หลังจากที่เมื่อวันเสาร์ นายบอนเขียนความเห็นในบล็อกครูอ้อย อธิบายขยายความเรื่องตัวนับสถิติ และอธิบายข้อมูลที่เห็นว่า มีผู้ชมจากญี่ปุ่นคลิกเข้ามาดูบล็อกครูอ้อย 2 ครั้ง

ครูอ้อยมาอ่านเจอ ก็รีบตอบแบบสวนกลับ ไม่เคยมีเพื่อนที่ญี่ปุ่น ใครเหรอ นึกไม่ออก แถมยังไปเขียนบันทึกใหม่อีกเรื่องทันควัน

นายบอนก็ชี้แจงตามหลักฐานที่พบ ระบุว่า หมายถึงคุณไมโต
ครูอ้อย ก็มือไวใจเร็ว กระหน่ำแป้นคีย์บอร์ด สวนความเห็นกลับมาทันควัน

ราว 1 ทุ่ม ขณะที่นายบอนกำลังอยู่ในงานที่สุดของภูมิปัญญากาฬสินธุ์ ครูอ้อยก็โทรมา ทำเสียงอ่อยๆ เหมือนโลกที่ครูอ้อยยืนอยู่กำลังจะถล่มลงมา บอกว่า เจ้าตัวเค้าเข้ามาอ่าน ดูแล้ว เค้าท่าทางไม่พอใจมากๆ จะทำยังไงดี

นายบอนงงครับ กำลังอิ่มเอมกับศิลปะวัฒนธรรม  ดูผ้าไหมอยู่เพลินๆ  โทรมาแบบบนี้ ก็วัยรุ่นเซ็งดิครับ

ตอนนั้นก็ไม่รู้จะช่วยยังไงเหมือนกัน เพราะอยู่หน้าเวที ไม่ได้อยู่หน้าคอม ก็ส่งเสียงผ่านมือถือไป “ช่วยตัวเองละกัน”    

อยากมือไวใจเร็วนัก เขียนบันทึกมาได้ ว่า ไม่เคยมีเพื่อนที่ญี่ปุ่น
ครูอ้อยไม่เคยมีเพื่อน.....อยู่ที่ญี่ปุ่น

ความจริง ครูอ้อยทำหน้าที่ในบทบาทของครู ซักถามเพื่อความชัดเจน เพื่อพิสูจน์ว่า นายบอนมั่วรึเปล่า....
ซักไปซักมา ก็เข้าตัวเองจนได้  ต้องรีบเคลียร์กับคุณไมโตโดยทันที

3 ทุ่มกว่าๆ นายบอนก็โทรไปถามครูอ้อยว่า แก้ไขสถานการณ์ได้ดีขึ้นหรือยัง

”เรียบร้อยแล้วค่ะ เคลียร์กันแล้ว”

ตอนดึกนายบอนเข้าไปนั่งอ่านบรรดาข้อความต่างๆของคุณไมโตและครูอ้อย แล้วนั่งขำ

ขำกับความมือไวใจเร็ว
แต่ก็ดีครับ จะได้ใช้สิ่งที่เกิดขึ้น สานสานใยมิตรภาพให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

หลายคนที่รู้จักมักคุ้น รักใคร่กลมเกลียวกันดี มีไมตรีจิตที่ดีต่อกัน มอบสิ่งดีๆให้กันตลอด
สิ่งดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ถ้าเป็นละคร เนื้อเรื่องราบรื่น happy ending ตลอดทั้งเรื่อง คนดูเดาทางออก คนดูคงไม่ติดตามดู แต่คนที่เกี่ยวข้องชอบ

มิตรภาพของคนก็เช่นกัน สิ่งที่ดีๆเช่นนี้ กลับทำให้เกิดการห่างเหินแบบไม่รู้ตัว
ห่างเหินจากภาระหน้าที่ของแต่ละท่านที่มีอยู่ ที่เบียดบังเวลาส่วนหนึ่งไป แต่หัวใจของ 2 ฝ่าย ต่างเข้าใจกันอยู่แล้ว

แต่บางครั้ง ห่างเหิน เงียบนานเกินไป เอ๊ะ ยุ่งอยู่หรือเปล่านะ....

ในเวลาปกติ คุณมักจะมีข้ออ้างหลายอย่าง
แต่ในบางสถานการณ์ เช่น ประเด็นที่เกิดขึ้นมาระหว่างครูอ้อยกับ คุณไมโต..... โดยมีนายบอนเป็นผู้จุดชนวนโดยไม่รู้ตัว

ความจริง คุณไมโตก็ยังคงยุ่งๆเหมือนปกติทุกๆวัน ถ้าไม่มีประเด็นนี้เกิดขึ้น คุณไมโตก็คงเข้ามาเปิดอ่านบันทึกของครูอ้อย แบบเงียบๆ คือ ไม่ได้เขียนความเห็นมากมายนัก

แต่พอมีประเด็นที่พาดพิง ดูสิ คุณไมโตเข้ามาเขียนความเห็นชนิดที่เรียกว่า ไหลพรั่งพรูความรู้สึกออกมาทันที

และครูอ้อยก็ตอบสนองมิตรภาพที่อบอุ่น ด้วยบันทึกพิเศษเกี่ยวกับคุณไมโตตามออกมา

คำถาม
แล้วปกติ ทำไมคุณไม่เขียนความเห็นที่พรั่งพรูแบบนี้มั่งล่ะ
แล้วทำไมครูอ้อยไม่เขียนบันทึกแบบนี้ถึงคุณไมโตมั่งล่ะ
ไหนว่า มิตรภาพแน่นแฟ้นไง


เรื่องของความมือไวใจเร็ว (สมองเร็ว)

ต้องยกให้ครูอ้อยเค้าล่ะ

มีประเด็นโดนใจ แล้วก็หยิบมาเขียนเป็นบันทึกใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง


555 อย่าลืมว่า มีกัลยาณมิตรที่กล่าวถึงอีกหลายท่าน ครูอ้อยไม่ได้เขียนถึงใครนานๆ โปรดอย่าลืมนึกถึงเขาเหล่านั้นบ้างนะครับ



แล้วนี่  ครูอ้อยจะต้องมือไวใจเร็ว เปิดประเด็นให้กัลยาณมิตรท่านไหนเกิดอาการคาใจจนต้องออกมาเขียนความเห็นแบบพรั่งพรูเหมือนคุณไมโตอีกไหมเนี่ย

ขี้เกียจรับโทรศัพท์ ฟังเสียงของครูอ้อยโทรมาทำเสียงอ่อยๆเหมือนโลกที่อยู่กำลังจะถล่มลงมาจริงๆ

ถ้าเปลี่ยนเป็นลูกสาวครูอ้อยโทรมาแทนก็ว่าไปอย่าง