลวง รัชกาลที่ ๙....

“เหมือนตะวันผันลาลับฟ้าแล้ว  เหมือนดวงแก้วหลุดลอยคล้อยเวหน พระดำรัสจรัสแสงแรงบันดล  เป็นบุญล้นราษฎร์พลอยตามรอยทาง”

พอผมได้รับหนังสือจากพี่อ้อม ผมก็ตอบขอบคุณพี่ด้วยร้อยกรองเหมือนกัน..

“ด้วยนบน้อมอ้อมจิต ชนสุภาพ  ด้วยศรัทธาพาให้ทราบผลงานใหญ่  ด้วยคารมคมความคิดชวนติดใจ ด้วยร้อยดาวสู่ดวงใหม่ในวันนี้ ขอขอบคุณไมตรีกวีมอบ จะใส่กรอบตัวอย่างทางวิถี สุดชื่นบานงานอ้อมจิตช่วยคิดดี หวังจะมีบทประพันธ์ฝันเป็นจริง”

ที่อุตรดิตถ์ เพื่อนผมได้ทานอาหารในร้าน ที่มีป้ายน่ารักชื่อว่า “ข้าวพันผัก” ที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ รายการอาหารท้องถิ่นที่ร้านนี้ ประชาสัมพันธ์ได้อย่างแปลกแหวกแนว สวยงามเด่น สะดุดตา.พาให้อยากลองลิ้มชิมรสยิ่งนัก

เมื่อแวะชมรายทางเป็นที่เรียบร้อย ..ไม่ช้าไม่นานก็ถึงเมืองเชียงใหม่ เมื่อได้ที่พักในตัวเมืองเชียงใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อนผมกับคณะก็พากันไปทานอาหารมื้อค่ำที่ร้าน..โอ้กะจู๋..

เป็นร้านอาหารที่หรูหรา..น่าเข้าไปชมบรรยากาศ ที่สำคัญเป็นร้านอาหารที่มุ่งเน้นผักปลอดสารพิษ จึงมีสโลแกนประจำร้านว่า..”ปลูกผัก เพราะรักแม่”

คงถูกใจเพื่อนผมนั่นแหละ เพราะเธอชอบทานผักเป็นชีวิตจิตใจ  โดยเฉพาะ “สลัดผัก”ชอบมาก ใครเอาอาหารอะไรมาแลกก็ไม่ยอม ผมเลยบอกเธอว่าทานเยอะๆนะ พรุ่งนี้จะได้มีแรง..ร่วมงานบุญกฐินเอื้ออาทร ที่วัดเจ็ดยอด...

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๒  ตุลาคม  ๒๕๖๐