คุณเป็นใครเป็นอะไรไม่สำคัญเท่าคุณแสดงบทบาทอะไรในชีวิตประจำวัน

คำสะดุดหูพาโดนใจจากผู้รู้

ตอนใกล้ค่ำวันเสาร์ ที่ 25  พ.ย. 49  ผมไปปฏิบัติหน้าที่ต้อนรับอาจารย์ที่สนามบินหาดใหญ่อีกครั้งหนึ่งกับ

ท่าน ศ. ดร. อานันท์  กาญจนพันธุ์...ในยามค่ำคืนท่านอาจารย์ออกมาจากจุดตรวจ...ถือกระเป๋าใบใหญ่...ผมรีบเข้าไปช่วยถือ...หนักมาก...

สอบถามท่านบอกว่าเป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก  7  เล่ม  แต่ละเล่มหนามาก ๆ...ท่านนำมาประกอบการสอน...ตามที่มอบหมายมาทางผม...ผู้รับผิดชอบโดยตรง...ซึ่งเรากำลังดำเนินการอยู่และติดต่อความคืบหน้ากันเป็นระยะ...ผลสุดท้ายก็ท่าน อ. นำมาเอง  เรื่องนี้ข้าน้อยสมควรได้รับโทษแต่ครั้งนี้ขอท่าน อ. ไว้ก่อน ฮา ๆ เอิก ๆ...เมื่อยแหนหมดเลย เสียงจากท่าน อ.  พร้อมสะบัดแขน  ขณะเดินคุยกันไปที่รถ...

รุ่งเช้าวันอาทิตย์  ที่ 26  พ.ย. 49  ท่าน อ. สอนเวลา 09.00 น.- 17.00 น.  ช่วงเช้าเป็นภาคทฤษฎีและพักทานอาหารเที่ยงมาต่อภาคบ่ายอีกที...

ผมในฐานะ  ผู้ประสานงานรายวิชา  ต้องดูแลทั้งคณจารย์ที่มาสอนและบรรดานิสิตที่มาเรียน...ก็ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่...เรียนไปด้วย...สนุกดีครับ...จากการปะทะสังสรรค์ความรู้ก่อเกิดจุดประกายแนวคิดมากมายและเป็นแนวทางเห็นหลากหลายมุมมองอย่างไม่หยุดนิ่งเช่น...

โดยปกติแล้วนักศึกษาทั่วไปมีความคิดแบบดาวกระจาย  แต่คิดแบบเชื่อมโยงไม่เป็น...เรื่องการอ้างอิงบรรณานุกรมเราควรใส่ใจให้มาก...เพราะเป็นการให้ความเคารพความรู้ของเขาต้องทำให้ดีที่สุด...

พิธีกรรมต่าง ๆจะมีช่วงเปลี่ยนผ่านทางความคิด  เป็นช่วงที่เราไร้สถานะภาพ  เป็นสภาวะตอนที่มันเกิดช่องว่าง...เป็นช่องที่เราหลุดกรอบออกมาจากโครงสร้าง  กรอบใหม่ก็ยังไม่มี  กรอบเก่าเราก็หลุดออกมาแล้วเลยเป็นคนไร้กรอบ  และสภาวะหลุดกรอบนี้เป็นสภาวะที่ทำให้เราเกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นมาได้  ตัวอย่างคนหลุดกรอบ...คือพวกเซียน...นายหนังตะลุง...นักว่ากลอนสด...เป็นการหลุดกรอบออกมาแล้วมันสนุกเร้าใจ  ได้สติปัญญาเพิ่ม  เป็นอิสระ  ไร้ข้อผูกมัดใด ๆ  และขอทิ้งท้ายว่า...

คุณเป็นใคร...มาจากไหนไม่สำคัญเท่าคุณแสดงบทบาทอะไรอยู่ในวิถีชีวิตขณะปัจจุบันนี้...